:::     :::

สุโขทัย...เมื่อปลายฝน

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
Google
Share
เม็ดฝนยังทำหน้าที่โปรยปรายตามฤดูกาลของมัน ถึงกระนั้นความชุ่มฉ่ำยังมิอาจทาน "ความเดือดดาล" โค้งสุดท้ายไทยลีก

ตัด แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล ที่จากไปกลางสายฝนพรำสัปดาห์ก่อน ยังเหลือตั๋วอีก 4 ใบ ที่พร้อมยัดเยียดให้ 4 สโมสรโบกมือลาลีกสูงสุดตาม

ชื่อ สุโขทัย เอฟซี ตกเป็นหนึ่งในนั้น

ปัจจุบัน “ค้างคาวไฟ” จมอยู่อันดับ 15 ของตาราง ในขณะที่นับนิ้วเหลือทางให้รอดเพียง 5 เกมสุดท้าย เป็น 5 นัดที่สาวกสุโขทัย ต้องลุ้นเยี่ยวเหนียวไปกับทีมรักอีก 20 กว่าวันจากนี้

มูนวอล์กเข็มนาฬิกากลับไปต้นฤดูกาล คงไม่มีใครคาดคิดว่าพลพรรค “ค้าวคาวไฟ” จะพบตัวเองหนีตายเพียงนี้ หลังพวกเขาเปิดหัวด้วยการชนะ 4 เกมรวด

สิ่งที่หลายทีมหวาดกลัว สุโขทัย โมงยามนั้นคือ เกมรุกริมเส้นสุดสะเด่า รวมถึงการได้ “ช้างเผือก” จากคอนคาเคฟ อย่าง เนลสัน โบนิญา เสริมแนวรุก ซึ่งต่อมาดาวยิงสัญชาติ เอล ซัลวาดอร์ กลายเป็นเครื่องจักรสังหารที่มีลมหายใจในถิ่น ทะเลหลวง ไปอย่างขาดไม่ได้

ส่วนตัวริมเส้นอย่าง จอห์น บาจโจ หลายคนรู้พิษสงปีกพันธุ์จี๊ดรายนี้เป็นอย่างดี ทั้งความเร็วจู่โจม และจังหวะเปิดบอลเข้าเขตโทษ ตัวเลข 15 แอสซิสต์เมื่อปีกลาย (เป็นรองเพียง นูรูล ศรียานเก็ม ที่ทำไป 17 แอสซิสต์) ตอบทุกคำถามบนผืนหญ้าได้หมดจด

ขณะที่ เอ็นจีวา มาร์ติน แม้ไม่มีความเร็วเท่า บาจโจ ทว่าความเข้าใจเกม ไปกับบอลได้ดี สร้างโอกาส และสอดขึ้นไปทำประตูบ่อยครั้ง ทำให้เจ้าตัวกลายเป็นปีกที่น่าจับตามองคนหนึ่ง ในการเสริมทัพช่วงฤดูร้อน


อย่างไรก็ดี นานวันรูปแบบการเล่นสไตล์เดิมของ ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก เริ่มถูกคู่แข่งจับทางได้ ศัตรูที่เจอ สุโขทัย รับรู้แบบไม่ต้องดู “วีเอเอาร์” ว่าห้ามปล่อย 3 แข้งต่างชาติในแนวรุกมีอิสระในการเล่น

ผลคือเกมริมเส้นถูกปิดตาย บอลจากด้านข้างไม่ไปถึงโบนิญา แม้จะไปถึง เจ้าตัวก็ไม่ได้รับอนุญาตให้มีพื้นที่ป่วน

กาดขาด จอง มยอง-โอ มิดฟิลด์จอมเก๋าในแดนกลาง ยังหาคนทดแทนได้ ทว่าในวันที่ไร้ใครคนหนึ่งใน 3 ทหารเสือแนวรุก สุโขทัย แทบลดทอนความน่ากลัวลงทันที

ฟุตบอลอาจเล่นเป็นทีม หากแต่แนวรุกขาดคีย์แมน หรือนักเตะที่เป็นทีเด็ดทีขาด ที่คอย “สร้างความต่าง” จึงเป็นงานยากสำหรับตำแหน่งอื่นที่เหลือ

ตัวเลขการพังประตูไม่เคยโกหก ปัจจุบัน สุโขทัย กระทุ้งตาข่ายคู่ต่อสู้ไป 41 ตุง ทว่า 35 ประตูมาจาก การยิงของ 3 ผู้เล่นต่างชาติ

เนลสัน โบนิญา 19 ประตู

เอ็นจีวา มาร์ติน 10 ประตู

จอห์น บาจโจ 6 ประตู

ที่เหลือภายในทีมไม่มีผู้เล่นคนไหน ทำให้ทีมได้มากกว่า 1 ประตู เลย ในฤดูกาลนี้ สิ่งเหล่านี้จึงตอบได้ดีว่า ผลลัพธ์ในเกมรุกเกือบทั้งหมด มาจากทรีโอต่างชาติทั้ง 3 เป็นหลัก   

แต่เมื่อรูปแบบเดิมที่ “โค้ชเบ๊” พยายามยัดใส่ไปในระบบ 4-2-3-1 ใช้ไม่ได้ ผลงานทีมจึงเริ่มดรอปลง แม้บอร์ดพยายามเปลี่ยนผ่านแท็คติก โดยการใช้เฮดโค้ชใหม่ ญาณวิทย์ คันธราษฎร์ผู้ช่วยโค้ชฝ่ายเทคนิคที่ถีบตัวเองขึ้นมาจาก อะคาเดมี ก็ยังไม่เห็นความต่างจากเดิมมาก

ชัยชนะ 4 นัดแรก สุโขทัย ใช้เวลาเพียง 4 เกม

ทว่าชัยชนะ 4 นัดถัดมา พวกเขาใช้เวลาถึง 21 เกม  


ทีมเปลี่ยนผ่านอีกเฮือก ด้วยการดึง เฉลิมวุฒิ สง่าพล คนฟุตบอลผู้ชำนาญการพาสโมสรระดับกลางกึ่งเล็ก มาหนีตาย คือการทิ้ง “ไพ่ใบสุดท้าย” ของทีมในฤดูกาลนี้

8 เกมผ่าน ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 4 อาจไม่ใช่ผลงานทีควรสดุดี แต่นี่คือสิ่งที่บอร์ด “เก” หมดหน้าตักไปในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล ซึ่งสถานการณ์ทีมยังโคม่าน่าห่วงระดับหนึ่ง กอปรกับ 5 เกมที่เหลือ “โค้ชหนุ่ย” ไม่ได้เจองานงสบาย

(เหย้า) สุโขทัย, (เยือน) ทรู แบงค็อกฯ, (เหย้า) เอสซีจี เมืองทอง, (เยือน) ราชบุรี มิตรผล และ (เหย้า) แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล

หากดูตารางคะแนนโมงยามปัจจุบัน “ค้าวคาวไฟ” ไม่ได้รับอนุญาตให้พลาดท่าในบ้าน กับ 3 นัดที่เหลือ กล่าวคือ ต้องมี 9 แต้มเต็ม หากทำได้แค่ 7 ต้องลุ้นบุกไปชนะ ราชบุรี มิตรผล ที่กำลังหนีตายให้ได้ ถึงเมืองโอ่งเท่านั้น หากทำไม่ได้ คงยากที่จะ “อยู่ต่อ” ซีซั่นหน้า

กับช่วงเวลาจากนี้ คือการบ้านกองใหญ่ ที่ทีมและทุกคนต้องสุมหัวช่วยกัน ลงแข่งขันประหนึ่งเหมือนเป็นเกมสุดท้ายของชีวิต

ได้แต่หวังว่าเมื่อฤดูฝนผ่านพ้นไป ชื่อ สุโขทัย เอฟซี จะไม่ถูกพัดจากลีกสูงสุดไปตามสายฝนด้วย

ขอให้โชคดี


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
Google
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด