:::     :::

(อดีต) ดาวรุ่งที่ได้ดีเพราะผีทิ้ง

วันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน 2561 คอลัมน์ เด็กเก็บบอล โดย ยักษ์เดนส์
4,190
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
มีนักเตะคนไหนในทีมที่คุณเชียร์แล้วไม่ชอบหรือเปล่า
         เชื่อเถอะว่ามี ไม่ว่าจะชอบจะเชียร์ทีมไหนก็ต้องมีนักเตะที่ไม่ชอบกันบ้างแหละ ไม่มากก็น้อย
         เหตุผลหลักก็คงมาจากความสามารถในสนามที่มักสร้างเสียงเฮฮาให้คู่แข่งมากกว่าทีมตัวเอง บางคนสร้างปัญหาให้กับทีมตัวเองมากกว่าทีมคู่แข่งซะอีก
         มันก็มีอยู่สองแบบคือนักเตะที่ได้รับโอกาสแล้วทำผลงานห่วยแตก ขณะที่บางคนไม่มีโอกาสลงสนามมากเท่าที่ควรจะไม่อาจที่จะแสดงผลงานออกมาได้
         แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยี่ห้อนี่อาจจะขึ้นชื่อเรื่องการปั้นเด็กขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่มาแล้วมากมาย แต่ในขณะเดียวกัน บรรดาผู้เล่นอายุน้อยไม่ว่าจะเป็นเด็กที่มาจากเยาวชนหรือที่ซื้อมาตั้งแต่อายุยังน้อยแต่ไม่สามารถที่จะสร้างความประทับใจให้ผู้เป็นกุนซือได้กระทั่งถูกปล่อยตัวออกจากทีมในที่สุด
         อองโตนี่ มาร์กซิยาล กำลังตกเป็นประเด็นว่าคงไม่มีพื้นที่ยืนในทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่ว่าจะได้ลงเล่นแล้วทำได้ไม่ดีหรือบางคนอาจจะบอกว่าเล่นน้อยไป แต่สำหรับแฟนบอลบางคนฟอร์มแย่ๆเกมเดียวก็ด่ากันยับแล้ว
         ตัวรุกชาวฝรั่งเศสกำลังได้รับความสนใจจากหลายทีมทั่วยุโรปที่จะดึงไปร่วมทัพ อาจจะดว้ยเห็นพรสวรรค์หรืออะไรก็ตาม แต่โอกาสไม่น้อยเลยที่การย้ายทีมจะเกิดขึ้น
         ที่ผ่านมามีนักเตะไม่น้อยที่รอคอยโอกาสในทีม "ปีศาจแดง" สุดท้ายรอไม่ไหวตัดสินใจย้ายทีมออกไปและได้ดีก็มีไม่น้อย บางคนถึงกับก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะแถวหน้าของโลกด้วยซ้ำ
         วันนี้จัดมาเน้นๆ 5 คนที่มีวันนี้เพราะตัดสินไปตีจากผี
5.แดนนี่ ดริ๊งค์วอเตอร์
สโมสรปัจจุบัน : เชลซี

         ชื่อนี้ต้องบอกว่าแฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คุ้นกันดี เพราะนี้ผลผลิตจากโรงเรียนลูกหนังของสโมสร
         แดนนี่ ดริ๊งค์วอเตอร์ คือกองกลางที่ได้รับการคาดหมายว่าจะก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ด้วยการเป็นมิดฟิลด์ในแนวทางเดียวกับ พอล สโคลส์ แต่ที่น่าเหลือเชื่อคือนับตั้งแต่ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2008 เจ้าตัวกลับไม่เคยได้ลงเล่นเลยแม้แต่เกมเดียว
         กองกลางชาวอังกฤษถูกปล่อยให้กับทีมในลีกรองทั้งหลายยืมตัวไล่ตั้งแต่ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ในปี 2009/10, คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ในปี 2010/11 ต่อเนื่องด้วย วัตฟอร์ด และ เบิร์นลี่ย์ จนกระทั่งย้ายไปอยู่กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงเดือนมกราคม 2012 ในวัยที่ยังน้อยที่ 21 ปีเท่านั้น
         ที่นี่เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ดริ๊งค์วอเตอร์ ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมทันทีที่ย้ายมาก่อนค่อยๆก้าวขึ้นเป็นหัวใจสำคัญในแดนกลางและมาโชว์ฟอร์มเยี่ยมในปี 2013/14 โดยลงเล่นในแชมเปี้ยนชิพ 45 จาก 46 เกม พาทีม "สุนัขจิ้งจอก" คว้าแชมป์พร้อมเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดครั้งแรกในรอบ 10 ปี จนทีมมอบสัญญาใหม่ให้เป็นการตอบแทน 
         และในฤดูกาล 2015/16 จากการประสานงานกับ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ อย่างแข็งแกร่งทำให้ ริยาด มาห์เรซ ทำเกมบุกอย่างไม่ต้องกังวล เลสเตอร์ ซิตี้ ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองชนิดที่หักปากกาเซียนทุกสำนัก โดยเจ้าตัวลงเล่นไป 35 เกม พร้อมกับก้าวไปติดทีมชาติอังกฤษอีกด้วย
         กระทั่งในฤดูกาลที่ผ่านมา เชลซี ดึงตัวไปร่วมทีม แม้ว่าจะไม่ค่อยมีโอกาสลงสนามเท่าไรนักแต่ก็มีโทรฟี่อย่างเอฟเอ คัพมาคล้องที่คอกับเค้าเหมือนกัน
4.เมมฟิส เดอปาย
สโมสรปัจจุบัน : โอลิมปิก ลียง

         สตาร์วัย 21 ปีที่โด่งดังมาตั้งแต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะดีกับ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ในฮอลแลนด์ จนเตะตา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เข้าให้
         จากที่ขึ้นชุดใหญ่ของทีมมาตั้งแต่อายุ 17 เมื่อปี 2011 จนมาพีคสุดขีดในปี 2014/15 ด้วยการกด 22 ลูกจาก 30 เกม คว้าดาวซัลโวสุงสุดของลีกพร้อมช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลีกมาครองได้
         หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือ "ปีศาจแดง" ในเวลานั้นไม่รอช้าจัดการ "ไฝว้" กับ อาร์แซน เวนเกอร์ เทรนเนอร์อาร์เซน่อลจนคว้าตัวมาร่วมทีมได้สำเร็จด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์
         ท่วานับตั้งแต่การมาของ โชเซ่ มูรินโญ่ ในปี 2016 เจ้าตัวได้โอกาสออกสตาร์ทตัวจริงเพียงเกมเดียว แถมทุกครั้งยามส่งลงมาเป็นสำรองกลับไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเท่าไรจนกระทั่งโดนปล่อยตัวให้ ลียง ในเดือนมกราคม 2017
         แต่ที่นี่เองที่เจ้าตัวฉายแสงขึ้นมาอีกครั้ง 5 ประตูกับอีก 7 แอสซิสต์ จากการลงเล่นในลีก 17 เกมถือเป็นตัวบ่งบอกได้เป็นอย่างดี
         และในฤดูกาลที่ผ่านมา เดอปาย ยิ่งผงาดยิ่งกว่าเดิมอีกด้วยการตะบันไปถึง 22 ลูกจาก 51 เกมร่วมทุกรายการ มีแค่ เนย์มาร์, ฟลอริย็อง โตแว็ง และ เอดิสัน กาวานี คู่แข่งในลีกเอิงที่ทำได้ดีกว่า
         พร้อมกันนี้กับผลงานในทีมชาติก็โดดเด่นไม่แพ้กันด้วยการซัด 3 แอสซิสต์อีก 3 จาก การลงเล่น 9 นัดหลังสุดด้วย
3.วิลฟรีด ซาฮา
สโมสรปัจจุบัน : คริสตัล พาเลซ

         กับนักเตะอายุ 21 ปี แต่ประสบการณ์ลงสนามกับต้นสังกัดสูงถึง 143 เกม ก็ยังต้องมีดีอะไรบ้างแหละ
         วิลฟรีด ซาฮา ปั้นตัวเองขึ้นมากับ คริสตัล พาเลซ สมัยที่ค้าแข้งในแชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ จนเตะตาแมวมองและ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จนทุ่มเงิน 15 ล้านปอนด์ดึงตัวมาร่วมทีมในเดือนมกราคมปี 2013 แต่ว่าให้ต้นสังกัดใช้งานไปจนจบฤดูกาล ถือเป็นนักเตะคนสุดท้ายที่ "ป๋า" ซื้อมาร่วมทีม
         ทว่าความยอดเยี่ยมกับทีมเก่าใช้ไม่ได้กับทีมใหม่ ซาฮา ได้รับโอกาสลงเล่นแค่ 4 เกมเท่านั้นรวมทุกรายการกระทั่งโดนปล่อยคืนให้ พาเลซ ยืมตัว รวมถึง คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ก่อนจะโดนซื้อตัวกลับไปอยู่กับ "อีเกิ้ลส์" อีกครั้ง
         คราวนี้ตัวรุกชาวอังกฤษกลับมาพร้อมความมั่นใจและในฤดูกาลที่ผ่านมาแม้จะมีปัญหาบาดเจ็บอยู่บ้างแต่ต้องบอกว่าฟอร์มอยู่ในระดับที่ยอดเยี่ยมจริงๆ และเป็นคนสำคัญในการช่วยให้ทีมรอดตกชั้นสำเร็จ 
         แน่นอนว่าผลงานนี้ทำให้เจ้าตัวคว้าตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสรเป็นปีที่สามติดต่อกัน และเข้าตาบรรดาทีมหัวตารางของพรีเมียร์ลีกอยากดึงตัวไปร่วมทีมทั้งนั้น
         น่าเสียดายไม่ได้เล่นภายใต้การคุมทีมของท่าเซอร์ ไม่งั้นอนาคตในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดอาจจะไปได้ไกลว่านี้ก็ได้
2.ปอล ป็อกบา
สโมสรปัจจุบัน : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

         หนึ่งในกองกลางที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดในโลกยุคปัจจุบันที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องทุ่มเงินระดับ 89.3 ล้านปอนด์เพื่อดึงมาร่วมทีม
         เดิมทีเพชรเม็ดงามนี้อยู่ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดอยู่แล้วหลังจากที่ทีมดึงตัวมาจาก เลอ อาฟร์ ด้วยวัยเพียง 16 ปีมาอยู่ในอคาเดมี่ของทีม และกับทีมเยาวชนมิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสก็แสดงให้เห้นถึงฝีเท้าที่ไม่ธรรมดาเหมือนกัน
         ปอล ป็อกบา มีคุณสมบัติครบถ้วยในการก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ แต่ด้วยกองกลางในทีมชุดนั้นมี พอล สโคลส์, ไมเคิ่ล คาร์ริค, อันแดร์สัน รวมถึง ดาร์เร็น เฟล็ทเชอร์ ขวางทางอยูี ทำให้เจ้าตัวได้ลงเล่นแค่ 3 นัดในฐานะสำรองก่อนตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับทีมและย้ายไปอยู่กับ ยูเวนตุส ในอิตาลี
         ระยะเวลา 4 ปีที่ตูริน มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นกองกลางที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดในโลก ตะบันไป 34 ลูกกับอีก 30 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 178 เกมรวมทุกรายการ พร้อมกับมีชื่อลุ้นลุ้นรางวัลมากมายทั้งตำแหน่งโกลเด้น บอยในปี 2013, ดาวรุ่งยอดเยี่ยมในฟุตบอลโลก 2014, ได้รับคะแนนโหวตเป็นอันดับ 5 ในการลุ้ยรางวัลบัลลง ดอร์ในปี 2015 
         แชมป์กัลโช่ เซเรีย อา 4 สมัยจาก 4 ปีบวกด้วยแชมป์โคปปา อิตาเลีย และ ซูเปอร์โคปปา อิตาเลีย จนกระทั่งโดน โชเซ่ มูรินโญ่ ดึงกลับมาร่วมทัพปีศาจแดงอีกครั้ง
         แม้ผลงานจะยังไม่ประทับใจจอร์จเท่าไร แต่ปีแรกกับผลงานแชมป์อีเอฟแอล คัพ และ ยูโรปา ลีก ก็ยังพอให้แฟนๆได้เฮฮากันบ้าง
1.เคราร์ด ปีเก้
สโมสรปัจจุบัน : บาร์เซโลน่า

         ในปี 2004 ปีเดียวหลังจากที่ เชส ฟาเบรกาส อำลาลา มาเซียไปร่วมทีม อาร์เซน่อล, เคราร์ด ปีเก้ ก็เจริญรอยตามด้วยการโยกมาเล่นในอังกฤษกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
         ด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่และอ่านเกมอย่างชาญฉลาด ดาวรุ่งชาวสเปนผู้นี้ถูกได้รับการคาดหมายว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นยอดกองหลังแทนที่ ริโอ เฟอร์ดินานด์ และ เนมานย่า วิดิช แต่ด้วยความที่ยังเด็กเกินไปในทีมยังเป็นตัวสำรองต่อจาก เวส บราวน์, มิคาแอล ซิลแวสต์, จอห์น โอเช รวมถึง กาเบรียล ไฮน์เซ่ ด้วยซ้ำ
         23 เกมในช่วงเวลา 4 ปีในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดถือว่าน้อยเหลือเกินก่อนถูกปล่อยให้ เรอัล ซาราโกซ่า ยืมตัวใช้งานในปี 2006/07 กระทั่งในปี 208 ก็ตัดสินใจย้ายกลับไปร่วมทีม บาร์เซโลน่า แม้ว่า เซอร์ เล็กซ์ เฟอร์กูสัน อยากให้อยู่ต่อแต่ไม่อาจห้ามได้
         ปีเก้ ในวัย 21 ปีก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมทันทีในถิ่นคัมป์ นูก่อนที่ควาสำเร็จจะไหลมาเทมาอย่างบ้าคลั่ง ไม่ใช่แค่ในระดับสโมสรแต่รวมถึงทีมชาติ
         26 โทรฟี่กับ บาร์เซโลน่า รวมถึงแชมป์โลกและแชมป์ยูโร กลายเป็นหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดในโลก คงต้องบอกว่าการย้ายออกจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือการตัดสินใจที่ถูกต้องจริงๆ



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด