:::     :::

"ผมยึดมั่นปรัชญาฟุตบอลของตัวเอง" ซีเนดีน ซีดาน

วันเสาร์ที่ 22 กันยายน 2561 คอลัมน์ Zero to Hero โดย บังคุง
7,914
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
หลังจากพาทีมเรอัล มาดริด คว้าแชมป์ยุโรป 3 สมัยติดต่อกัน ซีเนดีน ซีดาน ก็ปิดฉากอำลาทีมไปอย่างยิ่งใหญ่

แม้ปัจจุบัน ซีดาน จะกลายเป็นผู้จัดการทีมที่กำลังว่างงานอยู่ แต่เชื่อเหลือเกินว่าอีกไม่นานนัก เขาจะกลับมายืนสั่งการลูกทีมที่ข้างสนามอีกครั้ง ท่ามกลางความสนใจจากหลายสโมสรที่อยากได้เขาไปเป็นกุนซือ

ช่วงนี้ เขาจะมาย้อนความทรงจำถึงการพาเรอัล มาดริด สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 สมัยติดต่อกัน พร้อมทั้งปรัชญาฟุตบอลส่วนตัว และแนวทางการทำงาน ในการคุมทีมที่เต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์พันล้านอย่าง "ราชันชุดขาว"

ในฐานะผู้จัดการทีม การเป็นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 สมัยติดต่อกัน คุณภูมิใจกับครั้งไหนมากที่สุด และเพราะอะไร ?

"ผมคิดว่ามันแสนวิเศษทั้ง 3 สมัย มันมีความพิเศษในเหตุผลที่แตกต่างกันออกไป แชมป์ยุโรปครั้งแรก (ปี 2016) ค่อนข้างจะเด่นชัด เพราะมันเป็นแชมป์รายการแรกของผม ตั้งแต่ผันตัวเองมาเป็นผู้จัดการทีม ส่วนครั้งที่ 2 (ปี 2017) ก็สุดยอดเหมือนกัน เพราะเราเผชิญหน้ากับทีมอย่างยูเวนตุส และมีการเปลี่ยนแผมการเล่นเป็นพิเศษในช่วงครึ่งเวลาหลัง ส่วนสมัยที่ 3 (ปี 2018) ถือว่าเป็นการส่งท้าย ในการที่ผมเป็นผู้จัดการทีมของเรอัล มาดริด"


แชมป์ยุโรปสมัยที่ 3 ของคุณกับการเป็นกุนซือเรอัล มาดริด พวกคุณทำผลงานได้อย่างสุดยอด ในการเจอกับยอดทีมอย่างลิเวอร์พูล มุมมองของคุณ อะไรคือกุญแจแห่งความสำเร็จ ?

"ผมยังคงยึดมั่นปรัชญาฟุตบอลของตัวเองเสมอ ผมได้ถ่ายทอดสิ่งเหล่านั้นไปยังผู้เล่นของผม โดยไม่คำนึงว่า ใครจะเป็นคู่ต่อสู้ที่พวกเราต้องเจอ"


ช่วยพูดถึงลิเวอร์พูล คู่แข่งรายล่าสุดในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ ของคุณหน่อย ?

"พวกเขาเป็นทีมแห่งการโต้กลับเร็ว และสามารถพาบอลขึ้นหน้า ภายในระยะเวลาที่รวดเร็ว เพื่อลำเลียงไปให้กับ 3 ประสานในแดนหน้าของตัวเอง สิ่งสำคัญคือ พวกเขาเป็นทีมที่ไม่เคยยอมแพ้"


กองหลังเรอัล มาดริด ถูกกำชับเป็นพิเศษหรือไม่ กับการหยุดเกมรุกของลิเวอร์พูล โดยเฉพาะในรายของโมฮาเหม็ด ซาลาห์ ?

"ไม่เลย เราลงสนามไปพร้อมกับความคิดเดิมเสมอ ไม่ว่าเราจะเจอกับใคร อย่างไรก็ตาม เราพยายามบอกลักษณะส่วนตัวของทีมฝ่ายตรงข้าม เพื่อให้นักเตะของเราทราบถึงสิ่งที่ตัวเองกำลังจะเจอ ผมไม่ได้ทำแบบนั้นมากนัก เพราะผมอยากให้นักเตะเรอัล มาดริด โฟกัสหน้าที่ของตัวเองเป็นหลักมากกว่า"

มันเป็นเรื่องยากหรือไม่ สำหรับการคิดกลยุทธ์ที่จะใช้ในนัดชิงชนะเลิศ เพราะนัดชิงชนะเลิศครั้งล่าสุดที่เคียฟ คุณตัดสินใจจัด 11 ผู้เล่นตัวจริง เหมือนในนัดชิงชนะเลิศก่อนหน้านั้นที่คาร์ดิฟฟ์ อย่างไรก็ตาม แนวทางการเล่นเหมือนจะแตกต่างออกไป ? 

"แผนการเล่นของเราแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เราไม่ได้เล่นในรูปแบบไดมอนด์ เหมือนกับที่เราเล่นกับยูเวนตุส ที่คาร์ดิฟฟ์ ผมได้มอบหมายให้อิสโก้ ถอยลงต่ำในตำแหน่งกองกลาง พร้อมกับเล่นกองหน้า 2 คน พร้อมกันนี้ เราพยายามครอบครองพื้นที่ ด้วยการให้มาร์เซโล่ เติมเกมบุกขึ้นมา เขาจะมีอิสระในการทะยานขึ้นไปข้างหน้า โดยที่เซร์คิโอ รามอส จะช่วยคอยคุมพื้นที่ของเขาแทน"


11 ผู้เล่นตัวจริงที่ลงสนามในนัดชิงชนะเลิศกับยูเวนตุส ในปี 2017 จำนวนนั้น 9 คน เป็นตัวจริงในนัดชิงชนะเลิศกับแอตเลติโก้ มาดริด ในปี 2016 คุณคิดว่า ประสบการณ์ของผู้เล่นที่ผ่านเกมใหญ่มาอย่างโชกโชน มีผลหรือไม่ และอย่างไร ?

"ไม่มีข้อสงสัยเลยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ประสบการณ์เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความแตกต่างในการแข่งขัน ทำให้ผู้เล่นสามารถหาหนทางที่จะกลับมาได้ง่ายขึ้น"


แฟนบอลที่เฝ้าชมการแข่งขันของคุณ ในการจัดความสมดุลในแดนกลางผ่าน 3 มิดฟิลด์อย่าง คาเซมิโร่, โทนี่ โครส และลูก้า โมดริช คุณช่วยอธิบายบทบาทของพวกเขาหน่อยได้มั้ย ?

"ผมมอบหมายหน้าที่ให้โครส และโมดริช ในการปิดพื้นที่ของฝ่ายตรงข้าม ขณะที่คาเซมิโร่ ช่วยรักษาความสมดุลในแดนกลาง และพยายามสนับสนุน เขาถือเป็นกลไกสำคัญ ทั้งภาคพื้นดิน และกลางอากาศ"


พูดถึงในรายของคาริม เบนเซม่า กันบ้าง เขามักถูกวิจารณ์อยู่เสมอ คุณคิดอย่างไรกับผลงานของเขากับเรอัล มาดริด ?

"คาริม เป็นนักเตะคนสำคัญ สำหรับการสร้างความสมดุลให้ทีม โดยเฉพาะตอนที่ผมสั่งให้ทำเกมบุก เขาคอยช่วยเหลือในด้านการครอบครองเกม ผ่านการเล่นร่วมกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่น แน่นอนว่า เขาเป็นนักเตะที่เล่นเป็นทีมได้ดี"

คุณใช้เวลาวิเคราะห์ฝ่ายตรงข้าม และทีมตัวเองนานเท่าไหร่ ?

"ที่เรอัล มาดริด ทีมงานโค้ช และตัวผมเอง จะใช้เวลาร่วมกันในการวิเคราะห์ระดับทีม อย่างไรก็ตาม เรามีข้อจำกัดเหมือนกัน เพราะเราอยากให้ทีมของเรา โฟกัสกับเกมการเล่นของตัวเอง ทว่าผมก็ใช้เวลาระหว่างสัปดาห์ ทำการวิเคราะห์ผู้เล่นรายคน นอกจากนี้ ยังมีการพูดคุยกับผู้เล่นแต่ละคน ก่อนลงทำการแข่งขันในแต่ละแมตช์"


ความท้าทายในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แตกต่างจากในลาลีกา หรือไม่ ?

"สำหรับผม ไม่มีความแตกต่างกันนะ ผมเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับทุกการแข่งขัน เมื่อคุณเป็นผู้จัดการทีมของ เรอัล มาดริด คุณจำเป็นต้องเอาชนะทุกอย่าง และรักษามาตรฐานการเล่นเอาไว้ นั่นคือปรัชญาของผม"


อะไรคือสิ่งที่คุณได้เรียนรู้จากการเป็นแชมป์ยุโรป 3 สมัยติดต่อกัน ?

"เมื่อคุณทำงานร่วมกันนักเตะที่มีพรสวรรค์ และประสบการณ์ สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำให้พวกเขาใจเย็นมากที่สุด นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการจากผู้เล่นของผม และเป็นสิ่งที่ผมพยายามนำมาปรับใช้"


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด