:::     :::

11 ผู้เล่นยอดเยี่ยมรอบแรกเวิลด์ คัพ

วันอาทิตย์ที่ 01 กรกฎาคม 2561 คอลัมน์ เด็กเก็บบอล โดย ยักษ์เดนส์
14,101
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ปิดฉากรอบแบ่งกลุ่มอย่างสมบูรณ์แบบไปเรียบร้อย มีทั้งทีมที่ทำผลงานได้ตามความคาดหมาย เหนือความคาดหมาย และผิดความคาดหมาย
         ที่น่าผิดหวังก็คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก เยอรมัน ในฐานะแชมป์เก่าที่กระเด็นตกรอบไปแบบช็อคคนทั้งโลก หรือจะเป็น อาร์เจนติน่า ที่อาจจะเข้ารอบต่อไปได้แต่โดยรวมถือว่าผลงานต้องบอกว่าน่าห่วง
         ที่ยอดเยี่ยมคงหนีไม่พ้น โครเอเชีย และ เบลเยี่ยม ที่กวาดชัยเรียบวุธ แม้ว่าในกลุ่มจะมีของแข็งอย่าง อาร์เจนติน่า และ อังกฤษ เป็นเพื่อน ส่วน อุรุกวัย อีกทีมที่คว้าชัยทั้งสามเกมถือว่าไม่ผิดจากที่คาดมากนักเมื่อดูจากเพื่อนร่วมกลุ่มที่ไม่ได้แข็งแกร่งอะไรมาก
         หากนับเป็นทวีป มีแค่แอฟริกาที่ชาติที่เข้ารอบมาตกรอบหมดทั้ง 5 ชาติ ส่วนเอเชียหลงเหลือแค่ ญี่ปุ่น ชาติเดียว, ยุโรป 10 ชาติ, อเมริกาใต้ ร่วงไปหนึ่งคือ เปรู เหลืออยู่ 4 ชาติ และ เม็กซิโก ตัวแทนจาก อเมริกาเหนือ รวมเป็น 16 ทีมในรอบน็อคเอาท์
         แน่นอนว่านอกจากทีมที่ผลงานยอดเยี่ยมแล้ว ที่น่าสนใจคือนักเตะที่ผลงานยอดเยี่ยมนั่นเอง
         มีนักเตะที่ทำผลงานได้ดีตลอด 3 เกมแรกของรอบแบ่งกลุ่ม แม้บางคนทีมจะมีอันต้องตกรอบไป แต่ก็ฝากฝีไม้ลายมือเอาไว้ให้คนทั้งโลกได้เห็นแล้ว 
         วันนี้จัดมาในระบบ 3-4-3 สำหรับนักเตะที่โชว์ฟอร์มแจ่มในรอบแรกของเวิลด์ คัพ 2018
ชื่อ : โช ฮยุน-วู
ทีมชาติ : เกาหลีใต้
ตำแหน่ง : ผู้รักษาประตู
         ผู้รักษาประตูหลายคนในทัวร์นาเม้นต์ทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยมในรอบแบ่งอย่าง ฮันเนส ฮัลล์ดอร์สสัน มือกาวทีมชาติไอซ์แลนด์ที่เซฟจุดโทษของ ลิโอเนล เมสซี่, อาลิเรซ่า ไบรานดวานด์ นายด่านทีมชาติอิหร่านที่สามารถเซฟจุดโทษของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้
         หรือจะ กีเยร์โม่ โอชัว ของทีมชาติเม็กซิโก และ เกย์ลอว์ นาวาส มือกาวทีมชาติคอสตาริก้าที่เกือบจะช่วยให้ทีมรอดพ้นความพ่ายแพ้ในเกมกับ บราซิล แต่สุดท้ายต้องยกให้ โช ฮยุน-วู ผู้รักษาประตูหน้าตี๋ที่เล่นได้อย่างสม่ำเสมอที่สุด แม้ทีม "โสมขาว" จะตกรอบก็ตาม
         ไฮไลท์สำคำคัญของเจ้าตัวในฟุตบอลโลกหนนี้ก็คือการป้องกันประตูในเกมกับทีมแชมป์โลกอย่าง เยอรมัน ในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งทำการเซฟถึง 6 ครั้งรักษาคลีนชีตช่วยให้ทีมเอาชนะไปได้ 2-0 พร้อมฉุดทัพอินรทรีเหล็กตกรอบไปด้วยกัน
         เบ็ดเสร็จสามเกมจัดการเซฟไปทั้งหมด 13 หน พร้อมกับเปอร์เซ็นเซฟประตูที่สูงถึง 81.2% เลยทีเดียว
ชื่อ : ดีเอโก้ โกดิน
ทีมชาติ : อุรุกวัย
ตำแหน่ง : กองหลัง

         มีแค่สามทีมที่เข้ารอบมาได้ด้วยชัยชนะรวดทั้งสามเกมในรอบแบ่งกลุ่ม แต่มีเพียงทีมเดียวที่ไม่เสียประตูเลยก็คือ อุรุกวัย
         เครดิตสำหรับเกมรับคงหนีไม่พ้นความแข็งแกร่งของผู้เป็นกัปตันทีมอย่าง ดีเอโก้ โกดิน ที่ปักหลักบัญชาเกมอย่างยอดเยี่ยม
          เซนเตอร์ตัวเก๋าลงคุมเกมทั้งสามนัดในรอบแบ่งกลุ่ม พร้อมสถิติตัดเกมเฉลี่ยน 2.3 หนต่อเกม พร้อมกับเข้าสกัด 2.7 ครั้งต่อเกม และเคลียร์บอล 4 ครั้งต่อเกม ซึ่งถือว่าไม่ธรรมดา
         กับสถิติที่ลงเล่นทีมชาติมาแล้ว 120 เกม มากที่สุดในทีมชุดนี้ ไม่แปลกหากเขาคือนักเตะที่มีอิทธิพลไม่ใช่แค่กับเกมรับเท่านั้น แต่รวมถึงทั้งทีม และด้วยวัย 32 ปีที่คงจะเป็นฟุตบอลโลกหนครั้งสุดท้ายที่จะฝากผลงานให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
ชื่อ : เยร์รี่ มีน่า
ทีมชาติ : โคลอมเบีย
ตำแหน่ง : กองหลัง

         ประตูจากลูกตั้งเตะอาจจะมีให้เห็นอยู่เสมอในเกมลูกหนัง แต่ถ้าประตูนั้นเป็นประตูตัดสินใจทีมเข้ารอบได้มันคงเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆเลย
         เยร์รี่ มีน่า ก้าวขึ้นมาเป็นกองหน้าชั้นนำอย่างเต็มภาคภูมิหลังซัดไปแล้วสองประตู ด้วนร่างกายที่สูงใหญ่สามารถช่วยทีมในจังหวะลูกเซ็ตพีซได้ด้วยเช่นกัน
         ความพ่ายแพ้ในเกมเปิดสนามกับ ญี่ปุ่น 1-2 เจ้าตัวเป็นเพียงแค่ตัวสำรอง แต่สองเกมหลังกับ โปแลนด์ และ เซเนกัล จัดการพังเกมละ 1 ประตูช่วยให้ทีมเข้ารอบมาได้สำเร็จ โดยเฉพาะในเกมที่สาม
         กับสถิติสองนัดที่ลงเล่นเคลียร์บอล 5 ครั้งต่อเกม และดวลกลางอากาศชนะถึง 9 ครั้งในสองเกมที่ลงเล่น จะบอกว่านี่คือกองหลังที่ทำผลงานได้ดีที่สุดก็ว่าได้
ชื่อ : อันเดรียส กรันควิสต์
ทีมชาติ : สวีเดน
ตำแหน่ง : กองหลัง

         หากพูดถึงเรื่องทำประตู อันเดรียส กรันควิสต์ ถือเป็นหนึ่งในกองหลังที่ขึ้นมาช่วยทีมในจังหวะลูกตั้งเตะอยู่เสมอ
         ด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่ จังหวะปะทะไม่เป็นรองใครนี่เอง ที่ช่วยเข้าชนกับบรรดาแนวรับคู่แข่งได้เป็นอย่างดี
         แต่นอกเหนือจากลูกกลางอากาศที่เจ้าตัวทำได้ดี กัปตันทีมไวกิ้งนี่คือตัวยิงจุดโทษเบอร์หนึ่งของทีมชาติด้วยนั่นเอง
         สองประตูในรอบแบ่งกลุ่มมาจากจุดโทษ ลูกแรกยิงให้ทีมเอาชนะ เกาหลีใต้ 1-0 และมายิงอีกลูกในเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มที่ชนะ เม็กซิโก 3-0 ช่วยให้ทีมเข้ารอบไปได้ในฐานะแชมป์กลุ่มด้วย
         ขณะที่สถิติการตัดเกมก็มีกับเค้าเหมือนกันกับการเข้าสกัดบอล 1.3 ครั้งต่อเกม, ตัดเกม 1.3 หนต่อเกม และเคลียร์บอล 5.7 ครั้ง บวกกับบล็อคลูกยิงคู่แข่งอีก 2 หนด้วย
ชื่อ : เอ็นโกโล่ ก็องเต้
ทีมชาติ : ฝรั่งเศส
ตำแหน่ง : กองกลาง

         นี่คือหนึ่งในกองกลางที่ได้ชื่อว่าเป็นตัวตัดเกมที่ดีที่สุดในโลกไปแล้วจากผลงานที่ยอดเยี่ยมตลอด 3-4 ปีหลังกับสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ เรื่อยมาจนถึง เชลซี
         ถือเป็นมิดฟิลด์ที่ฝรั่งเศสตามหามานานนับตั้งแต่หมดยุคของ โคล้ด มาเกเลเล่ ไป, นักเตะที่ปิดทองหลังพระที่คอยช่วยให้เกมรุกของทีมบุกใส่คู่แข่งแบบไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังกันเลย
         แน่นอนว่าการคว้าแชมป์กลุ่มของทีมตราไก่ กับการที่ทีมเสียแค่ประตูเดียว (แถมมาจากจุดโทษ) เป็นตัวบ่งบอกได้เป็นอย่างดี
         ก็องเต้ เป็นหนึ่งในสองนักเตะในทีม (ร่วมกับ ราฟาแอล วาราน) ที่ลงเล่นครบทุกนาทีในรอบแบ่งกลึ่ม พร้อมสถิติเข้าสกัด 2.7 ครั้ง, ตัดเกม 3.3 ครั้ง และเคลียร์บอลอีก 2.7 ต่อเกม ซึ่งยอดเยี่ยมมากๆสำหรับนักเตะกองหลัง
ชื่อ : ลูก้า โมดริช
ทีมชาติ : โครเอเชีย
ตำแหน่ง : กองกลาง

         หนึ่งในกองกลางที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดในโลกจากความสำเร็จอย่างล้นหลามกับ เรอัล มาดริด ทั้งยังเพิ่งพาต้นสังกัดคว้าถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกมาครองหมาดๆ
         และด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมตลอด 3 เกมในรอบแบ่งกลุ่มต้องบอกว่า ลูก้า โมดริช มีชื่อลุ้นตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมของทัวร์นาเม้นต์เหมือนกับหากสามารถพาทีมเข้าไปถึงรอบลึกๆได้สำเร็จ
         นอกจากประตูจากจุดโทษในเกมกับ ไนจีเรีย ตามด้วยประตูสุดสวยในนัดพบ อาร์เจนติน่า ยังมาพร้อมกับสถิติเข้าสกัดบอลสำเร็จถึง 5 ครั้ง, ตัดเกม 3 ครั้ง, เคลียร์บอล 2 ครั้ง และจ่ายบอลสำคัญให้ทีมอีก 5 หน ตลอด 245 นาทีที่ลงเล่นในรอบแบ่งกลุ่ม
         ไม่แปลกใจเลยที่ความสำเร็จในรอบแบ่งกลุ่มของทัพ "ตราหมากรุก" จะมี โมดริช เป็นคนขับเคลื่อนทีม
ชื่อ : ฟิลิปเป้ คูตินโญ่
ทีมชาติ : บราซิล
ตำแหน่ง : กองกลาง

         กับทีมชาติบราซิลก่อนเริ่มทัวร์นาเม้นต์ คนที่ได้รับการจับตามองที่สุดคงเป็นใครไปไม่ได้นอกซะจาก เนย์มาร์
         แต่ทว่าเมื่อลงถึงเวลาลงสนามจริงคนที่โดดเด่นที่สุดของทัพแซมบ้าคงหนีไม่พ้น ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลางจาก บาร์เซโลน่า คนนี้
         สองประตูสำคัญในเกมกับ สวิตเซอร์แลนด์ นัดเปิดสนาม กับประตูเบิกร่องในนัดที่สองของรอบแบ่งกลุ่มกับ คอสตาริก้า หรือในเกมสุดท้ายในรอบแบ่งกลุ่มกับ เซอร์เบีย ที่แม้จะไม่มีประตูมาฝากแต่ก็แอสซิสต์สุดสวยให้ เปาลินโญ่ เข้าไปยิงประตูก่อนที่จะคว้าชัยชนะไปครองพร้อมเป็นแชมป์กลุ่ม
         คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหนึ่งในเต็งแชมป์ของรายการอาจจะมาไม่ถึงจุดที่ยืนอยู่นี้หากไม่ได้อดีตสตาร์จาก ลิเวอร์พูล คนนี้
          ไม่แน่ว่าในเวิลด์ คัพหนนี้ เขานี่แหละคือคนที่จะพาทัพแซมบ้าให้ไปไกล ไม่ใช่ เนย์มาร์
ชื่อ : เอแด็น อาซาร์
ทีมชาติ : เบลเยี่ยม
ตำแหน่ง : กองกลาง

         สตาร์จาก เชลซี ที่ได้รับการคาดหมายว่าจะโชว์ผลงานอย่างโดดเด่นในฟุตบอลโลกหนนี้ และเจ้าตัวก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลย
         แม้ว่าจะลงเล่นเพียงแค่ 158 นาที จากเวลา 270 นาทีเต็ม แต่ระยะเวลาเกินครึ่งนิดๆในสนามเจ้าตัวก็ฝากผลงานอันเอกอุเอาไว้อย่างยอดเยี่ยม
         90 นาทีในเกมแรกกับ ปานามา เจ้าตัวแอสซิสต์หนึ่งหน ก่อนที่เกมที่สองที่ถล่ม ตูนิเซีย 5-2, อาซาร์ ยิงสองประตูและแอสซิสต์อีกหนึ่ง แม้ว่าจะอยู่ในสนามเพียง 68 นาที แต่ก็คว้าตำแหน่งแมน ออฟ เดอะ แม็ตช์ มาครองได้ ก่อนจะได้พักเต็มๆในเกมกับ อังกฤษ เพราะทีมเข้ารอบไปแล้ว
         ผลงานยิง 8 หน, เลี้ยงบอลผ่านคู่แข่ง 8 ครั้ง, ผ่านบอลสำคัญ 6 ครั้ง และเรียกฟาวล์ได้ 9 หน คือตัวบ่งบอกว่านี่แหละคือคนสำคัญของทีมชาติและสตาร์เด่นในเวิลด์ คัพหนนี้
ชื่อ : คริสเตียโน่ โรนัลโด้
ทีมชาติ : โปรตุเกส
ตำแหน่ง : กองหน้า

         ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ชื่อของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะโผล่มาเป็นหนึ่งในนักเตะที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในตำแหน่งกองหน้าในช่วง 3 เกมแรกของรอบแบ่งกลุ่ม
         เพียงแค่เกมแรกก็จัดการแฮตทริคใส่ยอดทีมอย่าง สเปน ก่อนมาซัดประตูโทนให้ทีมคว้าชัยเหนือ โมร็อกโก แม้ว่าในเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มกับ อิหร่าน จะพลาดจุดโทษ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผลงานส่วนตัวของ "เจ็ตโด้" ถูกลดทอนลงแต่อย่างใด
         ด้วยอิทธิพลในทีมชาติและเป็นคนที่กำหนดแนวรุกของทีมทั้งหมดคงไม่ต้องบอกว่านี่คือหัวใจสำคัญขนาดไหนของทัพฝอยทอง
         หาก โปรตุเกส หวังจะไปได้ไกลในฟุตบอลโลก 2018 ก็คงต้องพึ่งพาความยอดเยี่ยมของ โรนัลโด้ นี่แหละ
ชื่อ : โรเมลู ลูกากู
ทีมชาติ : เบลเยี่ยม
ตำแหน่ง : กองหน้า

         ดาวยิงสูงสุดของทีมชาติเบลเยี่ยม หนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดของยุโรป และความหวังสูงสุดของทีมชาติไม่แพ้ เอแด็น อาซาร์
         แม้ว่าจะลงเล่นไปเพียงแค่ 149 นาทีในฟุตบอลโลกหนนี้ แต่ก็ยิงไปแล้ว 4 ประตู เป็นรองเพียงแค่ แฮร์รี่ เคน คนเดียวเท่านั้น
         จากสองประตูแรกในเกมกับ ปานามา ก่อนมาบวกอีกสองเม็ดในเกมกับ ตูนิเซีย ก่อนมีอาการบาดเจ็บข้อเท้าจนไม่มีส่วนร่วมในนัดพบกับ อังกฤษ
         จบสกอร์ได้ดีทั้งสองเท้า, เล่นลูกกลางอากาศได้ยอดเยี่ยม, เก็บบอลได้, เข้าปะทะกับคู่แข่งได้ คือองค์ประกอบรวมของดาวยิงสูงสุดของทัพปีศาจแดงแห่งยุโรป
         ที่น่ามหัศจรรย์ไปกว่านั้นกับผลงาน 29 ประตูจาก 29 เกมหลังที่ลงเล่นในนามทีมชาติ คงสร้างความมั่นใจให้กับทั้งเจ้าตัวเอง, โค้ช, เพื่อนร่วมทีม และ แฟนบอลได้เป็นอย่างดี
ชื่อ : แฮร์รี่ เคน
ทีมชาติ : อังกฤษ
ตำแหน่ง : กองหน้า

         หนึ่งเดียวจากทีมชาติอังกฤษที่ส่งเข้าประกวด นี่คือความหวังสูงสุดของทัพสิงโตคำรามอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
         แค่เปิดตัวเกมแรก แฮร์รี่ เคน ก็รับบทฮีโร่ของคนทั้งชาติด้วยการยิงสองประตูให้ทีมเบียดเอาชนะ ตูนิเซีย 2-1 คว้าสามแต้มประเดิมสนามมาได้ ก่อนตะบันแฮตทริคในเกมที่สองที่ทีมถล่ม ปานามา 6-1 รวมยอด 5 ประตู ขึ้นรั้งตำแหน่งดาวซัลโวประทัวร์นาเม้นต์เลย
         สำหรับการที่ แกเร็ธ เซาต์เกต ให้เจ้าตัวได้พักในเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มก็เพื่อประโยชน์สูงสุดของทีมในการลงเล่นในรอบน็อคเอาท์มากกว่า เพราะทีมก็ผ่านเข้ารอบไปแล้ว
         แต่ด้วยสถิติยิงประตูแบบนี้แฟนบอลสิงโตคำรามก็คงจะวาดฝันว่าดาวยิงกัปตันทีมจะยิงประตูคว้าดาวซัลโวสูงสุดพร้อมกับพาทีมไปไกลในฟุตบอลโลกด้วย


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด