:::   03:57 - ผลลีกเอิง : นีซ แพ้ มาร์กเซย 0-1, แซงต์ เอเตียน เสมอ แรนส์ 1-1, มงต์เปลลิเย่ร์ ชนะ บอร์กโดซ์ 2-0   :::   03:35 - ผลลา ลีกา : เรอัล เบติส แพ้ เรอัล บายาโดลิด 0-1, อ้วยส์ก้า แพ้ เอสปันญ่อล 0-2, เออิบาร์ เสมอ แอธเลติก บิลเบา 1-1, ราโย บาเยกาโน่ แพ้ เคตาเฟ่ 1-2   :::   03:30 - ผลกัลโช่ เซเรีย อา : อินเตอร์ มิลาน ชนะ มิลาน 1-0, ฟิออเรนติน่า เสมอ กายารี่ 1-1, ปาร์ม่า แพ้ ลาซิโอ 0-2, โบโลญญ่า เสมอ โตริโน่ 2-2, คิเอโว่ แพ้ อตาลันต้า 1-5, โฟรซิโนเน่ เสมอ เอ็มโปลี 3-3   :::   02:53 - ผลเบลเยียม เฟิร์ส ดิวิชั่น เอ : ชาร์เลอรัว เสมอ ซูลเต้ วาเรเกม 2-2, ออสเทนเด้ แพ้ เกนท์ 0-4, อันเดอร์เลชท์ ชนะ แซร์ช บรูช 4-2   :::   00:48 - ผลบุนเดสลีกา : มึนเช่นกลัดบัค ชนะ ไมนซ์ 4-0, แฮร์ธ่า เบอร์ลิน เสมอ ไฟร์บวร์ก 1-1   :::

สวยและจูบหอม

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
Google
Share
อาร์เซน่อล ในช่วงล้มเหลวหลายปีหลังมักโดนค่อนขอดว่า "สวยแต่รูป จูบไม่หอม" อันมาจากสไตล์การเล่นสวยงาม แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

มันเป็นแบบนั้นโดยไร้ข้อโต้แย้งใดๆ 

สไตล์ชวนมอง ดึงดูดความน่าสนใจ แต่หากไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้ก็ไร้ความหมาย เพราะสุดท้ายฟุตบอลก็วัดกันที่ผลการแข่งขัน 

ความงดงามอาจได้รับเสียงปรบมือชั่วคราว แต่ทุกคนอยากเห็นทีมเป็นแชมป์มากกว่า ยิ่งช่วงที่ห่างหายไปนานๆ ยิ่งโหยหา 

แต่นัดล่าสุดที่อาร์เซน่อลบุกอัดฟูแล่มยับคารังคราเว่น ค็อตเทจ คือนัดแรกในรอบหลายนัดที่แฟนบอลสมหวังทั้งฟุตบอลที่สวยงามและชัยชนะแบบเต็มอิ่มจุใจรัวคู่แข่ง 5 ประตูเป็นนัดแรกของฤดูกาล

ในช่วงเข้าเบรกชนะ 8 นัดก่อนหน้านี้ ทีมของ อูไน เอเมรี่ เล่นดีระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ตื่นตาตื่นใจมาก รูปเกมไม่ถึงกับไหลลื่นไร้รอยต่อ หลายต่อหลายนัดเครื่องร้อนช้า  

เทียบเป็น 2 ครึ่งเวลาแล้ว ทีมของ อูไน เอเมรี่ มักทำได้ดีขึ้นในครึ่งหลัง

เกมกับเจ้าสัวน้อยก็ไม่ต่างกัน แต่ที่เห็นชัดคือ เล่นแล้วเชียร์สนุก ส่วนนึงก็เพราะบุกแล้วได้ประตูด้วย เลยยิ่งเพลิน

เอเมรี่ เปลี่ยนทีมหลายตำแหน่งหลังผ่านเกมยูโรปา ลีก ที่เดินทางไกลกลับมาจากอาเซอร์ไบจาน แต่ถ้าเทียบกับเกมลีกล่าสุดที่เปิดบ้านชนะวัตฟอร์ด จุดหลักๆ ที่เปลี่ยนแปลงคือ 3 ตัวรุก

เมซุต โอซิล เจ็บแผ่นหลังในการซ้อมล่าสุด ไม่มีชื่อแม้กระทั่งสำรอง ส่วน ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง กับ อารอน แรมซี่ย์ ต่างมีชื่อเป็นเพียงสำรอง

ทำให้แผงแนวรุกเปลี่ยนมาเป็น แดนนี่ เวลเบ็ค, เฮนริค มคิทาร์ยาน และ อเล็กซ์ อิโวบี้ โดยมีเพียง อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ที่รักษาตำแหน่งหน้าเป้าไว้ได้

ดูเหมือนยังเล่นระบบ 4-2-3-1 แต่ช่วงเริ่มต้นทดลองใช้ 4-4-2 ด้วยการดัน เวลเบ็ค ขึ้นไปยืนคู่กับ ลากาแซตต์ และให้ อิโวบี้ กับ มคิทาร์ยาน ลุยริมเส้น ส่วนคู่มิดฟิลด์เป็น กรานิต ชาคา และ ลูคัส ตอร์เรยร่า 


อูไน เอเมรี่ พาทีมบินฉิวต่อเนื่อง

เกมยูโรปา ลีก กับ คาราบัก เอเมรี่ ก็ทดลอง 3-4-3 แต่ไม่เวิร์กจนต้องเปลี่ยนเป็นแบ็กโฟร์เหมือนเดิมในครึ่งหลังพร้อมอัด ตอร์เรยร่า ลงไปช่วยแดนกลาง 

ส่วนเกมนี้ ฟูแล่ม ของ สลาวิซ่า โยคาโนวิช มาแบบเซอร์ไพรส์นิดๆ ที่เปิดแลกเลยในทุกครั้งที่มีโอกาสเพราะประเมินว่า ผู้เล่นอาร์เซน่อลหลายคนเพิ่งล้าทั้งลงเล่นและเดินทางไกล หากบี้หนักๆ เข้าประชิดถึงตัวก็บีบให้เล่นในเกมของตัวเองไม่ได้แน่ เล่นในบ้านแบบนี้ยังไงก็ได้เปรียบเสียงเชียร์ 

เจ้าสัวน้อยทำได้ดีระดับนึง เพราะการเพรสซิ่งเร็วทำให้แข้งปืนใหญ่ไม่สามารถครองบอลบุกได้ต่อเนื่อง และจ่ายบอลผิดพลาดมากขึ้น 

ลูกตีเสมอของฟูแล่มก็มาจากการตัดบอลที่แนวรับปืนใหญ่เปิดขึ้นมาไม่ดี ก่อนที่ ลูชาโน่ เวียตโต้ จะแทงตัดหลังให้ อันเดร เชือร์เล่ หลุดไปงัดสวนตัว แบรนด์ เลโน่ ง่ายๆ

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายจังหวะที่ฟูแล่มโหมเร็ว พรวดเข้าชิงบอลและเปิดเกมรุกทันที ทว่าด้วยเกมรุกที่ไม่เฉียบคมมากนักทำให้ยิงทิ้งยิงขว้างเป็นส่วนใหญ่

ตลอด 90 นาที ฟูแล่ม ได้ยิงถึง 21 ครั้ง แต่เข้ากรอบเพียง 4 ครั้ง และได้ประตูเดียวบ่งบอกอะไรได้พอสมควร 

ส่วนอาร์เซน่อล ในหลายนัดก่อนหน้านี้ที่ชนะ รูปเกมครึ่งแรกก็เจียนอยู่เจียนไปหลายครั้ง ปีเตอร์ เช็ก หรือ แบรนด์ เลโน่ ที่ได้ลงเล่น ต้องทำหน้าที่เซฟช่วยทีมเป็นว่าเล่น 

มีเพียง 3 จาก 9 นัดทุกรายการที่ขึ้นนำคู่แข่งก่อนในครึ่งทางแรก และผ่าน 45 นาทีที่คราเว่น ค็อตเทจ ก็จบที่ 1-1 ด้วยรูปเกมไม่ได้เหนือกว่าเจ้าถิ่นมากนัก 

ทว่าครึ่งหลังคือช่วงเวลาปล่อยของอย่างเต็มที่

ฟูแล่ม ไม่ถอนคันเร่งและดันสูงในหลายจังหวะ อาร์เซน่อลจึงมีพื้นที่ในเกมรุกอย่างมาก การต่อบอลเริ่มลงล็อกและคอนโทรลเกมของตัวเอง


ประตูสุดสวยของ อาร่อน แรมซี่ย์ ที่มาจากการประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมหลายคน

เกมคู่นี้เล่นกันค่อนข้างเร็ว แถมไม่มีดึงเกมใส่กัน มันจึงเป็นเกมที่เอนเตอร์เทนแฟนบอลอยู่ตลอด

แต่เกมเปิดแลกกันแบบนี้ เวลาผ่านไปสักพักก็เห็นข้อแตกต่างในเรื่องการเล่นระหว่างทีมใหญ่กับทีมเล็ก

เป็นทางฟูแล่มที่เริ่มผิดพลาดกันเอง พอดันเกมสูงมากก็ลงไม่ทัน หรือต่อให้วิ่งตีคู่กลับเข้าเขตโทษได้พร้อมผู้เล่นอาร์เซน่อล แต่ไม่สามารถจัดระบบระเบียบในเกมรับตัวเองได้ สุดท้ายก็โดนลงโทษ 

ครึ่งหลังอาร์เซน่อลต่อบอลได้แม่นยำมากขึ้น โชว์ให้เห็นว่าทีมเวิร์กดีกว่า แม้ตัวผู้เล่นจะสลับสับเปลี่ยนกันอย่างมาก ตรงนี้เป็นผลมาจากการฝึกซ้อมอย่างหนักของ เอเมรี่ ที่ค่อยๆ ผลิดอกออกผลในการแข่งขันจริง

ประตูของ อารอน แรมซี่ย์ ที่ลงมาเป็นสำรอง ดูกี่ครั้งก็เพลินตา มันเกิดจากการประสานงานกันของผู้เล่นเอาต์ฟิลด์กว่าครึ่งทีม และจบแบบเหนือชั้นอีกต่างหาก

นี่คือประตูที่ถือได้ว่า เป็นทีมเวิร์กมากที่สุดของอาร์เซน่อลในฤดูกาลนี้

แน่นอนว่า ทำให้อดนึกถึงยุคเก่าๆ ที่เคยยิ่งใหญ่ไม่ได้ การต่อบอลเท้าสู่เท้าที่แม่นยำ ฉับไว และ ''ตกผลึก'' ในแนวทางการเล่นเคยทำให้ปืนใหญ่ช่วงปี 2002-2004 คือช่วงที่เล่นสนุกและทรงประสิทธิภาพอย่างมาก 

ปาทริค วิเอร่า ตัดบอลได้กลางสนามก่อนกระแทกให้ แอชลี่ย์ โคล เติมขึ้นมาตบกลับคืน เดนนิส เบิร์กแคมป์ ที่ได้ไหลนิ่มๆ เข้าเขตโทษโดยมี เธียร์รี่ อองรี สปีดเข้าไปตวัดปล่อยบอลโค้งเสียบสามเหลี่ยมสวยงาม

อาร์เซน่อลชุดนี้ยังห่างไกลกับยุคที่ดีที่สุดอยู่มาก แต่ประตูนี้ทำให้ความรู้สึกหอมหวานเก่าๆ ผุดขึ้นมาในหัวทันที

ในเรื่องของคุณภาพการเล่น เกมนี้เห็นได้ชัดว่า อาร์เซน่อลเหนือกว่าฟูแล่มอย่างไม่ต้องสงสัย 

ปืนใหญ่ไม่ต้องยิงพร่ำเพรื่อ แต่ 9 ครั้งที่ง้างเท้าก็เข้ากรอบถึง 7 ครั้ง และเป็น 5 ประตู

คุณภาพการจบสกอร์เป็นสิ่งที่แตกต่างกันมาก และทำให้หลายคนเข้าใจได้ว่าทำไมสโมสรถึงยอมทุ่มเงินมากกว่าร้อยล้านปอนด์ดึงทั้ง ลากาแซตต์ เข้ามาในซัมเมอร์ก่อน และ โอบาเมย็อง ในตลาดหน้าหนาว

การมีกองหน้าชั้นดีในทีมย่อมคาดหวังผลลัพธ์ดีๆ ได้เช่นกัน และอาร์เซน่อลก็มีถึง 2 คนในตอนนี้


ลากาแซตต์ กับ โอบาเมย็อง กดรวมกัน 11 ประตูในฤดูกาลนี้

กองหน้าธรรมดาทั่วไปอาจยิงไม่ได้แม้แต่ประตูเดียวกับจังหวะที่ ลากาแซตต์ กด 2 ประตูในเกมนี้ ขณะที่ 2 ประตูของ โอบาเมย็อง ก็ไม่ใช่ว่าง่ายเช่นกัน สัญชาตญาตในการเป็นกองหน้าต้องมี ไม่ใช่ใครก็ได้ไปยืนอยู่ตรงนั้น 

อีกจุดเด่นที่หัวหอกทั้งสองทำให้เห็นคือ การพลิกยิงประตูในจังหวะที่ถูกคู่แข่งประกบติดหนึบในเขตโทษ

การเข้าถึงตัวเร็วของฟูแล่มอาจสร้างปัญหาให้อาร์เซน่อลในหลายครั้ง แต่พอ ลากาแซตต์ และ โอบา พลิกหนีนิดเดียวก็สลัดหนีตัวประกบจนหลังหักขาตายไปเลย 

ลากาแซตต์ กับ โอบาเมย็อง ไม่ได้เล่นด้วยกันตลอดเวลา บางนัดจับคู่กันตั้งแต่ออกสตาร์ต แต่ก็อีกหลายนัดที่ต้องนั่งข้างสนามหนึ่งคน ทว่าทุกช่วงเวลาที่อยู่ในสนาม ทั้งคู่ต่างทำผลงานได้ดี ตำแหน่งการเล่นอาจทับกันแต่ โอบาเมย็อง โยกออกด้านข้างได้ และก็ยิงรวมกันไปแล้ว 11 ประตูในฤดูกาลนี้ 

ปืนใหญ่เพิ่งผ่านเกมกลางสัปดาห์ และใช้ 3 ตัวรุกชุดสอง แต่สามารถเร่งจังหวะเกมในครึ่งหลังจนหวดฟูแล่มยับคารัง แสดงให้เห็นถึงคุณภาพเชิงลึกของผู้เล่นที่ดี 

สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นเลยหากไม่เพราะการทำงานอย่างหนักของ อูไน เอเมรี่ และทีมงานที่ค่อยๆ ปรับจูนทีมได้ลงตัวมากขึ้น

เสียดายนิดเดียวที่ช่วงนี้มีเบรกทีมชาติมาคั่น หากรันโปรแกรมลีกยาวๆ ก็เชื่อว่าอาร์เซน่อลชั่วโมงนี้ยังสามารถสานต่อฟอร์มเก่งได้มากกว่านี้อีกแน่ 


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
Google
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด