:::     :::

ฟุตบอลโลก 1998 : ฝรั่งเศสและซีดาน

วันจันทร์ที่ 09 กรกฎาคม 2561 คอลัมน์ สนามเด็กเล่น โดย เสือเตี้ย
4,662
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
มหกรรมเวิลด์ คัพ ครั้งที่ 16 จัดขึ้นในดินแดนน้ำหอม ประเทศฝรั่งเศส กลายเป็นศึกฟุตบอลโลกที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา

มีชาติต่าง ๆ เข้าร่วมการแข่งขันมากถึง 32 ทีมเป็นครั้งแรก และความนิยมต่างก็เพิ่มขึ้นกว่าฟุตบอลโลกครั้งก่อนมาก ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้ชมทั้งในสนามและที่บ้าน รายได้จากการขายลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด รวมทั้งยอดจำหน่ายตั๋วเข้าชมเกมการแข่งขัน

บราซิลลงเตะนัดเปิดสนามกับสกอตแลนด์ แต่ก็ต้องเหนื่อยอย่างหนักกว่าจะปราบทีมขี้เมาลงได้ 2-1 ที่สังเวียน สต๊าด เดอ ฟร้องซ์ ซึ่งสามารถจุคนดูได้มากถึง 80,000 คน 

ทัพแซมบ้ามาพลาดท่าแพ้ นอร์เวย์ 1-2 จากประตูชัยสุดสวยของ เชติล เร็คดาลห์ และเป็นความปราชัยของบราซิลต่อนอร์เวย์หนแรกในรอบ 32 ปี 

แต่กระนั้นแซมบ้าก็ยังทะลุสู่รอบสองไปพร้อมกับนอร์เวย์ ทางด้าน ริโกแบร์ ซง กลายเป็นนักฟุตบอลคนแรกที่โดนไล่ออกในประวัติศาสตร์ศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 

ซง โดนไล่ออกครั้งแรกในแมตช์กับบราซิลเมื่อ ปี 1994 และมาโดนไล่ออกอีกครั้งในเกมกับ ออสเตรีย ในปี 1998 

ฝรั่งเศส เจ้าภาพ เก็บชัยชนะสามนัดรวดในรอบแรก แม้ ซีเนดีน ซีดาน จะโดนไล่ออกในเกมยำใหญ่ซาอุดิอาระเบีย 4-0


ซีดาน โขก 2 ประตูพาฝรั่งเศสอัดบราซิล 3-0 คว้าแชมป์โลกครั้งแรกบนแผ่นดินตัวเอง

สเปน เป็นทีมที่ทำผลงานน่าผิดหวังที่สุดในบอลโลกหนนี้ เมื่อโดนเขี่ยตกรอบแรก ขณะที่ในกลุ่ม จี อังกฤษควงโรมาเนียเข้ารอบสู่รอบสอง ส่วนอาร์เจนตินาชนะรวดทุกนัดโดยไม่เสียประตูแม้แต่ประตูเดียว

ในกลุ่มเอช "บาติโกล" กาเบรียล บาติสตูต้า ส่องแฮตทริกได้ในเกมปูพรมขยี้ จาเมกา ทีมน้องใหม่จากคอนคาเคฟไปแบบเละเทะ 5-0 ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายไปพร้อมโครเอเชียที่เข้าป้ายอันดับที่สอง

มีตัวแทนจากยุโรปผ่านเข้าเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้ายนี้ถึง 10 ทีมด้วยกัน คริสเตียน วิเอรี่ ยิงประตูให้ทีมเฉือนชนะ นอร์เวย์ 1-0 ขณะที่โรนัลโด้ ก็ยิงสองประตู ให้บราซิลถล่มชิลี ทีมร่วมทวีปอเมริกาใต้ 4-1 

โลร็องต์ บล็องก์ โขกประตูโกลเด้นโกลให้ฝรั่งเศสชนะปารากวัย  ส่วนอาร์เจนตินาดวลจุดโทษชนะอังกฤษไปอย่างสุดมัน หลังจากเสมอกันในช่วงต่อเวลาพิเศษ 2-2 

ในเกมนี้ เดวิด เบ็คแฮม ซูเปอร์สตาร์ของทัพสิงโตคำรามเสียค่าโง่โดนใบแดงไล่ออกหลังพยายามดีดขาใส่ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ 

รอบก่อนรองชนะเลิศ ฝรั่งเศสดวลจุดโทษชนะอิตาลี บราซิลชนะเดนมาร์ก 3-2 ขณะที่ฮอลแลนด์ปราบอาร์เจนตินาลงได้ 2-1 จากประตูสุดเหนือชั้นในนาทีสุดท้ายของ เดนนิส เบิร์กแคมป์ และโครเอเชียก็สร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ด้วยการถล่มทีมยักษ์ใหญ่อย่างเยอรมันจนย่อยยับ 3-1

บราซิล แชมป์เก่า ลงเตะรอบตัดเชือกคู่แรกกับฮอลแลนด์ที่เมืองมาร์กเซย โรนัลโด้ ซัดให้บราซิลขึ้นนำไปก่อน แต่ฮอลแลนด์ชุดที่แข็งแกร่งที่สุดอีกชุดมาได้ประตูตีเสมอเป็น 1-1 จาก พาทริค ไคลเวิร์ต ก่อนหมดเวลาแค่ 3 นาที


เดวิด เบ็คแฮม โดนไล่ออกในรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่อังกฤษพ่ายจุดโทษต่ออาร์เจนตินา

ทั้งคู่ทำอะไรกันไม่ได้ในช่วงต่อเวลาพิเศษ เลยต้องไปตัดสินกันด้วยการดวลลูกจุดโทษ และบราซิลก็ชนะไป หลังจาก โรนัลด์ เดอ บัวร์ ของฮอลแลนด์ ยิงพลาดในช่วงชี้เป็นชี้ตาย 

ส่วนเกมอีกคู่หนึ่ง ดาวอร์ ซูเคอร์ ยิงให้โครเอเชีย ออกนำไปก่อน 1-0 แต่ ลิลิยอง ตูราม แบ็กขวาตัวเก่ง ก็มาเหมายิงสองลูกให้ฝรั่งเศส พลิกแซงโครเอเชีย 2-1 

เข้าสู่รอบชิงกับ บราซิล แชมป์โลกสี่สมัยและแชมป์เก่า รอบชิงอันดับสาม โครเอเชีย ที่ลุยฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นสมัยแรกเฉือนชนะ ฮอลแลนด์ 2-1 และ ดาวอร์ ซูเคอร์ ก็คว้ารางวัลดาวซัลโวสูงสุดไปครอง 

ส่วนเกมนัดชิงชนะเลิศผลปรากฏว่า ฝรั่งเศส ภายใต้การนำของกุนซือ เอ็มเม่ ฌักเก้ต์ เล่นได้เหนือกว่า บราซิล ทุกกระบวนท่า ก่อนจะต้อนชนะไปอย่างขาดลอย 3-0 คว้าแชมป์โลกสมัยแรกบนแผ่นดินตัวเองได้สำเร็จ 

ซีเนดีน ซีดาน โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมเหมาโขก 2 ประตูสุดสวยก่อนปิดท้ายโดย เอ็มมานูเอล เปอตีต์ โดยที่หลังทัวร์นาเมนต์มีการยืนยันออกมาว่า โรนัลโด้ ดาวยิงความหวังของทัพแซมบ้ามีอาการป่วยและอ้วกจนต้องหามส่งโรงพยายามในคืนก่อนเกม ทำให้ลงสนามด้วยสภาพไม่พร้อมและเล่นได้อย่างน่าผิดหวัง 


โรนัลโด้ ฝืนลงเล่นรอบชิงชนะเลิศในสภาพร่างกายที่ไม่พร้อม


แฟกต์ไฟล์ฟุตบอลโลก 

ชาติเจ้าภาพ : ฝรั่งเศส

สนาม : 10 สนาม

จำนวนทีม : 32 ทีม 

จำนวนนัด : 64 นัด

วันแข่งขัน : 10 มิถุนายน - 12 กรกฎาคม 1998

จำนวนประตู : 171 ประตู (2.67 ประตูต่อนัด) 

ผู้ชมทั้งหมด : 2,784,687 (43,511 คนต่อนัด) 

ทีมแชมป์ : ฝรั่งเศส

รองแชมป์ : บราซิล

อันดับ 3 : โครเอเชีย

อันดับ 4 : ฮอลแลนด์ 

รางวัลรองเท้าทองคำ : ดาวอร์ ซูเคอร์  (โครเอเชีย) 6 ประตู   

สรุปดาวซัลโว 

6 ประตู : ดาวอร์  ซูเคอร์ (โครเอเชีย)

5 ประตู : กาเบรียล  บาติสตูต้า (อาร์เจนตินา) และ คริสเตียน วิเอรี่ (อิตาลี)

4 ประตู : มาร์เซโล่ ซาลาส (ชิลี), โรนัลโด้ (บราซิล), หลุยส์ เฮอร์นันเดซ (เม็กซิโก) 


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด