:::     :::

แตกหัก

วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน 2561 คอลัมน์ ผีตัวที่ 13 โดย โกสุ่ย
2,467
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
การปะทะกันระหว่างโค้ชกับนักเตะเป็นของที่อยู่คู่กับวงการฟุตบอลและมีเรื่องราวเช่นนี้เกิดขึ้นอยู่เสมอไม่ว่าทีมนั้นจะใหญ่โตหรือประสบความสำเร็จมากเพียงใด

ในฐานะที่เป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดาย่อมมีความคิดความเห็นในมุมมองของตนเอง บางครั้งอาจจะพยายามปรับตามความเห็นของคนเป็นนาย แต่เมื่อมาถึงขีดจำกัดการแสดงออกมาในทิศทางที่ 'เป็นลบ' ย่อมเกิดขึ้น

สิ่งเหล่านี้เราจะเห็นได้จากปฏิกิริยาล่าสุดระหว่าง โชเซ่ มูรินโญ่ และ ปอล ป็อกบา ที่เกิดขึ้น ณ สนามซ้อม เอออน เทรนนิ่ง คอมเพล็กซ์ ของสโมสร (คนเริ่มคือ มูรินโญ่)

มันเป็นการซ้อมตามปกติเพื่อเตรียมตัวก่อนจะบุกไปเยือน เวสต์แฮม วันเสาร์นี้ แต่สิ่งที่น่าสนใจและเป็นประเด็นให้พูดกันเป็นวงกว้างคือ ปฏิกิริยาของ มูรินโญ่ และ ป็อกบา

หลายท่านคงได้เห็นกันไปแล้วถึงการแสดงออกของทั้ง 2 คน และแน่นอนว่ามันยิ่งตอกย้ำถึงความไม่ลงรอยกันของ 'มู' และ 'ป็อก' 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์การงัดข้อกันระหว่างกุนซือและนักเตะในรั้ว โอลด์ แทรฟฟอร์ด เพราะในสมัย เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็มีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นและมันเป็นการงัดข้อระหว่างแกนหลักของทีมในเวลานั้นด้วย


เหตุการณ์ที่แฟนบอลปิศาจแดงจำได้ดีคงหนีไม่พ้น 'สตั๊ตบิน' ของ 'เฟอร์กี้' ที่ลอยเข้ายอดหน้าของ เดวิด เบ็คแฮม

ปัญหาต่างๆเริ่มสะสมขึ้นมาทะละน้อย 'ป๋า' และทีมงานมองว่าหนุ่มเบ็คส์ดร็อปลงไป ทั้งผลงานและความมุ่งมั่น ซึ่งอีกหนึ่งปัจจัยคือ วิคตอเรีย ภรรยาของ เบ็คแฮม ที่ เฟอร์กี้ มองว่ามีส่วนทำให้อดีตลูกรักรายนี้ไม่มีสมาธิในสนาม

เรื่องนี้มีจุดแตกหักหลังจาก ยูไนเต็ด ปราชัยให้กับ อาร์เซน่อล คู่แข่งเบอร์ 1 (ในเวลานั้น) ในเกมเอฟเอ คัพ ส่งผลในบรรยากาศในห้องแต่งตัวคุกรุ่นและมาคุอย่างมาก ท้ายที่สุดเหตุการณ์ที่เป็นที่กล่าวขานจนถึงทุกวันนี้ก็เกิดขึ้น

วินาทีที่รองเท้าลอยปะทะหางคิ้วของ เบ็คแฮม ทุกคนต่างตกตะลึงและต้องเข้าไปห้ามปรามนักเตะรูปหล่อที่สติหลุดหมายจะเข้าไปหา 'เฟอร์กี้'

"ข้อความของผมที่ส่งไปยังสมาชิกบอร์ดบริหารที่รู้จักผมนั้นเหมือนเดิม ในนาทีที่นักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คิดว่าตัวเองใหญ่กว่าผู้จัดการทีม เขาต้องไป ผมเคยพูดว่า 'ในเวลาที่ผู้จัดการทีมสูญเสียอำนาจ คุณจะไม่มีสโมสร บรรดานักเตะจะทำแบบนั้นและต่อมาคุณก็จะอยู่ในปัญหา'"

นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นและถือเป็นคำพูดที่ 'เฟอร์กี้' ได้แสดงจุดยืนของตนเองในฐานะผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด


ส่วนอีกกรณีที่ถือว่าเป็น 'ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์' ในเวลาต่อคือกรณีของ รอย คีน กับบทสัมภาษณ์ที่โจมตีผู้เล่นในทีม

เรื่องนี้มีที่มาที่ไปที่ลึกกว่านั้นเพราะมันเริ่มต้นตั้งแต่การเดินทางไปเก็บตัวที่โปรตุเกส ซึ่งปัญหาเกิดจากที่พักที่ 'คีโน่' ไม่พอใจกับสิ่งอำนวยความสะดวก (เพราะ คีโน่ พาครอบครัวไปด้วย แต่ที่พักกลับดูอันตรายสำหรับเด็ก) จนเกิดการเหม็นขี้หน้ากับ คาร์ลอส เคยรอซ ผู้ช่วยของ 'ป๋า' ในตอนนั้น 

ทุกอย่างเริ่มจากจุดนั้นและค่อยๆสะสมไปเรื่อยๆในสนามซ้อม ไล่จนมาถึงจุดแตกหักในการสัมภาษณ์ผ่าน MUTV ที่ 'คีโน่' จวกไปยังลูกน้องในทีม 7 คน ส่งผลให้ เฟอร์กูสัน ต้องเรียกประชุมนักเตะโดยด่วน

เหตุการณ์ดูเหมือนจะคลี่คลาย แต่ด้วยความใจร้อน (ในตอนนั้น) ของ คีน ทำให้เหตุการณ์ไม่สามารถแก้ไขได้อีก ก่อนจะจบชีวิต 13 ปีในรั้ว โอลด์ แทรฟฟอร์ด แบบไม่น่าจดจำ

นั่นคือเรื่องราวที่เกิดขึ้นในระหว่างกุนซือและนักเตะในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด แน่นอนว่ายังมีอีกหลายกรณีที่เกิดขึ้น แต่ 2 เหตุการณ์ข้างต้นคือเรื่องราวที่แฟนผีแดงจดจำได้เป็นอย่างดี


วันเวลาผ่านไปคู่ขัดแย้งใหม่บังเกิด ศึก มูรินโญ่ ปะทะ ป็อกบา มาถึงจุดไคลแม็กซ์ 

ไล่ตั้งแต่ปัญหาเล็กๆน้อยๆที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ฤดูกาลก่อน รวมไปถึงเรื่องราวที่ถูกหยิบโยงไม่ว่าจะเป็นบทสัมภาษณ์ระหว่างการเล่นฟุตบอล หรือปฏิกิริยาของ มิโน่ ไรโอล่า เอเย่นต์ตัวดี และล่าสุดกับการปลดนักเตะจากตำแหน่งรองกัปตันทีม

ทุกอย่างถูกมัดรวมและนำมาซึ่งภาพเหตุการณ์ที่นำเสนอโดย สกาย สปอร์ตส์ เราจึงปฏิเสธไม่ได้อีกต่อไปว่าที่ผ่านมาทั้งสองไม่ได้มีปัญหากัน (ตามที่ปฏิเสธออกสื่อ)

เหตุการณ์นี้จะไปจบที่จุดไหน ใครกันที่จะต้องไป (หรือไปทั้งคู่) แน่นอนหากเป็น 'เฟอร์กี้' เขามีวิธีการจัดการของเขาเองและบอร์ดบริหารคงหนุนหลังเต็มที่ แต่กรณีที่เกิดขึ้นมันต่างกัน 

แม้จะมีรายงานว่าอาจจะเป็นการเข้าใจผิดกันเองระหว่าง มูรินโญ่ และ ป็อกบา แต่คำถามที่ตามมาคือเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้น ทั้งสองจะสามารถกลับมาผสานร้อยราวได้เหมือนเดิมหรือไม่

วันเวลาเปลี่ยนแปลง ยุคสมัยเปลี่ยนไป เราในฐานะแฟนบอลปิศาจแดง ก็ทำได้เพียงแต่รอว่าสโมสรจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร ซึ่งบทสรุปคงไม่มีใครเสียหายไปมากกว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด