:::   20:33 - มิลานยันซลาตันตรวจโควิด-19เป็นบวก   :::   16:14 - สิงห์ทางการเซ็นเมนดี้โกลใหม่5ปีพร้อมแข่งสิ้นวีก   :::

ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน 2561 คอลัมน์ ฉันดูบอลที่ร้านเหล้า โดย ดากานดา
4,804
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
อาจไม่ต้องฮัมเพลง "เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน" แต่ปัจจุบัน ทีมชาติเบลเยี่ยม กำลังคืนความสุขให้ประชาชนอย่างแท้จริง

จากชาติที่ทีมลูกหนังไม่ต่างจาก “ไม้ประดับ” ไร้คนชายตามอง เข็มนาฬิกาหมุนผ่าน “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” กำลังพบตัวเองในฐานะ “ม้ามืด” ที่มีเอี่ยวแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ณ แดนหมีขาวหนนี้

อะไรคือสูตรสำเร็จเหล่านั้น ?

ขี่ไทม์แมชีนโดราเอม่อน กลับไป 20 ปีก่อน ในฟรองซ์ 98 ที่ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม คือ 1 ใน 32 ชาติที่ผ่านเข้ามาเล่นเวิล์ด คัพ รอบสุดท้าย พวกเขาอยู่ร่วมสายกับ เนเธอร์แลนด์, เม็กซิโก และ เกาหลีใต้  ทว่าต้องม้วนเสื่อกลับบ้านตั้งแต่ไก่ยังไม่ขัน แม้จะไม่แพ้ใครเลยก็ตาม (เสมอ 3 เกมรวด) ผู้เล่นอย่าง ลุค นิลิส ในวัย 31, มาร์ค วิลมอสต์ หรือพี่น้องนรกแตก เอมิล & เอ็มโบ เอ็มเพนซา ในวัย 19 และ 21 ปี ไม่สามารถสร้างความต่างช่วยทีมได้

2 ปีถัดมา ในศึกยูโร 2000 เบลเยี่ยมรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพร่วมกับเพื่อนบ้าน เนเธอร์แลนด์ แม้จะมีแข้งฟอร์มดีอย่าง บาร์ต กูร์ ในวัย 27 ที่กำลังฟอร์มแจ่มกับ อันเดอร์เลช เป็นจอมทัพ และ บรานโก สตูรปาร์ ดาวยิงวัย 30 รับบทบาทปิดสกอร์ แต่พวกเขาก็จอดเพียงรอบแรกเช่นเดิม

จุดเปลี่ยนสำคัญ

สมาคมฟุตบอลเบลเยี่ยม ทำการปฏิวัติวงการลูกหนังใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง หลังความล้มเหลวบนฟลอร์หญ้า เวิล์ด คัพ ฉบับแดนน้ำหอม และ ยูโร พวกเขาปลูกเมล็ดพันธุ์ลูกหนังใหม่ตั้งแต่ระดับเยาวชน มีการประชุมร่วมกับสโมสรในลีก ถึงขั้นเดินไปจับมือผู้ใหญ่แต่ละทีมพร้อมบอกว่า เรารู้ว่านายเป็นเจ้าของร้านได้ เอ้ย! ให้แต่ละทีมยึดฟอร์เมชั่น 4-3-3 เป็นหลัก เพื่อที่จะได้พัฒนาลูกหนังไปในทิศทางเดียวกัน

ตัดภาพมาที่ทีมชุดใหญ่ เบลเยี่ยม ยังคงแข้งวัยเก๋าเป็นกำลังหลักตามเดิม แต่ดูเหมือนยังห่างไกลจากเป้าหมาย เมื่อในเมเจอร์หลัก ยังคงสอบตกอยู่ร่ำไป แม้จะเปลี่ยนผ่านกุนซือใหม่คนแล้วคนเล่า


ฟุตบอลโลก 2002 (ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย)

ฟุตบอลยูโร 2004 (ไม่ผ่านรอบคัดเลือก)

ฟุตบอลโลก 2006 (ไม่ผ่านรอบคัดเลือก จบอันดับ 4 ของกลุ่ม โดยมีคะแนนเหนือกว่าชาติอย่าง ลิธัวเนีย และ ซาน มาริโน่)

อย่างไรก็ดี เมล็ดพันธุ์ที่หว่านลงไปเริ่มผลิดอกออกผลให้เห็น จากการเอาจริงเอาจังทุกทาง ทั้งภาควิชาการและปฏิบัติ รวมถึงวิทยาศาสตร์การกีฬา เยาวชนดาวรุ่งหลายคนถูกถีบไปยังชาติทหาอำนาจลูกหนังเพื่อนบ้านอย่าง ฝรั่งเศส, เยอรมัน หรือ เนเธอร์แลนด์ เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ฟุตบอลแต่วัยละอ่อน

ผลลัพธ์คือ เบลเยี่ยม ได้ทีมชาติชุดสุกงอมในวัยห้าวเป้งกลุ่มหนึ่งมาไว้ในมือ 

โธมัส แฟร์มาเล่น-แยน แฟร์ตองเกน โด่งดังกับ อาหยักซ์ อัมสเตอร์ดัม ในฮอลแลนด์ เควิน มิลาราส อยู่กับ ลีลล์ ที่ฝรั่งเศส มุสซา เดมเบเล่ พบตัวเองที่ อาร์แซด อัลค์มาร์ หรือ แว็งซองต์ กอมปานี โด่งดังกับ ฮัมบูร์ก ในเยอรมัน ไม่นับตัวแสบที่ค้าแข้งในประเทศตัวเองอีก  

แข้งเหล่านี้ประกาศศักดิ์ดาทัวร์นาเมนต์ ฟุตบอลโอลิมปิก 2008 ณ กรุงปักกิ่ง ด้วยการคว้าอันดับ 4 มาครอง

แต่การ “ล้างบาง” แข้งเก่าเพื่อทดแทนด้วยดาวดวงใหม่ อาจไม่ต่างจาก “ดาบสองคม” แม้จะมีแข้งเจเนอเรชั่นถัดมาอย่าง สเตเฟ่น เดฟูร์ (22 ปี) อเซล วิตเซล (21 ปี) มารูยาน แฟร์ไลนี่ (22 ปี) เอแดน อาซาร์ (19 ปี) ขึ้นมาผสม แต่การพึ่งพาดาวรุ่งเป็นแกนหลัก ในขณะชั่วโมงบินไม่สูง อาจยังเป็นคำตอบที่ไม่ใช่

เบลเยี่ยม หายไปจากสารบบลูกหนังเมเจอร์ใหญ่ทั้ง ฟุตบอลโลก 2010 และ ยูโร 2012

แม้จะอกหักในสนามรบสีเขียว แต่ระบบเยาวชนของ เบลเยี่ยม ยังเดินต่อเนื่อง 2014 คือจุดเปลี่ยนสำคัญอีกหน มาร์ค วิลมอสต์ อดีตแข้งคนดังกลับมาสวมสูทรับบทกุนซือ

หนนี้ เบลเยี่ยม ยักไหล่ไม่แคร์หน้าไหนอีกต่อไปในยุโรป เมื่อเด็กนรกเจน 1 เริ่มโตเต็มวัย ขณะที่ เจน 2 และ 3 เริ่มโผล่มาผงาด ผู้เล่นอย่าง เควิน เดอ บรอยด์, โรเมลู ลูกากู หรือ ดรีส เมอร์เท่นส์ ถีบตัวเองเป็นแกนหลักสโมสรในลีกใหญ่ เรื่องความเก๋าในสนามรบสีเขียว อย่าได้กังวล

เมื่อรวมกับ แข้งชุดปี 2008 ทำให้ทีมชุดนี้อำมหิตกว่าเดิมไม่ต่างจากฆาตกร “ฆ่าหั่นศพ” ที่มีนบุรี


ปี 2014 เบลเยี่ยม ลงเล่นในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกโซนยุโรปด้วยผลงานสุดดุ “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” ไม่แพ้ใครและเสมอเพียง 2 เกมเท่านั้น แม้จะมีก้างชิ้นใหญ่อย่าง โครเอเชีย และ เซอร์เบีย อยู่ในกลุ่มก็ตาม ขณะที่รอบสุดท้ายก็กรุยทางไปได้ถึง 8 ก่อนรองชนะเลิศ (แพ้ อาร์เจนติน่า 0-1)

ตัดภาพมาโมงยามปัจจุบันที่รัสเซีย

การเชือดนิ่ม ปานามา 3-0 และ ถล่ม ตูนิเซีย 5-2 ส่งให้ เบลเยี่ยม ตีตั๋วเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายไปแบบไม่ยาก หนนี้หลายคนมองว่าลูกทีม โรแบร์โต มาร์ติเนซ อาจไปได้ไกลกว่ารอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อ 4 ปีก่อนด้วยซ้ำ

เหตุผลเพราะพวกเขามีแข้งเจนนรก พัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ จนนักเตะเหล่านี้กลายเป็นแกนหลักระดับซุปตาร์สโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรป ชื่อเสียงโด่งดัง หันไปทางไหนมีแต่ “เมด อิน เบลเยี่ยม”

จาก ฟรองซ์ 1998 ถึง รัสเซีย 2018

เมล็ดพันธุ์ลูกหนังที่สมาคมฟุตบอลเบลเยี่ยมเริ่มหว่านวันนั้น คืนความสุขให้ประชาชนในวันนี้แล้ว

เป็นการ “คืนความสุข” ของแท้ แบบที่ไม่ต้องแพล่มผ่านทีวีทุกคืนวันศุกร์ หรือมโนไปเอง  


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด