:::     :::

บอกตัวเองว่าเราต้องลืมเรื่องราวที่ผ่าน

วันอาทิตย์ที่ 05 สิงหาคม 2561 คอลัมน์ ฉันดูบอลที่ร้านเหล้า โดย ดากานดา
5,484
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
เสียงแป้นคีย์บอร์ดถูกกระแทกพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ฉับพลันที่รายชื่อผู้เล่นลุยศึก เอเชียนเกมส์ 2018 ที่อินโดนีเซีย ลอตแรกออกมา

1 ใน 29 แรก ทำไมไม่มีชื่อ อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ ?

ค่ำวันเดียวกันกับแฟนบอลอุทานหาชื่อ อานนท์ ที่สนาม ลีโอ สเตเดียม แนวรับ สุโขทัย เอฟซี ต้องปวดหัวกับหนุ่มน้อยเสื้อเข้ากางเกงคนหนึ่งของ บีจีเอฟซี ที่สร้างความปั่นป่วนจนแนวรับเสียประตูถึง 5 แผล เจ้าตัวสร้างสรรค์เกม รวมถึงยิงให้ “บลูแมชชีน” ถีบตัวเองหนี “เรดโซน” ไปอีกขั้น

เด็กหนุ่มคนนั้นคือคนเดียวกันกับที่แฟนบอลถามหา

ทำให้เสียงที่ตะโกนผ่านแป้นพิมพ์ในโซเชียล “ดังขึ้นกว่าเก่า”

เหตุใด วรวุธ ศรีมะฆะ จึงไม่เรียกแข้งผู้ลืมตาดูโลกที่แม่ริม เชียงใหม่ เป็นหนึ่งในขุนพลลุยศึกเอเชียนเกมส์หนนี้

แม้ช่วงเลกแรกที่อยู่กับ บุรีรัมย์ เจ้าตัวจะมีโอกาสลงตัวสนามจริงแค่เกมเดียว ทว่าเมื่อวัดกันที่ผลงานในเลกสอง อานนท์ ไม่เพียงเล่นดีแค่แมตช์ยำใหญ่ใส่ “ค้าวคาวไฟ”ล่าสุด  แต่หลายเกมที่ผ่านๆมา หมอนี่ก็เป็นคีย์แมนสำคัญของ อนุรักษ์ ศรีเกิด พาทีมเก็บชัยมาตลอดในช่วงหลัง

อีกเหตุผลที่อาจเป็นไปได้ จากการที่ผู้เขียนเคยร่วมงานกับสมาคมฟุตบอลฯ คือ การต้องส่งรายชื่อลอตแรกล่วงหน้าก่อนประกาศออฟฟิเชียลพักใหญ่ ซึ่งช่วงเวลาที่ส่ง อาจเป็นโมงยามที่ฟอร์ม อานนท์ ไม่ได้เตะลูกกะตากุนซือทีมชาติไทยนัก ถึงกระนั้นผู้เล่นที่มีชื่อ ก็ไม่ได้ถือว่ามีฟอร์มการเล่นที่เฉียบกว่า อานนท์ (บางคนนี่แทบไม่ได้ลงสนามด้วยซ้ำ)

แต่เหรียญมีสองด้านเสมอ…


ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ทีมงาน THSPORT มีโอกาสสัมภาษณ์ “โค้ชโย่ง” และ “โค้ชจุ่น” โดยมี อานนท์ เป็นหนึ่งในหัวข้อสนทนา จึงทำให้เราพอคลายข้อข้องใจไปได้บางส่วนว่า เหตุใดจึงไม่มีชื่อ อานนท์ เป็น 1 ใน 29 คนแรก

อย่างที่เราเคยเขียนไปในคอลัมน์ก่อนๆว่า ตำแหน่งที่ถนัดสุดของ อานนท์ คือ เพลย์เมกเกอร์ หรือ คีย์แมนสร้างสรรค์เกมรุก ทว่าที่หลายคนเคยคุ้นกับแข้งวัย 20 ปี คือผู้เล่นริมเส้นมากกว่า เพราะตลอดชีวิตบนรันเวย์ลูกหนังอาชีพของ “นนท์” ส่วนใหญ่ถูกจับไปเล่นปีกเกือบตลอด

อาจมีเพียง อนุรักษ์ ศรีเกิด ที่เชื่ออย่างสนิทใจว่า ตำแหน่งที่สามารถรีดศักยภาพ อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ ออกมาได้มากสุดคอ “คีย์แมน” และเขาใช้เด็กหนุ่มคนนี้ให้เห็นแล้ว ตั้งแต่ทีมชาติไทยชุด U-19 ล่วงผ่านมาถึงสีเสื้อ บีจีเอฟซี ในครึ่งฤดูกาลหลัง

ทว่ามุมของ วรวุธ ศรีมะฆะ สำหรับ อานนท์ หมอนี่คือ “ปีก” หรือผู้เล่นริมเส้น

เมื่อสายตาถึงบรรทัดนี้ พอเห็นภาพร่างหรือยังฮะ ? โค้ชแต่ละคนใช้งานผู้เล่นต่างบทบาทกันไป ตามแท็คติกและแนวคิดตนเอง

อีกทั้ง “คีย์แมน” ในทีมเอเชียนเกมส์ของ “โค้ชโย่ง” ที่ล็อกไว้ตายตัวแล้วคือ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ และ สุภโชค สารชาติ

หรือหากบทบาทของ “นนท์” สำหรับ วรวุธ คือปีกริมเส้น โค้ชโย่ง ยังมีหน้าเดิมที่คุ้นชินต่อการใช้งานอย่าง ชัยวัฒน์ บุราญ, ธนาสิทธิ์ ศิริผลา, มนตรี พรมสวัสดิ์, เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ หรือ เอกนิษฐ์ ปัญญา อยู่ ทำให้โอกาสของ อานนท์ แทบถูกปิดตายเหมือนในคดีฆาตกรรมโคนัน


อีกหนึ่งเหตุผลคือแท็คติกของ “โค้ชโย่ง” ส่วนใหญ่เน้นผลสกอร์เป็นสำคัญ เกมรับแน่นไว้ก่อน ผู้เล่นทุกคนในทีมต้องเล่นเกมรับได้ (หากนึกไม่ออกลองมโนภาพ เจนรบ สไตร์เกอร์ ที่สับตีนลงมาช่วยเล่นเกมรับดู) ยิ่งกับทัวร์นาเมนต์อย่าง เอเชียนเกมส์ ศักยภาพ ทีมชาติไทย เป็นรองหลายชาติที่เข้าร่วมแข่งขัน ฉะนั้น “เกมรับ” อาจเป็นสิ่งที่ต้อง “ซื้อ” ทุกนัดยามลงสนาม

จากรายชื่อ “ปีก” ที่หยิบยกมา ทั้งหมดล้วนเล่นเกมรับได้ทั้งสิ้น ต่างจาก อานนท์ ที่เฮดโค้ชชุด U23 มองว่า จุดนี้เขายังไม่ดีพอเทียบเท่าผู้เล่นคนอื่น

เหล่านี้คือเหตุผลของกุนซือช้างศึกที่เคยเสวนากัน

ลางเนื้อชอบลางยา แต่ละคนมีมุมความคิดไม่เหมือนกัน แม้ความเห็นส่วนใหญ่อาจแย้งกับแฟนบอล แต่นั่นคือการตัดสินใจของคนเป็นโค้ช ซึ่งมาพร้อมความเสี่ยงตรงที่ หากหน้างานออกมาไม่ดีหรือกลับบ้านไว เตรียมรับมือกับ “พายุออนไลน์” เข้าถล่มได้เลย

และหนึ่งในประเด็นที่ถูกถล่ม เชื่อว่ามีเรื่องการไม่หนีบ อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ ไปจาร์กาตาด้วย

 

ตัดฉากมายังหลังเกมที่คลองสาม ปทุมธานี ผู้เขียนถาม อานนท์ เรื่องฟอร์มการเล่นของตัวเองในเลกสอง รวมถึงเรื่องที่ไม่มีชื่อติดทีมชุดเอเชียนเกมส์ ซึ่งหมอนี่ตอบได้อย่างน่าสนใจ

“เรื่องฟอร์มการเล่น ตอนนี้ผมและ พี่ๆในทีมก็จูนกันสนิทแล้ว หลังเล่นมา 10 กว่าแมตช์ ส่วนตัวผมถือว่าพอใจกับฟอร์มตัวเอง ส่วนหนึ่งคงเป็นเรื่องของแท็คติกด้วย ที่ทำให้ผมเล่นง่ายที่นี่ (บีจีเอฟซี)”

“เราได้หนีโซนแดงมาอีกระยะหนึ่งแล้ว ผมมั่นใจว่าแมตช์ต่อๆไป ผลงานของเราจะดีขึ้นตามเรื่อยๆ และปีนี้ผมมั่นใจว่า บีจีเอฟซี ไม่ตกชั้นแน่นอน”

“ส่วนเรื่องที่ไม่มีชื่อติดทีมเอเชียนเกมส์ จริงๆ ก็เสียดาย … แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกว่าผิดหวังอะไรเท่าไหร่ ถึงแม้จะไม่ได้ติดไปก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยผมก็ยังได้มีเกมลงเล่นในลีกอยู่ ผมยังลงสนามเป็นตัวหลักของ บีจีเอฟซี ตอนนี้อยู่ ได้เล่นอยู่ แค่นี้ก็โอเคแล้ว” อานนท์ ทิ้งท้าย

เป็นคำตอบที่ทำให้ทึ่งในมุมความคิดเด็กคนนี้เช่นกัน

ผู้เชียนเชื่อว่าในใจลึกๆ “นนท์” คงไม่ความรู้สึกที่ไม่โอเค ทั้งทีมทำผลงานได้ดี แต่กลับไม่มีชื่อติดทีมชาติ แต่เมื่อบิดเข็มนาฬิกากลับไปไม่ได้อีก ผ่านแล้วก็ผ่านไป คงทำได้เพียงมองท้องฟ้าแล้วตะโกนออกมาว่าช่างแม่งงงงง (ง.งูล้านตัว)

ถนนลูกหนังยังต้องเดินต่อ และ อานนท์ มีสิ่งสำคัญที่ต้องโฟกัสกับต้นสังกัด ในอีก 8 แมตช์ที่เหลือ

ปัจจุบันขณะรวมทุกรายการ อานนท์ ซัดไปให้บีจีแล้ว 4 ประตู กับอีก 4 แอสซิสต์ และผลงานระดับมาสเตอร์พีชอาจยังไม่หยุดเพียงนี้ หากเจ้าตัวยังรักษามาตรฐานการเล่นได้เหมือนนัดถล่ม สุโขทัย เอฟซี

“ผิดหวัง พ่ายแพ้ มันก็แค่เพียง…ชีวิตบางครั้ง ที่ฟ้านั้นลำเอียง” เหมือนที่ แอมมี่  The Bottom Blues เคยบอกผ่านบทเพลงไว้นั่นแหละ

โอดครวญ เสียดาย แต่สุดท้ายเรายังต้องตื่นมา “ตะบันชีวิต” ต่ออยู่ดี  


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})