:::   03:57 - ผลลีกเอิง : นีซ แพ้ มาร์กเซย 0-1, แซงต์ เอเตียน เสมอ แรนส์ 1-1, มงต์เปลลิเย่ร์ ชนะ บอร์กโดซ์ 2-0   :::   03:35 - ผลลา ลีกา : เรอัล เบติส แพ้ เรอัล บายาโดลิด 0-1, อ้วยส์ก้า แพ้ เอสปันญ่อล 0-2, เออิบาร์ เสมอ แอธเลติก บิลเบา 1-1, ราโย บาเยกาโน่ แพ้ เคตาเฟ่ 1-2   :::   03:30 - ผลกัลโช่ เซเรีย อา : อินเตอร์ มิลาน ชนะ มิลาน 1-0, ฟิออเรนติน่า เสมอ กายารี่ 1-1, ปาร์ม่า แพ้ ลาซิโอ 0-2, โบโลญญ่า เสมอ โตริโน่ 2-2, คิเอโว่ แพ้ อตาลันต้า 1-5, โฟรซิโนเน่ เสมอ เอ็มโปลี 3-3   :::   02:53 - ผลเบลเยียม เฟิร์ส ดิวิชั่น เอ : ชาร์เลอรัว เสมอ ซูลเต้ วาเรเกม 2-2, ออสเทนเด้ แพ้ เกนท์ 0-4, อันเดอร์เลชท์ ชนะ แซร์ช บรูช 4-2   :::   00:48 - ผลบุนเดสลีกา : มึนเช่นกลัดบัค ชนะ ไมนซ์ 4-0, แฮร์ธ่า เบอร์ลิน เสมอ ไฟร์บวร์ก 1-1   :::

กว่าจะเป็นยักษ์เตี้ยดรูว์บรีส์

วันอังคารที่ 09 ตุลาคม 2561 คอลัมน์ Stars & Stripes โดย เจ.บาร์ท
190
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
Google
Share
ดรูว์ บรีส์ ควอเตอร์แบ็ค นิว ออร์ลีนส์ เซนต์ส ด้วยหน่วยก้านสูงแค่ 6 ฟุต ( ราว 1.83 เมตร) เคยโดนทีมฟุตบอลระดับม.ปลายปฏิเสธ รวมถึงเกือบจบอาชีพเมื่อค.ศ. 2005 เพราะเจ็บไหล่รุนแรง ทว่าตอนนี้เขาคือจอมทัพที่ขว้างระยะมากสุด ทุบเรคคอร์ดเดิม 71,940 หลา ไปดูว่าระหว่างทางเจออะไรมาบ้าง

4 พ.ย.2001 : สัปดหาห์ 8 พบกับ ชีฟส์ 

หลังจากถูกดราฟท์ มาคนแรก รอบสอง ในปีนั้น บรีส์ ในวัย 22 กะรัต ได้ลงสนามเพียงนัดเดียวฐานะรุคกี้ให้กับ ซาน ดิเอโก ชาร์จเจอร์ส 

เกมนั้นเขาลุกจากม้านั่งสำรองเล่นแทนรุ่นพี่ ดัก ฟลูตี้ ที่บาดเจ็บ ซึ่งเพลย์แรกฐานะจอมทัพอาชีพก็เล่นเอาเกือบเสียความมั่นใจเพราะทำฟัมเบิ้ล ยังดีว่าตามไปเก็บคืนได้ ซึ่งพอเลิกตื่นสนามสามารถนำทัพ 'อสุนีบาต' ตามหลัง 0-19 ไล่บี้แซง 20-19 คะแนน 

โดยการขว้างคอมพลีตแรกคือระยะ 7 หลา แก่รันนิ่งแบ็ค เทอร์เรลล์ เฟล็ตเชอร์ ขณะที่ทัชดาวน์แรกอาชีพคือ 20 หลาให้ปีกนอก เฟร็ดดี้ โจนส์ น่าเสียดายว่าท้ายสุดทีมปราชัย 20-25 คะแนน   

29 กันยายน 2002 : สัปดาห์ 4 พบกับ เพเทรียทส์

บรีส์ คว้าตำแหน่งตัวจริงมาได้ในปีที่สองอาชีพ - กวาดชัยตลอด 4 นัดแรกของซีซั่นนั้น รวมถึงอัดทีมแชมป์ ซูเปอร์ โบวล์ ล่าสุดซึ่งนำทัพมาโดยควอเตอร์แบ็คหนุ่มชื่อ ทอม เบรดี้ ด้วยสกอร์ 21-14 คะแนน 

ทั้งนี้ผลงานของ บรีส์ ตลอดปีนั้นกดไป 3,284 หลา, 17 ทัชดาวน์ และ 16 อินเตอร์เซปต์  

เฮด-ทู-เฮด : บรีส์ ดวลกับ เบรดี้  

ฟาดฟันกันทั้งสิ้น 5 ครั้ง ระหว่างสองควอเตอร์แบ็คซึ่งได้เข้า ฮอล ออฟ เฟรม แน่ๆ ทั้งนี้ บรีส์ กุมความได้เปรียบเหนือ เบรดี้ จอมทัพ นิว อิงแลนด์ ในผลงานหลายๆหมวดหมู่ อย่างไรก็ตามหากนับจำนวนแหวนแชมป์ 'ยักษ์เตี้ย' ของเราเป็นรอง 1: 5 หน  


เฮด-ทู-เฮด : บรีส์ ดวลกับ เบรดี้

2 พ.ย. 2003 : สัปดาห์ 9 เยือน แบร์ส  

บรีส์ มีปัญหาเล่นไม่ออก ผลงานขวางรวมค้างเติ่งที่ 4,955 หลา หลังผ่านสัปดาห์ 6 กระทั่งโดนจับนั่งสำรองระหว่างแข่ง วีก 9 ซึ่งออกไปเยือน แบร์ส พร้อมเสียงงานแก่ ฟลูตี้ ไปจนจบปี 

ส่วนสถิติสตาร์ตปีนั้นย่ำแย่แค่ 1-7  อนึ่งในหนังสื่อชีวประวัติของเจ้าตัวเขียนถึงช่วงเวลานั้นว่า "เป็นช่วงเวลาอ่อนจิตอ่อนใจสุดของชีวิต เท่าที่เคยเผชิญ"  


บรีส์ มีช่วงผลงานตกต่ำที่ ชาร์จเจอร์ส 

3 ต.ค. 2004 : สัปดาห์ที่ 4 พบ ไททั่นส์ 

จุดเปลี่ยนสำคัญชีวิตของ บรีส์ หลังจากนำทัพลงแข่งต้นฤดูกาลนั้นผลงาน 1-2 อีกทั้งฟอร์มระหว่างเปิดบ้านดวล ไททั่นส์ ก็ไม่เสถียร 

หัวหน้าโค้ช มาร์ตี้ ช็อทเท่นไฮเมอร์ เดินมากระซิบว่า - หากมีปัญญาแค่นี้มึงจะได้เล่นอีกแค่เพลย์เดียว เพราะเราเตรียมเปลี่ยนให้รุคกี้ดราฟท์รอบแรก ฟิลิป ริเวอร์ส ลงแข่งแทน - 

มันเหมือนไฟลนก้น จนพี่ ดรูว์ งัดฟอร์มพาทีมคว้าชัยหรู 38-17 คะแนน, จบฤดูกาลผลงาน 12-4, ติด โปร-โบวล์ ครั้งแรกอาชีพ และถูกเสนอชื่อเป็นผู้เล่นคัมแบ็คยอดเยี่ยมแห่งปี 

ผลงานตลอดอาชีพกับทีมปัจจุบันของ บรีส์ - ริเวอร์ส 

ภาพความเป็นคู่แข่งในสนามระหว่างทั้งคู่ก่อตัวย้อนไปเมื่อวันดราฟท์ ปี 2004 เมื่อ ชาร์จเจอร์ส ยอดเทรดสิทธิ์กับ นิวยอร์ก ไจแอนท์ส สลับขั้วควอเตอร์แบ็คจน ริเวอร์ส ออกจาก เอ็นซี สเตท ข้ามประเทศมายัง แคลิฟอร์เนียใต้ 

ทังนี้เจ้าหนุ่ม ฟิลิป ต้องกินน้ำใต้ศอกของ บรีส์ อยู่เกือบสองปีกระทั่งยึดตำแหน่งมือหนึ่ง ชาร์จเจอร์ส จนถึงปัจจุบัน เบื้องล่างคือผลงานเปรียบเทียบระหว่างทั้งคู่ได้รับหน้าที่จอมทัพเบอร์#1 ที่สังกัดปัจจุบัน


ผลงานเทียบกันระหว่าง บรีส์ (ซ้าย) กับ ริเวอร์ส (ขวา) กับสังกัดปัจจุบันของทั่งคู่

31 ธ.ค. 2005 : สัปดาห์ 17 พบ บรองโกส์ 

บรีส์ แยกทางกับ ซาน ดิเอโก พร้อมหายนะทางร่างกายเมื่อข้อไหล่ขวาหลุดแบบหมุนได้ 360 องศา จากจังหวะพยายามก้มเก็บบอลฟัมเบิ้ล 

ฤดูกาลนั้น ชาร์จเจอร์ส ผลงาน 9-7 จึงตัดสินใจปล่อย บรีส์ ออกจากสังกัดฐานะฟรีเอเจนต์ได้แบบไม่คิดมากเพราะมีคนหนุ่มพร้อมใช้ ริเวอร์ส คอยท่าอยู่แล้ว 

สถานการณ์ย้อนไป 15 ปีก่อน มีเพียง เซนต์ส ซึ่งคุมทัพโดยหัวหน้าโค้ชปีแรก ฌอน เพย์ตัน กับ ไมอามี ดอลฟิน สนใจอยากได้ไปใช้งาน ทว่าสิ่งที่ทำให้ 'โลมามหาภัย' ไม่เสี่ยงด้วยคือรายงานด้านการแพทย์ว่า บรีส์ อาจไม่เหมือนเดิม ตรงข้ามกับ 'นักบุญ' ขอเสี่ยงมอบสัญญา 6 ปี มูลค่า 60 ล้าน เหรียญ ให้ไป ทั้งนี้เป็นการันตีสูงถึง 10 ล้าน เหรียญ สหรัฐฯ 

ในเวลาต่อมามีการไปสัมภาษณ์ศัลยศาสตร์ เจมส์ แอนดรูว์ส ผู้ลงมีดผ่าตัดให้กับ บรีส์ ท่านยังบอกว่าอาการแบบนี้โอกาสฟื้นดังเดิมเพียง 25% ซึ่งจอมทัพหัวใจนักสู้คือหนึ่งในนั้น 

"ตามปกติหากควอเตอร์แบ็คไหล่พังมันหมายถึงคุณจบอาชีพ แต่หมอนั่นมันสู้ ตั้งใจแรงกล้ากายภาพหนักฟื้นฟูจนหายดัเดิม ... เขาสร้างการคัมแบ็คที่ไม่เชื่อว่าสามารถเกิดขึ้นได้ แถมยังโลดแล่นถึงปัจจุบัน" 


บรีส์ มาเล่นที่ เซนต์ส 

10 ก.ย. 2006 : สัปดาห์แรกเยือน บราวน์ส 

บรีส์ ลงแข่งเกมอย่างเป็นทางการฐานะ เซนต์ส โดยคอมพลีตแรกให้กับรันนิ่งแบ็ครุคกี้ ณ เวลานั้น เรจจี้ บุช ในการเล่นดาวน์ที่#3 ระยะสิบหลา  ส่วนทัชดาวน์แรกสีเสื้อ 'นักบุญ' เข้ามือปีกนอกรุคกี้เช่นกัน มาร์เกส โคลส์ตัน ช่วงควอเตอร์#3 ซึ่งปีนันผลงานทีมเริ่มต้นหรู 3-0 

นับเป็นการเริ่มนับหนึ่งความสัมพันธ์ระหว่างควอเตอร์แบ็คที่เคยปีกหัก กับคู่ขาดราฟท์รอบท้ายๆ (รอบ 7) เพราะเรคคอร์ดขว้าง-รับ ร่วมกันสำเร็จ 706 ครั้ง, 9,709 หลา และ 72 ทัชดาวน์ 

เปรียบผลงานระหว่างอยู่เซนต์ส กับ ชาร์จเจอร์ส 

พูดได้เต็มปากว่ากว่า 13 ปี ฐานะ เซนต์ส ฟอร์มของ บรีส์ ดีกว่าใต้เครื่องแบบ ชาร์จเจอร์ส ราวห้าฤดูกาล  ผลงานมาตรฐานตลอดที่ นิว ออร์ลีนส์ รวมถึงก้าวขึ้นเป็นแชมป์ ซูเปอร์ โบวล์ หนึ่งสมัย


ฟอร์มเมื่อเทียบกันระหว่างเล่นให เซนต์ส กับ ชาร์จเจอร์ส 

บทสรุปเมื่อจบฤดูกาล 2006 

บรีส์ สร้างเรคคอร์ดอาชีพเมื่อขว้างระยะรวมสูงสุด 4,418 หลา เข็นทีมเป็นแชมป์กลุ่ม เอ็นเอฟซีใต้ ทั้งที่ผลงานปีก่อน 3-13 น่าเสียดายเข็นทีมไปไกลแค่ชิงฯ คอนเฟอเรนซ์ เอ็นเอฟซี ก็ต้องพ่ายต่อ แบร์ส 14-39 คะแนน 

ด้านเกียติภูมิส่วนบุคคลรับรางวัลผู้เล่นทำประโยชน์ต่อชุมชมแห่งปี 'วอลเตอร์ เพย์ตัน' จากสิ่งที่ทำให้ชาวเมือง นิว ออร์ลีนส์ ทั้งในและนอกสนามหลังจากต้องเผชิญความเสียหายอย่างนักจากอิทธิพลเฮอร์ริเคน แคทริน่า  

"มุมมองช่วงแรกต่อผมทุกคนจะรู้สึกต่อต้าน ไม่ค่อยมีใครเชื่อน้ำยา แตกต่างจากพวกจอมทัพที่หน่วยก้านดีกว่า - ก็ไม่รู้สินะ -ส่วนตัวกลับไม่สนใจเท่าไหร่ ทั้งนี้การมองเกมผ่านสายตาของผมอาจไม่สมบูรณ์ (ถูกบดบังโดยกลุ่มโอ-ไลน์ ไซส์ยักษ์) แต่มันสัมผัสได้ว่าต้องเดินทัพอย่างไร" 

บรีส์ พูดถึงอุปสรรคด้านส่วนสูงที่แค่ 6 ฟุต ต่ำกว่าไซส์มาตรฐานควอเตอร์แบ็ค 3 นิ้ว 

28 ธ.ค.2008 : สัปดาห์ 17 พบ แพนเธอร์ส 

บรีส์ กลายเป็นผู้เล่นคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์เท่านั้นที่ขว้าง/หนึ่งฤดูกาลถึง 5,000 หลา ทั้งนี้เป็นรองเรคคอร์ดตลอดกาลของ แดน มาริโน่ เพียงแค่ 15 หลา ( 5,084 หลา) 

โดยตลอดอาชีพ บรีส์ กดไประดับ 5,000 หลา ไปทั้งสิ้น 5 ครั้ง (5,476 หลา ฤดูกาล 2011/ 5,177 หลา ฤดูกาล 2012/ 5,162 หลา ฤดูกาล 2013 /5,208 หลา ฤดูกาล 2016) อนึ่งนอกจากเขาไม่มีจอมทัพคนไหนทำได้มากกว่า 1 ครั้ง  


บรีส์ ทำระดับ 5,000 หลา/ฤดูกาล มากถึงห้าครั้ง 

รางวัลตอบแทนเมื่อจบฤดูกาล 2009 

บรีส์ สร้างเรคคอร์ดความแม่นยำขว้างเอ็นเอฟแอลสูงถึง 70.62% - ซึ่งในเวลาต่อมาก็ทุบสถิติของตัวเองในฤดูกาล 2011 และ 2017 

ด้านฟอร์มช่วงเพลย์ออฟก็เรียกว่าสมบูรณ์แบบ ปาถึง 8 สกอร์, ไม่มีอินเตอร์เซปต์ พาแฟรนไชส์คว้าแชมป์ ซูเปอร์ โบวล์ ขณะที่ตัวเองก็ซิวตำแหน่ง เอ็มวีพี จากชัยชนะเหนือ อินเดียนาโพลิส โคลต์ส 31-17 คะแนน 

โดยเพลย์อันน่าจดจำเกิดขึ้นควอเตอร์#4 แจกจ่ายบอลแก่ปีกนอก 8 คนในการคว้าง 8 ครั้ง! ปิดด้วยทัชดาวน์ของ เจเรมี่ ช็อคกีย์ และเปลี่ยนสองคะแนนพิเศษจาก แลนซ์ มอร์ 


บรีส์ แชมป์ซูเปอร์ โบวล์

อาวุธคู่กายที่รับระดับ 1,000 หลา 

ทั้งหมดคือรายชื่ออดีตขุนขวานคู่กาย บรีส์ ที่รับบอลระดับ 1,000 หลา/ฤดูกาล คนที่ครองเบอร์หนึ่งคือ โคลส์ตัน (6 ครั้ง) ส่วนตัวเด่นคือสองผู้เล่นที่ผันจากนักบาสเกตบอลมาสวมบทปีกในอย่าง จิมมี่ แกรม ( 2 ครั้ง) หรือ แอนโตนิโอ เกตส์ ( 1 ครั้ง) 


26 ธ.ค. 2011 : สัปดาห์ 16 พบ ฟอลคอนส์ 

เป็นอีกฤดูกาลไฮไลท์ของ บรีส์ เมื่อทำลายสถิติขว้างระยะหลาต่อหนึ่งฤดูกาลมากสุดที่ แดน มาริโน่ ทำไว้ ทั้งที่ยังเหลือโปรแกรมเรกูล่า ซีซั่นอีก 1 นัด! 

โดยจบปีนั้นเจ้าตัวกดไป 5,476 หลา, 46 ทัชดาวน์ และเสีย 14 อินเตอร์เซปต์ "จริงอยู่ที่ว่ามีเพียงคุณคนเดียวที่ถูกจดชื่อลงสถิติ แต่สิ่งนี้จะเกิดไม่ได้หากขาดความร่วมมือจากทุกคนในทีม" บรีส์ กล่าวในล็อคเกอร์ รูม ให้เครดิตผู้มีส่วนร่วมทุกฝ่ายตั้งแต่เจ้าของทีมยันเด็กเก็บบอล

เรคคอร์ดในฤดูกาลขว้างเป็นไฟ : บรีส์ กับ มาริโน่ 

สถิติอยู่ยั้ง ยืนยงของ มาริโน่ ยาวนานมากว่า 27 ฤดูกาล กระทั่ง บรีส์ มาทุบทิ้งกระจุยเมื่อปี 2011 นับเป็นอีกปีที่แขนร้อนเยี่ยงไฟ 


ผลงานในฤดูกาลทุกเรคคอร์ดขว้าง/ซีซั่น เมื่อเทียบ มาริโน่

7 ต.ค. 2012 : สัปดาห์ 5 พบ ชาร์จเจอร์ส 

เป็นฤดูกาลแห่งความสูญเสียของ เซนต์ส จากคดี 'เบาน์ตี้เกต' (ปล่อยให้มีการลงขันในทีมรับอัดคู่แข่งจนเดี้ยง แล้วหัวหน้าโค้ช ฌอน เพย์ตัน เอาหูไปนา เอาตาไปไร่ โดนแบนห้ามคุมทัพ 1 ซีซั่น) 

อย่างไรก็ตาม บรีส์ คงเปล่งประกายผลงานบนสนาม เมื่อทุบเรคคอร์ดของควอเตอร์แบ็คยุคเก่า จอห์นนี่ ยูไนตาส ที่ตอนนั้นวัย 42 กะรัต ปาทัชดาวน์อย่างน้อย 1 ครั้ง/นัด ต่อเนื่อง 48 เกม

โดยมันเกิดจากสกอร์ 40 หลา เข้ามือปีกนอก เดเวรี่ เฮนเดอร์สัน โดยมีคู่แข่งเป็นอดีตสังกัดอย่าง ชาร์จเจอร์ส !!  

จำนวนที่บรีส์ขว้างทัชดาวน์/นัด 

ตลอดอาชีพกว่า 18 ปี ครึ่งหนึ่งของเกมลงสนามต้องทำอย่างน้อย 1 หรือ 2 สกอร์/นัด (139 แมตช์) ส่วนเกมที่ส่งบอลถึงเอนด์ โซน มากสุดกดไปถึง 7 ทัชดาวน์ ( 1 แมตช์) 


เป็นเรื่องปกติขว้าง 2 สกอร์/นัด 

จำนวนระยะหลาต่อเกมรั้งเบอร์#1สองระดับ  

นี่คือบทสรุป (ก่อนเกมเกมสัปดาห์ที่ 5 ฤดูกาล 2018) ถึงจำนวนหลาที่ขว้าง/นัด ของ บรีส์ ตลอดอาชีพ โดยครองเบอร์#1 ที่ระดับ 300 หลา/นัด ( 95 ครั้ง) และ 400 หลา/นัด ( 14 ครั้ง)  


ครองเบอร์#1 ประเภทจำนวนหลา/นัด ที่ 300 และ 400 หลา 

11 ก.ย. 2016 : สัปดาห์แรก พบ เร้ดเดอร์ส 

บรีส์ เปิดฤดูกาลด้วยการทำทัชดาวน์ระยะไกลสุดอาชีพ 98 หลา ให้กับปีกนอกตีนผี แบรนดิ้น คู้กส์ ทั้งนี้พวกเขากดอีกสกอร์ระยะไกลระหว่างซีซั่น 87 หลา ซึ่งก็คือผลงานดีสุดตั้งแต่เข้าลีกอันดับสอง สำหรับโปร-โบวล์ 11 สมัย  

บรีส์ วัด แมนนิ่ง : ระยะหลาเทียบวัยวุฒิ 

ตลอด 3 ฤดูกาลหลังสุด สถิติผลงานขว้างระยะรวมมากสุดถูกสร้างมาโดยควอเตอร์แบ็คดีกรี สองแชมป์ ซูเปอร์ โบวล์ เพย์ตัน แมนนิ่ง ซึ่งรีไทร์ไปเมื่อปี 2016 หลังโลดแล่นกว่า 18 ซีซั่น 

ด้าน ดรูว์ บรีส์ ที่วันนี้แบกสังขาร 39 กะรัต แล้วกำลังอยู่ในฤดูกาล 18 อาชีพ แล้วทุบสถิติลงไป ลองดูว่าแต่ละช่วงอายุของใคร เป็นแบบไหน


บรีส์ (ซ้าย) เทียบ เพย์ตัน (ขวา) เจ้าของ เรคคอร์ดเดิม

ในที่สุดก็ทำลาย71,940หลา

บรีส์ ทำลายเรคคอร์ดขว้างระยะหลารวมมากสุดตลอดกาลในเกมพบ วอชิงตัน เรเดสกินส์ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 9 ต.ค., ถ่ายทอดทั่วโลก และมันคือทัชดาวน์! เท่อย่างกับเขียน สคริปต์ 

ลูกบอมบ์ออกปีกขวาให้รุคคกี้ เทรคอว์น สมิธ เอาชนะตัวประกบวิ่งโกยอ้าวหายเข้าเอนด์ โซน เป็นระยะ 62 หลา ต่อหน้าแฟน 'นักบุญ' เต็มความจุเมอร์เซเดส-เบนซ์ ซูเปอร์ โดม 

ประวัติศาสตร์เกิด แถมยังโก้เพราะคือทัชดาวน์

แน่นอนตามธรรมเนียมต้องหยุดเกมเพื่อให้ บรีส์ ได้แสดงความขอบคุณต่อทีมเมตและแฟนบอลทั่วสนามด้วยการส่งจูบ  

จากนั้นก็นำบอลประวัติศาสตร์ส่งมอบแก่ เดวิด เบเกอร์ ปธ.โปรฟุตบอล ฮอล ออฟ เฟรม บริเวณข้างสนาม ให้นำไปจัดแสดงต่อไป ส่วน บรีส์ ก็เดินไปจูบเมีย บริททานี่, ลูกๆทั้ง 4, หัวหน้าโค้ช ฌอน เพย์ตัน และผู้มีส่วนร่วมในองค์กรแบบรายตัว 

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
Google
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด