:::     :::

ฟุตบอล 1974 : โททัลฟุตบอล

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
หลังจากศึกฟุตบอลโลกปี 1970 ที่เม็กซิโกซึ่งแข่งกันบนที่ราบสูงภายใต้สภาพอากาศร้อนระอุได้สิ้นสุดลง ทัวร์นาเมนต์เวิลด์ คัพ ครั้งที่ 10 ย้ายวิกไปจัดกันในประเทศเยอรมันตะวันตก ท่ามกลางสภาพอากาศและอุณหภูมิอันหนาวเย็น

ก่อนหน้านี้ กรุงมิวนิคเคยรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพจัดศึกโอลิมปิก เกมส์ ไปแล้วเมื่อสองปีก่อน แต่เกิดเหตุการณ์น่าสลดใจขึ้นเมื่อนักกรีฑากรีซ 11  คน ถูกสังหารหมู่ ดังนั้นเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขันจึงต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยกันอย่างแน่นหนามากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

ก่อนหน้าที่พิธีเปิดสนามศึกฟุตบอลโลกปี 1974  จะเปิดฉากรูดม่านได้เพียง 3 วัน สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือฟีฟ่าได้ทำการโหวตเลือกประธานฟีฟ่าคนใหม่ขึ้นมารับตำแหน่งแทน เซอร์ สแตนลีย์  เร้าส์ ที่สละตำแหน่งไปหลังจากทำหน้าที่มานานถึง  13  ปี  

ผลการลงคะแนนเลือกบิ๊กบอสฟีฟ่าคนใหม่ก็สร้างความประหลาดใจให้กับคอบอลทั่วโลกเมื่อ มิสเตอร์ โจอัว ฮาเวล้านจ์ ของบราซิลกลายเป็นประธานฟีฟ่าที่ไม่ใช่ชาวยุโรปคนแรกในรอบ 70  ปี

ไม่เพียงแต่ทางฟีฟ่าจะได้ตัวประธานคนใหม่เท่านั้น แต่พวกเขายังได้จัดทำถ้วยฟุตบอลโลกใบใหม่ขึ้นมาด้วย แต่ยังไม่มีชื่อเรียก ดังนั้นหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้เสนอชื่อมากมายไม่ว่าจะเป็น "สแตนลี่ย์ เร้าส์" และ "เชอร์ชิล คัพ" แต่ท้ายที่สุดแล้ว  ฟีฟ่าเลือกใช้ชื่อเดิมคือ "ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ โทรฟี่"


โยฮัน ครัฟฟ์ เทวดาลูกหนังของทัพกังหัน

ฟีฟ่าได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการแข่งขันของศึกเวิลด์  คัพ 1974 อีกครั้ง ในรอบสุดท้ายมี 4 กลุ่มเหมือนเดิม แต่ไม่มีการนำระบบน็อกเอาต์ หรือแพ้คัดออกมาใช้อีกต่อไป  

แชมป์และรองแชมป์กลุ่มจาก 4 กลุ่ม รวมเป็น 8 ทีมจะเข้าสู่รอบต่อไปและถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม แข่งแบบพบกันหมดและหาแชมป์กลุ่มมาเจอกันในรอบชิงชนะเลิศ ส่วนรองแชมป์ไปชิงอันดับ 3 

นอกจากนี้แล้ว ศึกฟุตบอลโลกหนนี้ยังได้นำกฎผลต่างประตูได้เสียมาใช้ตัดสินทีมผู้ชนะในกรณีที่มีคะแนนเท่ากันอีกด้วย

มียอดนักเตะระดับโลกแจ้งเกิดในศึกฟุตบอลโลกปี  1974  ด้วยกันหลายรายโดยเฉพาะ โยฮัน ครัฟฟ์ และ เหล่าแข้งมหาภัยจากแดนกังหัน "ฮอลแลนด์" 

ขุนพลดัตช์เล่นฟุตบอลสไตล์บุกแหลกได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ทว่าไม่ได้มีแต่พวกเขาเพียงทีมเดียว  เยอรมันเจ้าภาพก็เป็นอีกทีมหนึ่งที่เล่นฟุตบอลได้ดีเยี่ยม  แถมยังมีกองหน้าตีนคมอยู่หลายคน ส่วนสวีเดนและโปแลนด์ 2 ทีมตัวแทนจากยุโรปที่ทำผลงานในศึกเวิลด์ คัพ หนนี้ได้ดีอย่างเหลือกำลังลาก 

คู่เปิดสนามศึกฟุตบอลโลกปี  1974 เป็นเกมบิ๊กแมตช์ระดับห้าดาวระหว่าง "แชมป์เก่า" บราซิล กับ ยูโกสลาเวีย ในแฟร้งค์เฟิร์ต  แต่ทั้งสองทีมกับเล่นกันอย่างไม่เป็นสับปะรดก่อนจะเจ๊ากันไปแบบน่าเบื่อไร้สกอร์ ทว่านั่นไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจแต่อย่างใดเพราะเกมนัดเปิดสนามฟุตบอลโลกสองหนก่อนหน้านี้ก็จบลงด้วยผลเสม 0-0 เช่นกัน  


อัศวินสีส้มนำเสนอ "โททัลฟุตบอล" จนโลกตะลึง

ยูโกสลาเวียมาคืนฟอร์มเก่งในนัดต่อมาเมื่อเป็นฝ่ายออกนำซาอีร์ไปก่อนถึง  5-0  หลังจากที่เกมผ่านไปแค่ 30 นาทีก่อนทีแข้งสลาฟจะเปิดฉากไล่ยำใหญ่และคว้าชัยไปอย่างถล่มทะลายถึง 9-0 โดยนักเตะยูโก 7 คน แบ่งกันซัดคนละประตู

การคว้าชัยนัดนี้ของยูโกสลาเวียถือว่าเป็นชัยชนะที่มากที่สุดในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย (เท่าฮังการีที่ทำไว้ในปี  1982  หลังจากขยี้ เอล ซัลวาดอร์ 10-1) ไฮไลต์ของฟุตบอลโลกทัวร์นาเมนต์นี้อยู่ที่ข่าวช็อกโลกเมื่อเต็งแชมป์อย่างอิตาลีโดนเยอรมันตะวันออกเขี่ยตกรอบแรก

รอบสองมีเกมสุดมันเกิดขึ้นมากมายหลายคู่  ฮอลแลนด์โชว์ฟอร์มสุดยอดโค่น อาร์เจนตินา, เยอรมันตะวันออก  และบราซิล ในรอบแบ่งกลุ่ม พร้อมเกมรับอันเหนียวแน่นไม่เสียประตูแม้แต่ลูกเดียว  

ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่ง"อินทรีเหล็ก"  เยอรมันตะวันตก เอาชนะ ยูโกสลาเวีย และสวีเดน ก่อนทุบ โปแลนค์ ในรอบตัดเชือกจากประตูชัยของ "ไอ้ลูกระเบิด" แกร์ด  มุลเลอร์  

แมตช์ชิงอันดับ 3 เป็นการพบกันระหว่างบราซิลกับโปแลนด์ ขุนพลแข้งแซมบ้าพ่ายให้กับฮอลแลนด์ไปอย่างลุ้นไม่ขึ้นในรอบตัดเชือก สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะพวกเขาขาด 3 นักเตะกำลังหลักอย่าง เปเล่, ทอสเทา และ แกร์สัน และในนัดชิงที่ 3 ก็พลาดท่าเสียทีให้ โปแลนด์ อีกจากลูกยิงสุดสวยของ เกอร์เซกอร์ซ ลาโต้ ดาวซัลโวสูงสุดประจำศึกเวิลด์ คัพ หนนี้

โปแลนด์กลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่ในวงการลูกหนังอีกครั้ง หลังจากเงียบหายไปนานถึง 10 ปี และพวกเขาก็ผงาดคว้าอันดับ 3 ได้อีกในศึกฟุตบอลโลกปี 1982 ที่ประเทศสเปน


ฟร้านซ์ เบ็คเคนเบาเออร์ พาเยอรมันตะวันตกคว้าแชมป์โลกอีกครั้ง

แมตช์ชิงชนะเลิศระหว่าง "เจ้าภาพ" เยอรมันตะวันตก กับ  "อัศวินสีส้ม"  ฮอลแลนด์ ที่กรุงมิวนิคจัดเป็นเกมที่น่าตื่นเต้นและดุเดือดอีกเกมในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก

เกมการแข่งขันเริ่มต้นไปได้ไม่ถึงหนึ่งนาทีดี ฮอลแลนด์ ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 เมื่อผู้ตัดสินชาวอังกฤษเป่าให้  ฮอลแลนด์ได้ลูกโทษและ โยฮัน นีสเก้นส์ รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่เหลือซาก

แต่เยอรมันก็ยังคงเป็นเยอรมันวันยังค่ำ เมื่อพวกไม่ยอมแพ้และกลับฮึดมายิงแซงอัศวินสีส้มก่อนเบียดเข้าป้ายไปอย่างหวุดหวิด 2-1 พร้อมกับซิวแชมป์โลกสมัย 2 ไปครองอย่างยิ่งใหญ่เหนือคำบรรยาย


แฟกต์ไฟล์ฟุตบอลโลก 

ชาติเจ้าภาพ : เยอรมันตะวันตก

สนาม : 9 สนาม

จำนวนทีม : 16 ทีม

จำนวนนัด : 38 นัด 

วันแข่งขัน : 13 มิถุนายน - 7 กรกฎาคม 1974

จำนวนประตู : 97 ประตู (2.55 ประตูต่อนัด) 

ผู้ชมทั้งหมด : 1,865,762 คน (49,099 คนต่อนัด) 

ทีมแชมป์ : เยอรมันตะวันตก (สมัย 2)

รองแชมป์ : ฮอลแลนด์

อันดับ 3 : โปแลนด์

อันดับ 4 : บราซิล

รางวัลรองเท้าทองคำ : เกอร์เซกอร์ซ ลาโต้ (โปแลนด์) 7 ประตู 

สรุปดาวซัลโว 

7 ประตู : เกรเซกอรซ  ลาโต้  (โปแลนด์)

5 ประตู : แกร์ด  มุลเลอร์  (เยอรมัน)

4 ประตู :  แอนด์เซจ  ซาร์มัค  (โปแลนด์), โยฮัน  นีสเก้นส์  (ฮอลแลนด์), ราล์ฟ  เอ๊ดสตรอม (สวีเดน),โยฮันเนส  เร็ป  (ฮอลแลนด์)



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด