:::     :::

จับกระแสพูลดูทิศทางลม

วันพุธที่ 27 กันยายน 2560 คอลัมน์ สนามเด็กเล่น โดย เสือเตี้ย
6,550
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ผ่านไป 6 นัด ตำแหน่งบนหัวตารางไม่มีการเปลี่ยนแปลง แมนฯ ซิตี้ มีคะแนนเท่ากับ แมนฯ ยูไนเต็ด ต่างเพียงประตูได้-เสียที่ เรือใบ ฉีกหนี ผีแดง ออกไป 4 ลูก

ขณะที่กลุ่มไล่ตามทั้งเชลซี, สเปอร์ส และ ลิเวอร์พูล ยังรักษาระยะห่างไว้เท่าเดิมเมื่อเก็บชัยชนะได้หมด เช่นเดียวกับอาร์เซน่อลที่พยายามเร่งสปีดตามมาห่างๆ หลังออกสตาร์ตไม่ดี

ถ้าสลับตำแหน่ง อันดับ 6 วัตฟอร์ด กับ อันดับ 7 อาร์เซน่อล อันดับ 1 ถึง 6 จะเรียงกัน "เป๊ะ" เหมือนอันดับการเป็นเต็งคว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้ตามมุมมองร้านพูลถูกกฎหมาย 

แมนฯ ซิตี้ เป็นเต็งหนึ่งตั้งแต่เปิดฤดูกาล ตามมาด้วย แมนฯ ยูไนเต็ด ขณะที่เต็ง 3 เป็น เชลซี 

ระหว่างสัปดาห์แรกถึงสัปดาห์ล่าสุด มีเพียง สเปอร์ส กับ ลิเวอร์พูล ที่สลับการเป็นเต็ง 4 และ เต็ง 5 โดยเกิดขึ้นหลังเกมที่หงส์แดงออกไปโดนเรือใบถลุงขาด 5-0 ส่วน อาร์เซน่อล เป็นเต็ง 6 มาแต่แรก 

ฟอร์มอันร้อนแรงของทัพเรือใบ ทำให้ร้านพูลหั่นราคาลงเรื่อยๆ จนตอนนี้ส่วนใหญ่เปิดไว้ที่ ได้ต่ำกว่าทุนคือ 10/11 (แทง 11 ได้ 10 ไม่รวมทุน) ซึ่งเป็นทีมเดียวมีผลตอบแทนน้อยกว่าเงินวางเดิมพัน 

ฤดูกาลก่อน ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ออกสตาร์ตด้วยการชนะรวด 10 นัดในทุกรายการ โอกาสคว้าแชมป์ดูสดใสยิ่งกว่าตาปลา เป็นเต็งจ๋านอนมาของทุกสำนัก

แต่พอพลาดท่าพ่ายนัดแรก แมนฯ ซิตี้ ก็เป๋ต่อเนื่อง หาจังหวะการเล่นเหมือนเช่นตอนเริ่มฤดูกาลไม่ได้เลย และสุดท้ายหลุดวงโคจรหลุดแชมป์ แถมรายการอื่นก็ไม่มีอะไรติดมืออีกต่างหาก

ฤดูกาลนี้ แม้ไม่ได้เดินหน้าราบเรียบชนะรวดทุกนัดเพราะมีสะดุดในเกมกับเอฟเวอร์ตัน แต่กุนซือชาวสแปนิชบอกว่า มาตรฐานของทีม "ดีกว่า" ปีก่อนเพราะยิงได้มากขึ้น และเสียน้อยลงถ้าเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน

เกมของซิตี้ ดูลงตัวมากอย่างที่ว่าจริงๆ เกมรุกหลากหลายและยิงกระจายไม่ว่าจะส่งใครลงเล่น หรือใช้ระบบใด ในลีก 3 นัดหลังยิง 5 ลูกเป็นอย่างน้อย นี่คือทีมแรกในพรีเมียร์ลีกที่ทำได้

รอดูว่า เป๊ป จะนำบทเรียนจากฤดูกาลมาเป็นภูมิคุ้มกันตัวเองได้ดีขึ้นมากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะหากต้องแพ้นัดแรกของฤดูกาล

ในช่วงเวลาเดียวกันนี้เมื่อปีก่อน เชลซี เริ่มต้นได้กระท่อนกระแท่นมาก มี 2 เกมใหญ่ที่น่าผิดหวังทั้งแพ้ลิเวอร์พูลคารัง และพ่ายอาร์เซน่อลหมดรูปจนทำให้ อันโตนิโอ คอนเต้ ต้องเปลี่ยนระบบการเล่นเป็นหลัง 3

พวกเขาเคยหล่นไปเป็นเต็ง 6 ด้วยอัตราต่อรอง 16/1 (แทง 1 ได้ 16 ไม่รวมทุน) ซึ่งตอนนั้นร้านพูลต่างมั่นใจว่า ฤดูกาลแรกของกุนซืออิตาเลียนคงไม่เท่าไหร่ แค่ออกสตาร์ตก็เห็นชัดแล้ว


อาร์เซน่อลอัดเชลซียับในช่วงต้นฤดูกาลแล้วจนทำให้ คอนเต้ ต้องปรับมาเล่นระบบหลัง 3 และติดเครื่องคว้าแชมป์

ทว่าหลังเปลี่ยนระบบใหม่ เชลซี ก็ติดเครื่องเดินหน้าโกยแต้มแบบไม่เหลียวหลัง และเข้าป้ายคว้าแชมป์ก่อนจบฤดูกาล 

ตรงนี้ตอกย้ำให้เห็นว่า การแข่งขันระบบลีกต้องดูกันยาวๆ ผลงานในช่วงออกจากบล็อกสตาร์ตอาจชี้วัดอะไรไม่ได้มากนัก โมเมนตัมของแต่ละทีมเปลี่ยนได้ในทุกสัปดาห์ 

6 นัดผ่านไปจึงอยากให้ดูอัตราต่อรองคร่าวๆ เป็นน้ำจิ้มเอาไว้ก่อน มองดูการขยับ การไหวตัวของร้านพูลที่เปลี่ยนได้ในทุกวัน ขณะที่นักเสี่ยงโชคก็ต้องวัดใจตัวเอง กล้าลงทุนในตอนนี้ หรือ รอชัวร์ๆ มากยิ่งขึ้น ทว่าผลตอบแทนก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน

แถมในบางครั้ง เรื่องที่ว่าแน่ยิ่งกว่าแช่แป้งก็มีพลิกล็อกจนเอวเคล็ดมาแล้ว

หากจำกันได้ในท้ายฤดูกาล 2013/14 ที่ลิเวอร์พูลเบียดชนะแมนฯ ซิตี้ สุดระทึก 3-2 ที่แอนฟิลด์ พร้อมกับการรวมพลังหลังเกมโดยมี สตีเว่น เจอร์ราร์ด เป็นศูนย์รวมใจ 

ตอนนั้นใครต่อใครก็เร่มเชื่อว่าถึงเวลาแล้วที่หงส์แดงจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรก และเป็นแชมป์ลีกสูงสุดในรอบยี่สิบกว่าปีได้เสียที เพราะเกมระหว่างลิเวอร์พูลกับแมนฯ ซิตี้ ในวันนั้นเหมือนนัดติดสินแชมป์กลายๆ และลูกน้องของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ทำได้

นัดต่อมา แมนฯ ซิตี้ ที่คุมโดย มานูเอล เปเยกรินี่ สะดุดอีกเมื่อได้เพียงเสมอซันเดอร์แลนด์ในบ้าน 2-2 ทุกอย่างเหมือนเป็นใจให้ลิเวอร์พูลเหลือเกิน  

ร้านพูลปรับอัตราต่อรองแทง 1 ได้เกือบ 50 ต่อหากใครยังคิดว่าเรือใบสีฟ้าจะพลิกคว้าแชมป์ ส่วนโอกาสเป็นแชมป์ของลิเวอร์พูลลงทุนสิบบาทได้กลับมายังไม่ถึงบาทด้วยซ้ำ   

แต่ความคลาสสิกก็เกิดขึ้น หงส์แดงเสียท่าเชลซีคาบ้าน 0-2 ทั้งที่ทีมเยือนไม่ได้เอี่ยวลุ้นแชมป์ใดๆ แล้ว แถม โชเซ่ มูรินโญ่ ยังจัดสำรองลงเล่นหลายคน 

ไม่ต้องย้ำให้เจ็บใจอีกรอบว่าเกิดอะไรขึ้นกับ เจอร์ราร์ด ในวันนั้น ขณะที่นัดต่อมา อาการขวัญเสียเหมือนติดตัวเป็นเงา พวกเขานำคริสตัล พาเลซ 3-0 แต่จบด้วยการเสมอ 3-3 จากการเสีย 3 ประตูใน 11 นาทีสุดท้าย 

น้ำตาของ หลุยส์ ซัวเรซ ในเกมนั้นบ่งบอกความเจ็บปวดได้อย่างดีว่าทำไมพวกเขาต้องโชคร้ายขนาดนี้ 


วันที่ หลุยส์ ซัวเรซ ร้องไห้ เดอะ ค็อป ทั่วโลกก็สะอื้นไม่แพ้กัน

จากที่เคยนำแมนฯ ซิตี้ 3 คะแนนก่อน 3 นัดสุดท้าย กลายเป็นตามหลัง 2 คะแนนก่อนถึงนัดปิดฤดูกาลซึ่งเรือใบก็ไม่พลาดฉลองแชมป์ในบ้าน

ก่อนถึง 3 นัดสุดท้าย แมนฯ ซิตี้ ไม่เคยขึ้นจ่าฝูงได้เลย แต่พอยึดบัลลังก์ได้หลังจบนัดที่ 36 ทีมของ เปเยกรินี่ ก็ทำเรื่องน่าเหลือเชื่อ นำจ่าฝูงเพียงสิบกว่าวัน แต่ได้แชมป์ 

กระแสพูลอาจดูทิศทางได้ระดับหนึ่ง แต่ขึ้นชื่อว่าพรีเมียร์ลีก ความพิลึกพิลั่นเกิดขึ้นได้เสมอ 


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด