:::     :::

โอกาสครั้งใหม่ของ'มาราโดน่า'

วันอังคารที่ 11 กันยายน 2561 คอลัมน์ เล่าเก่าก้าวใหม่ โดย Latino
1,091
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ดีเอโก้ มาราโดน่า เปิดตัวในฐานะเทรนเนอร์คนใหม่ของ โดราโดส สโมสรในลีก'อาสเซนโซ่'หรือดิวิชั่น 2 ของเม็กซิโก

ทุกย่างก้าวของ ดีเอโก้ อาร์มันโด้ มาราโดน่า ยังดึงดูดความสนใจจากผู้คนและสื่อมวลชนได้เสมอ นับตั้งแต่การก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิตด้วยการนำทีมชาติอาร์เจนตินาคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกเมื่อปี 1986 จนเปรียบประดุจเทพเจ้าของชนชาวอาร์เจนไตน์ ก่อนร่วงจนถึงจุดต่ำสุดจากการติดโคเคนจนเกือบพรากชีวิตเขาไปเมื่อ 15 ปีก่อน 

'เสือเตี้ย'มาราโดน่า สร้างความประหลาดอีกครั้งด้วยการตอบรับงานเทรนเนอร์ของสโมสรในลีกอาสเซนโซ่หรือเทียบเท่าดิวิชั่น 2 ของเม็กซิโก เขาเลือกกลับมาที่ที่เคยประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิตเมื่อ 32 ปีก่อน  

ขณะที่ โดราโดส เด ซีนาลัว หรือรู้จักกันในชื่อของ โดราโดส ที่เพิ่งก่อตั้งสโมสรเมื่อ 15 ปีก่อนในเมืองกูเลียกาน ซึ่งอยู่ในเขตอิทธิพลของ ฮัวกิน 'เอล ชาโป'กูซมาน หนึ่งในราชายาเสพติดของเมืองจังโก้  


โดราโดส เป็นสโมสรธรรมดาและยังติดค้างค่าเหนื่อยนักเตะอีกต่างหาก แต่ก็ทำให้หลายคนเซอร์ไพรส์ด้วยการจ่ายค่าจ้างให้มาราโดน่าถึงเดือนละ 150,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งอาจเป็นการลงทุนเพื่อประชาสัมพันธ์สโมสรและเป็นความพยายามครั้งสุดท้ายในการฟื้นฟูกิจการแห่งนี้ 

จากที่เคยเป็นสโมสรอายุน้อยสุดที่ลงเล่น'ปรีเมร่า ดิวิซิออน'หรือลีกสูงสุดของเม็กซิโกเมื่อปี 2004 หลังการก่อตั้งสโมสรได้เพียงปีเดียว ก่อนต้นสังกัดสุดท้ายในฐานะนักเตะของ'เป๊ป'กวาร์ดิโอล่า จะตกชั้นคืนสู่เวที'อาสเซนโซ่'อีก 2 ปีถัดมา 

โดราโดส ใช้ชีวิตอยู่ในลีกรองเมืองจังโก้นาน 8 ฤดูกาลก่อนหวนคืนสู่เวทีปรีเมร่าอีกครั้งเมื่อปี 2015 แต่ก็อยู่ในลีกสูงสุดของประเทศได้เพียงซีซั่นเดียวก่อนล่วงโรยลงทุลีอีกครั้ง 

สถานะปัจจุบันของ โดราโด้ อยู่อันดับ 13 ของเวที'อาสเซนโซ่'จากทั้งหมด 15 ทีมหลังผ่านการลงเล่นช่วง 6 นัดแรกของ'อาเปร์ตูร่า'ทำสถิติเสมอ 3 แพ้ 3 ยิงได้เพียง 2 ประตูน้อยสุดของลีก ก่อนสโมสรจะดึง มาราโดน่า เข้ามารับตำแหน่งเทรนเนอร์ต่อจาก ฟรานซิสโก้ ฮาเวียร์ รามีเรซ กาเมซ ที่เพิ่งเข้ามากุมบังเหียนในช่วงเดือนพฤศจิกายนปีก่อน 


ทอม มาร์แชลล์ ผู้เชี่ยวชาญฟุตบอลเม็กซิกันของอีเอสพีเอ็นตั้งคำถามลอยๆถึงแฟนบอลชาวเมืองจังโก้ว่าการว่าจ้าง มาราโดน่า เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานระยะยาวในการเพิ่มโอกาสเติบโตของ โดราโด้ หรือเป็นเพียงการช่วยโปรโมตของครอบครัว'แฮงค์'ซึ่งเป็นเจ้าของคาสิโนและม้าแข่ง 

ตระกูลแฮงค์เป็นนักธุรกิจและเจ้าของบริษัทรับพนันใหญ่สุดของเม็กซิโก นอกจากนี้ยังเป็นเจ้าของ'กรูโป้ กาเลียนเต้'กลุ่มทุนที่ถือหุ้น 60% ของสโมสรโดราโดสด้วย 

อาจมีไม่กี่คนที่คิดว่า มาราโดน่า จะประสบความสำเร็จกับ โดราโดส หลายคนคาดการณ์ล่วงหน้าว่าจะมีการปะทะคารมกันตลอดการทำงานของ'เสือเตี้ย'ด้วยบุคลิกที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครนั่นเอง

บทบาทล่าสุดของ มาราโดน่า คือการเป็นประธานกิติมศักดิ์ของ ดินาโม เบรสต์ สโมสรชั้นนำของเบลารุส ซึ่งมีการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่และใช้ชีวิตอย่างหรูหราในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ก็อยู่ไม่นานนักก่อนเดินทางกลับอาร์เจนตินา 


มาราโดน่า เคยตกเป็นเป้าสนใจของคนในวงการลูกหนังจากพฤติกรรมสุดห่ามในฐานะแขกรับเชิญของรัสเซียเจ้าภาพฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านมา โดยเฉพาะการชูนิ้วกลางขึ้นกลางอากาศหลัง อาร์เจนตินา เอาชนะ ไนจีเรีย 2-1 ในการลงเล่นรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้าย ก่อนจะมีอาการความดันขึ้นจนเกือบเป็นลมหลังจากนั้น 

เส้นทางการเป็นเทรนเนอร์ของ มาราโดน่า ไม่ประสบความสำเร็จเหมือนช่วงที่เป็นนักเตะ เขาเคยคุมทีม มานดียู ออฟ กอร์เรียนเตส กับ ราซิ่ง คลับ ช่วงสั้นๆเมื่อปี 1994 และ 1995 

อย่างไรก็ตาม ฮูลีโอ กรอนโดน่า ประธานสมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินา หรือ เอเอฟเอ ในขณะนั้นกลับสร้างความประหลาดใจด้วยการแต่งตั้ง มาราโดน่า เป็นเทรนเนอร์ทีมฟ้าขาวในช่วงปลายเดือนตุลาคมปี 2008 ก่อน'เสือเตี้ย'จะประเดิมการคุมทีมชาติด้วยการบุกชนะ สกอตแลนด์ 1-0 ถึง'แฮมป์เด้น พาร์ค'ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน

หลัง มาราโดน่า นำทัพฟ้าขาวคว้าชัยชนะตลอด 3 เกมแรก เขาสร้างผลงานชิ้นโบแดงด้วยการนำ อาร์เจนตินา บุกไปพ่าย โบลิเวีย ที่'ลา ปาซ'1-6 ซึ่งเป็นการปราชัยยับเยินสุดในประวัติศาสตร์ของทีมฟ้าขาวหลังใช้แผนเดินทางไปโบลิเวียในวันแข่งขัน ทว่าท้ายที่สุด มาราโดน่า ยังนำทีมคว้าตั๋วเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่แอฟริกาใต้ตามเป้าหมาย แต่ไปไกลได้เพียงรอบควอเตอร์ไฟนัลหลังการพ่าย เยอรมัน 0-4

แม้จะทำทีมตกรอบ 8 ทีมของศึกฟุตบอลโลก 2010 แต่มีข่าวว่า เอเอฟเอ เตรียมเสนอสัญญาฉบับใหม่เพื่อรั้งตัว มาราโดน่า ให้ทำงานไปจนถึงศึกฟุตบอลโลกในอีก 4 ปีข้างหน้าที่ประเทศบราซิล แต่มันไม่เกิดขึ้นก่อน'เสือเตี้ย'จะถูกเตะตกเก้าอี้ก่อน มาราโดน่า จะออกมาตีโพยตีพายใส่ ฮูลีโอ กรอนโดน่า กับ การ์ลอส บีลาร์โด้ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของ เอเอฟเอ ว่าเป็นพวก'โกหกปลิ้นปล้อน'และ'ทรยศ' 


'พวกเขาต้องการให้ผมทำงานต่อไป แต่สตาฟฟ์ 7 ทั้งคนของผมต้องไป ถ้าเขาบอกกับผมแบบนั้น มันก็หมายความว่าเขาไม่ต้องการให้ผมอยู่ทำงานต่อ'มาราโดน่าโวย

หลังจากนั้น มาราโดน่า รับงานเทรนเนอร์ของสโมสรในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กับ 2 ทีม ในช่วงแรกกับ อัล วาเซิ่ล ระหว่างเดือนพฤษภาคม 2011 ถึงเดือนกรกฎาคม 2012 ทำผลงานขี้เหร่ ชนะ 7 เสมอ 5 แพ้ 10 จากการคุมทีมลงสนาม 22 นัด ก่อนหวนคืนสู่ลีกยูเออีอีกครั้งในฐานะเทรนเนอร์ของ ฟูจาราห์ ช่วงเดือนเมษายน 2017 ถึงเดือนเดียวกันในปีต่อมา ทำผลงานดีชนะ 10 เสมอ 8 แพ้ 1 จากการคุมทีมลงเล่น 19 เกม 

จนกระทั่ง โดราโดส สโมสรเม็กซิโกจะดึง มาราโดน่า กลับมาทำงานในฐานะเทรนเนอร์อีกครั้ง ซึ่งแฟนบอลท้องถิ่นมองว่า'เสือเตี้ย'ควรจะได้รับโอกาสพิสูจน์ผลงานอีกครั้ง

'เราทุกคนสามารถทำผิดพลาดกันได้และเราทุกคนสมควรได้รับโอกาสครั้งที่สอง' โฮเซ่ หลุยส์ โมราเลส ชาวเมืองกูเลียกานกล่าวถึง มาราโดน่า ในฐานะเทรนเนอร์คนใหม่ของ โดราโดส 

'กูเลียกาน'เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเม็กซิโก ซึ่งเป็นที่มั่นของธุรกิจทางการเกษตรผลิตเนื้อวัวและมะเขือเทศ แต่ก็เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ผลิตยาเสพติดแหล่งใหญ่ด้วยเช่นกัน ว่ากันว่าตัวเลขจากการค้ายาเสพติดคิดเป็น 20% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในรัฐซีนาลัวเลยทีเดียว 


รัฐซีนาลัวอยู่ในเขตอิทธิพลของเจ้าพ่อยาเสพติด ฮัวกิน 'เอล ชาโป'กูซมาน ที่มีแนวทางดำเนินธุรกิจค้ายาอย่างเหี้ยมโหดด้วยการกำจัดคู่แข่งที่ขวางทาง แม้'เอล ชาโป'จะถูกจับกุมตัวส่งทางการสหรัฐอเมริกาแล้วก็ตาม แต่ธุรกิจของเจ้าพ่อยาเสพติดวัย 61 ปียังดำเนินต่อไปโดยลูกหลาน โดยเฉพาะการส่งเฮโรอีน, โคเคนและยาบ้าไปสหรัฐอเมริกา 

อย่างไรก็ตามชาวเมืองกูเลียกานบางคนยังมองโลกแง่ดีว่าการมาของ มาราโดน่า จะมีส่วนช่วยพลิกโฉมหน้าจากเมืองที่มีชื่อเสียงด้านยาเสพติดกลายเป็นเมืองที่คนรู้จักกันในเรื่องกีฬามากขึ้น 

'ในฐานะเมืองที่เรารู้จักแต่ในด้านลบ ตอนนี้เรากำลังจะเป็นที่รู้จักในเรื่องกีฬามากขึ้น'เยเซเนีย บาร์ราซ่า ชาวเมืองกูเลียกานวัย 33 ปีกล่าวด้วยความหวัง

ขณะที่ มาราโดน่า วัย 57 ปีกล่าวในวันเปิดตัวในฐานะเทรนเนอร์ของ โดราโดส ว่า'ผมต้องการให้โดราโดสรู้ว่าผมเกือบตายตอนที่ผมป่วย'


'ผมป่วยเมื่อ 14 ปีก่อน ตอนนี้ผมต้องการเห็นแสงอาทิตย์ ผมต้องการกลับไปนอนบนเตียงตอนกลางคืน'

'ผมไม่เคยแม้แต่จะนอน ผมไม่รู้ว่าหมอนคืออะไร นั่นเป็นเหตุผลที่ผมตอบรับข้อเสนอจากโดราโดส'

'ผมต้องการอยู่อีกนาน (ที่โดราโดส) ผู้คนอาจพูดหลายสิ่งหลายอย่าง ผมกำลังมุ่งหน้าลงจากเนินเขา ผมอยากกินอาหารด้วยตัวเอง มันเป็นการก้าวถอยหลังและฟุตบอลทำให้ก้าวไปข้างหน้า ทั้งหมดที่แปรเปลี่ยนไปต้องขอบคุณลูกสาวผม' 

มาราโดน่า เป็นหนึ่งในสุดยอดนักเตะแต่ต้องยังพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาไม่ใช่เทรนเนอร์'ห่วยแตก'เหมือนที่เคยถูกปรามาสก่อนหน้านี้ ดังนั้นมันจึงขึ้นอยู่กับตัวเขาเองว่าจะใช้โอกาสครั้งใหม่ได้ดีเพียงใด หวังว่าชีวิต'เสือเตี้ย'จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติเหมือนที่เขาคาดหวังอีกครั้ง 


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด