:::     :::

ดิ สเตฟาโน่ ... ปมความขัดแย้งระหว่างบาร์เซโลน่า กับ เรอัล มาดริด

วันพฤหัสบดีที่ 05 ตุลาคม 2560 คอลัมน์ ศาสดา On The Ball โดย ศาสดาลูกหนัง
3,485
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ด้วยกำลังภายในของผู้นำเผด็จการ นายพลฟรานซิสโก ฟรังโก้ ทำให้อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ ต้องกลายเป็นผู้เล่นราชันชุดขาว ??

ช่วงนี้คงไม่มีข่าวไหนร้อนแรงเกินไปกว่า ข่าวการลงประชามติแยกตัวของแคว้นกาตาลุนย่าเหนือราชอาณาจักรสเปน ท่ามกลางความไม่พอใจของรัฐบาลสเปนและกษัตริย์เฟลิเป้ที่ 6 ที่เปิดฉากประณามการกระทำของผู้นำแคว้นกาตาลุนย่าอย่างนายคาร์เลส ปุกเดมองต์ ว่าจงใจไม่เคารพรัฐธรรมนูญ และอย่าคิดเลยว่าผลจากประชามติจะหมายถึงการแยกตัวเป็นเอกราชได้อย่างที่ตั้งใจ เพราะสิ่งที่ทำอยู่นั้นเป็นการลงประชามติที่ผิดกฎหมาย !!




เรื่องนี้ยังคงมีประเด็นให้จับตามองกันต่อไป สำหรับแฟนฟุตบอลนาทีนี้ไม่มีคำถามไหนพูดถึงมากไปกว่าคำถามที่ว่าหากแคว้นกาตาลุนย่าแยกออกมาเป็นเอกราชได้จริง สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลน่าจะยังคงลงเล่นภายใต้ฟุตบอลลีกประเทศสเปนต่อไปหรือไม่ ?? หลังโจเซป บาร์โตเมว ประธานสโมสรบาร์เซโลน่าออกมาให้ข่าวกับสื่อต่างประเทศว่า มีโอกาสที่บาร์เซโลน่าจะย้ายไปเล่นลีกอื่นหากกาตาลุนย่าสามารถแยกเป็นเอกราชได้


ฤ ตำนานความเป็นคู่รัก คู่แค้นของศึก "เอล กราสิโก้" บาร์เซโลน่า กับ เรอัล มาดริด จะมาถึงปลายทาง ??


เรื่องแยกลีกหรือไม่นั้น คงปล่อยให้เป็นเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ครับ แม้โดยส่วนตัวจะยังหาเหตุผลว่าทำไมลีกอื่นจะต้องต้อนรับบาร์เซโลน่าไปร่วมสังคยากรรมไม่ได้ แต่หากจะบอกว่าเป็นไปไม่ได้เลยมันก็ดูจะวู่วามเกินไปหน่อย เอาเป็นว่าเราอย่าเพิ่งไปสนใจเรื่องย้าย-ไม่ย้าย มากจนเกินไปนักดีกว่า รอให้แคว้นกาตาลุนย่าสามารถมีเอกราชอย่างเป็นทางการก่อนค่อยกลับมาพูดกันยังไม่สาย


พูดถึงปมความขัดแย้งระหว่างกาตาลุนย่า กับ สเปน ชื่อผุดขึ้นมาในหัวผมแทบจะทันทีเป็นชื่อแรก เป็นใครไปไม่ได้ นอกไปจาก นายพลฟรานซิสโก ฟรังโก้ อดีตผู้นำเผด็จการของสเปนนั่นเอง ท่านนายพลฟรังโก้คนนี้ ถือเป็นคนที่ชาวกาตาลุนย่าเกลียดยิ่งกว่าอะไรทั้งปวง จะไม่ให้เกลียดได้อย่างไรเพราะตลอดช่วงที่นายพลฟรังโก้เรืองอำนาจ กาตาลุนย่าถูกบีบบังคับต่างๆนานา ทั้งถอนสิทธิในการปกครองตนเอง ห้ามใช้ภาษาท้องถิ่น เปลี่ยนป้ายทุกอย่างในเมืองเป็นภาษาสเปน ทั้งหมดเพื่อที่จะสลายแนวคิดว่ากาตาลุนย่าไม่ใช่สเปน ให้มลายหายไป แต่ขอโทษที เมื่อสิ่งที่นายพลฟรังโก้ทำกลับกลายเป็นทำให้ชาวกาตาลุนย่าไม่พอใจ ยิ่งอยากได้เอกราชมากขึ้นไปอีก




ไม่ใช่แค่เรื่องการเมืองหรือสังคมเท่านั้น ที่ชาวกาตาลุนย่ารู้สึกโดนเอารัดเอาเปรียบ หากแต่เกมกีฬาก็เช่นกัน !!


ย้อนกลับไปในช่วงปี 1953 ในช่วงที่บาร์เซโลน่าเป็นเต้ยแห่งวงการลูกหนัง ได้ไปปิ้งกับผู้เล่นชาวอาร์เจนไตน์นายหนึ่ง ชื่อของเขาคือ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ สังกัดทีมมิลโลนาริออส สโมสรจากโคลอมเบีย ที่ยิง 2 ประตูสร้างเซอไพรส์เอาชนะเรอัล มาดริดไปได้ 4-2 ในเกมที่ทั้ง 2 ทีมเจอกัน 


ดิ สเตฟาโน่ เป็นกองหน้าที่ฟอร์มแรงมากในทวีปอเมริกาใต้ เขาพาต้นสังกัดมิลโลนาริออสคว้าแชมป์ลีก 3 ครั้ง จาก 4 ปีที่ลงเล่นให้กับทีม ความจริงแล้วดิ สเตฟาโน่ ไม่ใช่นักเตะที่เป็นกรรมสิทธิ์ของมิลโลนาริออสแต่อย่างใด สัญญาจริงๆของดิ สเตฟาโน่ อยู่กับทีมริเวอร์เพลท ทีมดังแห่งดินแดนฟ้าขาว ปี 1949 การก่อตั้งใหม่ของฟุตบอลลีกโคลัมเบีย ที่มีองค์กรที่ชื่อ ดิมายอร์ เป็นคนก่อตั้ง กลับทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ดิมายอร์ รวบรวมสโมสรระดับแนวหน้าในประเทศ 10 สโมสร ตั้งเป็นลีกอาชีพใหม่ขึ้นมา ดูเหมือนจะดี ถ้าโคลัมเบียไม่มีฟุตบอลลีกอยู่ก่อนหน้า


ใช่ครับ เดิมที โคลัมเบียมีฟุตบอลลีกอยู่แล้ว โดยมีองค์กรที่ชื่อ อเดฟุตบอล เป็นคนจัดการ อ้าวแล้วทีนี้ลีกไหนจะเป็นลีกเบอร์ 1 ต่างฝ่ายต่างโต้เถียงกัน และเมื่อตกลงกันไม่ได้ก็เลยต้องไปพึ่งฟีฟ่า ให้เป็นคนตัดสิน ฟีฟ่าเลยตัดสินใจแบนโคลัมเบียลีก และทีมชาติโคลัมเบีย ซะเลย เพราะทำผิดกฎ จะไปมีบอลลีกสูงสุด 2 ลีกได้ไงปัดโถ่ ! แต่ทางโคลัมเบียหาได้แคร์ไม่ ดิมายอร์ ยังคงเดินเกมจัดบอลลีกต่อไป จังหวะเดียวกับที่ในอาร์เจนติน่า มีการประท้วงของผู้เล่นในลีกพอดี ทีมจากลีกโคลัมเบีย จึงทุ่มทุนจ้างนักเตะจากลีกอาร์เจนติน่าไปล่าความสำเร็จ และด้วยความที่ลีกโคลัมเบียโดนแบนจากฟีฟ่า นั่นหมายความว่าทีมจะไม่ต้องจ่ายค่าโยกย้ายให้กับสโมสรต้นสังกัดเลยแม้แต่แดงเดียว (กฎไรวะเนี่ย) เลยทำให้เงินที่มีสามารถเอามาทุ่มกับค่าเหนื่อยได้อย่างเต็มที่ 


นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมอัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ ถึงย้ายมาค้าแข้งกับมิลโลนาริออส ทั้งๆที่สัญญายังอยู่กับริเวอร์เพลท !!


กลับมาที่บาร์เซโลน่า ทีมบาร์ซ่าจับตาดูสถานการณ์ของดิ สเตฟาโน่ อยู่ และได้ติดต่อริเวอร์เพลท ต้นสังกัดที่แท้จริงของดิ สเตฟาโน่ เพื่อขอซื้อสัญญา พาดิ สเตฟาโน่ มาเล่นที่สเปน การเจรจาลุล่วงไปด้วยดี ดิ สเตฟาโน่ เดินทางมาซ้อมกับบาร์เซโลน่าเรียบร้อยแล้ว แถมลงอุ่นเครื่องในนามทีมอาซูลกราน่าแล้วอีกต่างหาก 


ปัญหาดูจะไม่มีอะไร จนกระทั่งวันที่บาร์เซโลน่าจะขอลงทะเบียนดิ สเตฟาโน่ เป็นนักเตะครับ




จู่ๆ เรอัล มาดริด ที่มีประธานสโมสรชื่อ ซานติอาโก เบอร์นาบิว เพื่อนรักของนายพลฟรังโก้ ก็โผล่มาพร้อมบอกว่า ดิ สเตฟาโน่ ไม่ใช่นักเตะของบาร์เซโลน่า หากแต่เป็นนักเตะของเรอัล มาดริด ต่างหาก !!


อ้าวเฮ้ย !! ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่หน่าาาาาาาาาาา


เรอัล มาดริด เองที่สนใจดิ สเตฟาโน่ เช่นกัน แอบซุ่มไปขอซื้อตัวนักเตะมาเหมือนกัน แต่ไม่ใช่กับริเวอร์เพลท เพราะราชันชุดขาวไปขอซื้อดิ สเตฟาโน่ จากทีมมิลโลนาริออส ต้นสังกัดล่าสุดของดิ สเตฟาโน่


อ้าว งงสิ สัญญาอยู่กับริเวอร์เพลท แล้วมิลโลนาริออส จะขายดิ สเตฟาโน่ได้ไง บาร์เซโลน่าก็ปรี๊ดแตก ส่งเรื่องให้กับสหพันธ์ฟุตบอลสเปนตัดสินมันซะเลย ของแบบนี้มั่นใจชนะใสๆ


ใครจะไปคิดว่าสหพันธ์ฟุตบอลสเปน จะตัดสินว่า หนูไม่รู้ !! ในเมื่อซื้อมาทั้งคู่ ก็แบ่งกันใช้คนละปีก็แล้วกันนะ แต่ขอให้เรอัล มาดริด ได้ใช้ก่อนนะ ฮรี่ๆ


แบบนี้มันโกงกันชัดๆ มันต้องมี "มือที่มองไม่เห็น" เข้ามาแทรกแซงการตัดสินของสหพันธุ์ฟุตบอลสเปนแน่ๆ และบุคคลต้องสงสัยก็ไม่ใช่ใคร นายพลฟรังโก้ นั่นเอง


ท้ายที่สุดบาร์เซโลน่า เลือกที่จะยอมแพ้ เพราะรู้ว่างานนี้สู้ไปก็เท่านั้น ตัดสินใจฉีกสัญญากับดิ สเตฟาโน่ ทิ้ง ไม่ต้องมาสลับเล่นทีมละปีหรอก ลำบาก อยากได้ก็ยกให้ เอาไป๊ บาร์เซโลน่าจัดการขายสิทธิ์ในตัวดิ สเตฟาโน่ ครึ่งหนึ่งที่ตัวเองถืออยู่ให้กับเรอัล มาดริด ในราคา 4.5 ล้านเปเซต้า เท่าที่จ่ายไปให้กับริเวอร์เพลท 




ไม่มีใครตอบได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ในเมื่อเคสนี้หากว่ากันตามตรงเป็นบาร์เซโลน่าที่ทำถูกต้องทุกอย่างแล้ว แต่แฟนบอลบาร์เซโลน่าทุกคนปักใจเชื่อว่า กรณีนี้เป็นใบสั่งจากท่านนายพลฟรังโก้ ที่จงใจแย่ง และไม่ต้องการให้บาร์เซโลน่าได้ตัวนักเตะไปเสริมแกร่งอีก


1 เดือนหลังจาก ดิ สเตฟาโน่ เป็นสมบัติของเรอัล มาดริด ศึกเอล กราสิโก้ ครั้งแรกของดิ สเตฟาโน่ ก็มาถึง ... ที่บ้านของเรอัล มาดริด ทีมเจ้าบ้านจัดการถล่มผู้มาเยือนแบบต้องร้องขอชีวิต 5-0 โดย 4 ประตูได้มาจากฝีเท้าของอัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่


หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นกับเรอัล มาดริด และดิ สเตฟาโน่ คงไม่ต้องอธิบาย ... 5 แชมป์ยุโรป + 8 แชมป์ลีก การันตี 


ขนาดเกมกีฬายังโดนตามมาป่วนขนาดนี้ ไม่แปลกใจเลยที่ทำไมชาวคาตาลุนย่าถึงเกลียดนายพลฟรังโก้นัก 


และนี่ คือ เสี้ยวหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์ เพื่อบอกว่าชาวคาตาลุนย่าโดนปฎิบัติเยี่ยงไร ทำไมถึงอยากออกมามีเอกราชเป็นของตัวเองนัก


นี่คือ การเอาคืนในสิ่งที่พวกเขาต้องได้ครับ !!





ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด