:::   03:57 - ผลลีกเอิง : นีซ แพ้ มาร์กเซย 0-1, แซงต์ เอเตียน เสมอ แรนส์ 1-1, มงต์เปลลิเย่ร์ ชนะ บอร์กโดซ์ 2-0   :::   03:35 - ผลลา ลีกา : เรอัล เบติส แพ้ เรอัล บายาโดลิด 0-1, อ้วยส์ก้า แพ้ เอสปันญ่อล 0-2, เออิบาร์ เสมอ แอธเลติก บิลเบา 1-1, ราโย บาเยกาโน่ แพ้ เคตาเฟ่ 1-2   :::   03:30 - ผลกัลโช่ เซเรีย อา : อินเตอร์ มิลาน ชนะ มิลาน 1-0, ฟิออเรนติน่า เสมอ กายารี่ 1-1, ปาร์ม่า แพ้ ลาซิโอ 0-2, โบโลญญ่า เสมอ โตริโน่ 2-2, คิเอโว่ แพ้ อตาลันต้า 1-5, โฟรซิโนเน่ เสมอ เอ็มโปลี 3-3   :::   02:53 - ผลเบลเยียม เฟิร์ส ดิวิชั่น เอ : ชาร์เลอรัว เสมอ ซูลเต้ วาเรเกม 2-2, ออสเทนเด้ แพ้ เกนท์ 0-4, อันเดอร์เลชท์ ชนะ แซร์ช บรูช 4-2   :::   00:48 - ผลบุนเดสลีกา : มึนเช่นกลัดบัค ชนะ ไมนซ์ 4-0, แฮร์ธ่า เบอร์ลิน เสมอ ไฟร์บวร์ก 1-1   :::

คอนเต้คืนสังเวียน!?!?

วันอังคารที่ 09 ตุลาคม 2561 คอลัมน์ ลูกหนังนอกกรอบ โดย JOKE
4,416
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
Google
Share
อันโตนิโอ คอนเต้ เทรนเนอร์ระดับท็อปที่ยังไร้สังกัดเวลานี้อาจจะเตะฝุ่นไม่นานนักหากสถานการณ์ของ เรอัล มาดริด ยังไม่ดีขึ้น

เทรนเนอร์โปรไฟล์เยี่ยมฝีมือระดับต้นๆของวงการที่กำลังว่างงานอยู่คงต้องมีชื่อ อันโตนิโอ คอนเต้ เป็นหนึ่งในนั้น 

คอนเต้ เคยนำ ยูเวนตุส คว้าแชมป์เซเรีย อา 3 สมัย (2011-12, 2012-13, 2013-14) กับ แชมป์ ซูเปอร์โคปปา อิตาเลีย อีก 2 ครั้ง (2012 กับ 2013)

เทรนเนอร์วัย 49 ปี ยังนำ เชลซี ฟาดแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2016-17 ต่อด้วยแชมป์ เอฟเอ คัพ ซีซั่น 2017-18 ก่อนถูกทีมสิงห์น้ำเงินปลดออกจากตำแหน่งหลังจบฤดูกาลที่ผ่านมา 

คอนเต้ ตกเป็นข่าวพัวพันกับหลายสโมสรนับตั้งแต่ว่างงานโดยเฉพาะกับสองทีมดังอิตาลีทั้ง โรม่า กับ มิลาน ในช่วงที่ฟอร์มการเล่นลุ่มๆดอนๆจนชื่อของอดีตกุนซือทีมสิงห์น้ำเงินถูกนำไปโยงใยกับตำแหน่งของ ยูเซบิโอ ดิ ฟรานเชสโก้ กับ เจนนาโร่ กัตตูโซ่ ก่อนที่ทีมหมาป่ากับทัพปีศาจแดงดำจะฟื้นตัวกลับมาและทำผลงานดีในช่วงหลัง

แต่ดูเหมือนว่า คอนเต้ อาจจะไม่ต้องรองานใหม่นานกว่าที่คิดหลังหลายทีมกำลังมีปัญหาเรื่องทำผลงานย่ำแย่จนเทรนเนอร์สุ่มเสี่ยงที่จะถูกปลดออกจากตำแหน่งทั้ง แมนฯยูไนเต็ด, บาเยิร์น มิวนิค กับ เรอัล มาดริด โดยเฉพาะทีมหลังสุดที่มีข่าวว่าพร้อมพิจารณาดึงเทรนเนอร์วัย 49 ปีมาทำงานหากมีคำสั่งฟ้าผ่าปลด จูเลน โลเปเตกี ออกจากตำแหน่งเซ่นผลงานย่ำแย่


'อาส'สื่อยักษ์ใหญ่ของนครมาดริดระบุว่า เรอัล มาดริด พร้อมจะดึง คอนเต้ อดีตบอส ยูเวนตุส, เชลซี และ ทีมชาติอิตาลีเข้ามารับตำแหน่งเทรนเนอร์หากสโมสรสั่งปลด โลเปเตกี เนื่องจากเทรนเนอร์ชาวอิตาเลียนเป็นโค้ชระดับหัวแถวเพียงคนเดียวที่ยังไม่มีสังกัดเพียงแต่ทีมชุดขาวจะต้องทำข้อตกลงกับ เชลซี เพื่อปล่อย คอนเต้ เป็นอิสระเพราะทีมสิงห์น้ำเงินยังต้องจ่ายเงินค่าชดเชยในสัญญาที่ยังมีอายุการใช้งานจนถึงช่วงซัมเมอร์ปีหน้า 

หรืออีกทางเลือกคือการโปรโมต ซานติอาโก้ โซลารี่ อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติอาร์เจนตินาที่กำลังคุมทีม เรอัล มาดริด กาสตีย่า ขึ้นมากุมบังเหียนทีมชุดใหญ่ชั่วคราวเหมือนที่เคยดัน ซีเนดีน ซีดาน ขึ้นมาตอนปลด ราฟาเอล เบนีเตซ ในช่วงกลางฤดูกาล 2016-17

ถ้าถามว่ามันมีเหตุผลเพียงพอที่จะปลด จูเลน โลเตเปกี ออกจากตำแหน่งหรือไม่? ตอบได้ทันทีว่า'มี'หากพิจารณาจากผลงานในปัจจุบัน


เรอัล มาดริด ของ โลเปเตกี ไม่ชนะคู่แข่ง 4 เกมติดต่อกัน (แพ้ 3 เสมอ 1) และยิงประตูไม่ได้นานถึง 409 นาทีหรือ 6 ชั่วโมงกับ 49 นาที หากนับจากการทำประตูล่าสุดของ มาร์โก อาเซนซีโอ ช่วงนาที 41 ในเกมชนะ เอสปันญ่อล 1-0 ทั้งที่พวกเขาสร้างโอกาสทำประตูรวมกันถึง 75 ครั้ง หลังเกมพลิกล็อกพ่าย อลาเบส 0-1 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา 

จากผลงานดังกล่าวมันคืบเข้าใกล้สถิติเลวร้ายสุดในประวัติศาสตร์สโมสร เรอัล มาดริด ซึ่งยิงคู่แข่งไม่ได้ถึง 5 เกมติดต่อกันที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนปี 1985 หรือกว่า 33 ปีก่อนหน้านี้จนมีการเปลี่ยนเทรนเนอร์ในช่วงเวลาดังกล่าว

ประวัติศาสตร์ด้านมืดของทีมชุดขาวเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 3 เมษายน 1985 เรอัล มาดริด พ่าย แอธเลติก บิลเบา 0-2 ในศึก โกปา เดล เรย์ รอบ 8 ทีมนัดสอง ต่อด้วยการถูกทีมคู่ปรับร่วมเมือง แอตเลติโก มาดริด ถลุงยับบนเวทีลีกา 4-0 

จากนั้นทีมชุดขาวพลาดท่าพ่าย อินเตอร์ มิลาน 0-2 ในรอบตัดเชือกนัดแรกของศึกยูฟ่า คัพ ก่อนจะแพ้ บาเลนเซีย 0-1 บนเวทีลีกาส่งผลให้ อามานซีโอ อามาโร่ ถูกเตะตกเก้าอี้ ก่อนสโมสรจะดึง หลุยส์ มาโลว์นี่ กลับมาคุมทีมอีกครั้ง ทว่าประเดิมด้วยการพ่าย เอร์กูเลส 0-1


เรอัล มาดริด ของ โลเปเตกี ยังเล่นกันเป็นทรงและสร้างโอกาสทำประตูได้ดี ทว่าสิ่งที่ขาดหายไปจากทีมชุดนี้คือความเฉียบคมจนสถานการณ์ของทีมไม่สู้ดีนักและเทรนเนอร์สุ่มเสี่ยงต่อการถูกปลดออกจากตำแหน่งหากไม่มีแนวโน้มว่าจะดีขึ้น 

ย้อนกลับไปดูผลงานจาก 4 นัดล่าสุดของ เรอัล มาดริด ที่ยิงไม่ได้แม้แต่ประตูเดียว แต่จากสถิติที่อ้างอิงจาก'อ็อปต้า'ระบุว่าทีมชุดขาวสร้างโอกาสทำประตูมากขึ้น 75 ครั้ง ทว่าปัญหาคือจังหวะจบสกอร์ไม่มีความเฉียบคมนั่นเอง

เซบีย่า 3 - เรอัล มาดริด 0 (สร้างโอกาส 21 ครั้ง, ยิงตรงกรอบ 3 ครั้ง, ยิงไม่เข้ากรอบ 12 ครั้ง, ติดบล็อค 6 ครั้ง)

เรอัล มาดริด 0 - แอตเลติโก มาดริด 0 (สร้างโอกาส 15 ครั้ง, ยิงตรงกรอบ 6 ครั้ง, ยิงไม่เข้ากรอบ 6 ครั้ง, ติดบล็อค 3 ครั้ง)

ซีเอสเคเอ มอสโก 1 - เรอัล มาดริด 0 (สร้างโอกาส 26 ครั้ง, ยิงตรงกรอบ 4 ครั้ง, ยิงไม่เข้ากรอบ 18 ครั้ง, ติดบล็อค 4 ครั้ง)

อลาเบส 1 - เรอัล มาดริด 0 (สร้างโอกาส 13 ครั้ง, ยิงตรงกรอบ 6 ครั้ง, ยิงไม่เข้ากรอบ 4 ครั้ง, ติดบล็อค 3 ครั้ง)


ถ้าถามว่า โลเปเตกี มีโอกาสทำสถิติด้านมืดทาบผลงานห่วยระดับประวัติศาสตร์ 116 ปีของสโมสรหรือไม่? มันมีโอกาสเป็นไปได้เช่นกัน แต่คงไม่มากนัก เนื่องจากโปรแกรมหลังพักเบรกทีมชาติเอื้อต่อการ'ปลดล็อค'การทำประตูแรกในช่วงนานกว่า 6 ชั่วโมงของทีมชุดขาว

เรอัล มาดริด จะกลับมาจะลงเล่นนัดที่ 9 ของซีซั่นบนสังเวียน'ซานติอาโก้ เบร์นาเบว'รับการมาเยือนของ เลบันเต้ ในวันเสาร์ที่ 20 ตุลาคมนี้ ซึ่งอาคันตุกะจากเมืองบาเลนเซียเป็นทีมที่เสียประตูมากสุดอันดับ 3 ของลีกา (เสีย 14 ประตู) เป็นรองเฉพาะ ราโย บาเยกาโน่ (เสีย 15 ประตู) กับ อ้วยส์ก้า (เสีย 18 ประตู) เท่านั้น 

ทีมชุดขาวยังยิง เลบันเต้ ทั้งเกมเหย้าและนัดเยือนตลอด 11 เกมที่พบกันก่อนหน้านี้ เรอัล มาดริด ยังกดคู่แข่งตลอด 8 เกมหลังสุดในการมาเยือน'ซานติอาโก้ เบร์นาเบว'นับจากเกมพลิกล็อกพ่าย เลบันเต้ คารัง 0-1 ในช่วงฤดูกาล 2006-07

หรือถ้าหากทีมชุดขาวยังไม่สามารถ'ปลดล็อค'ในเกมกับ เลบันเต้ พวกเขายังมีโอกาสปล่อยของกับ วิคตอเรีย พิลเซ่น บนเวทีแชมเปี้ยนส์ลีกรอบแบ่งกลุ่มเสริมสร้างความมั่นใจก่อนลงทำศึก'เอล กลาซิโก้'กับ บาร์เซโลน่า ที่'คัมป์ นู'ในวันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม 

เรอัล มาดริด เคยตีท้ายครัวสหพันธ์ฟุตบอลสเปนฉก จูเลน โลเปเตกี มารับตำแหน่งเทรนเนอร์โดยเซ็นสัญญานาน 3 ปีก่อนศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายจนมีส่วนทำให้ทีมกระทิงทำผลงานย่ำแย่ในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ที่เมืองหมีขาว 


ทว่าเวลาผ่านมาราว 4 เดือน โลเปเตกี กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่มีโอกาสตกงานสูง ถ้าหากเป็นเทรนเนอร์คนอื่นอาจถูกไล่ออกจากตำแหน่งหลังเกมแพ้บนสังเวียน'เมนดีซอร์โรซ่า'แต่เทรนเนอร์วัย 52 ปียังเกาะเก้าอี้เหนียวแน่นเพราะได้รับการหนุนหลังจากนักเตะนั่นเอง

ขุมกำลังทีมชุดขาวส่วนใหญ่เป็นแข้งทีมชาติสเปนที่เคยร่วมงานกับ โลเปเตกี นำโดยหัวโจกอย่าง เซร์คิโอ รามอส พร้อมลูกสมุน ดาเนียล การ์บาฆาล, อีสโก้ อาลาร์กอน, นาโช่ เฟร์นานเดซ, มาร์โก อาเซนซีโอ, อัลบาโร่ โอดรีโอโซล่า, ลูกัส บาซเกซ กับ ดาเนียล เซบายอส ส่วนแข้งแกนหลักต่างชาติอย่าง โทนี่ โครส, แกเร็ธ เบล, ลูก้า โมดริช, คาริม เบนเซม่า, มาร์เซโล่ วิเอยร่า หรือ ราฟาแอล วาราน ก็ไม่มีปัญหาขัดแย้งกับเทรนเนอร์แต่อย่างใด 

การหนุนหลังจากนักเตะจึงเป็น'แบ็กอัพ'ชั้นดีที่ช่วยให้ โลเปเตกี ยังมีเวลาพิสูจน์ฝีมือต่อไป ทว่า'โอกาส'มันก็มีขีดจำกัดเช่นกันโดยเฉพาะกับเกมแห่งศักดิ์ศรีอย่าง'เอล กลาซิโก้'อาจเป็นมาตรวัดเทรนเนอร์วัย 52 ปีว่าจะมีความสามารถคู่ควรกับการเป็นเทรนเนอร์ของ เรอัล มาดริด หรือไม่ 


การเปลี่ยนแปลงเทรนเนอร์ของ เรอัล มาดริด อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากทีมชุดขาวล้มเหลวจากแมตช์'เอล กลาซิโก้' ในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ ประธานสโมสรที่มีความอดทนต่ำอย่าง ฟลอเรนติโน่ เปเรซ คงไม่ลังเลที่จะสั่งปลดโลเปเตกีเช่นกัน 

ส่วน อันโตนิโอ คอนเต้ จะถูกทาบทามเข้ามารับช่วงต่อหรือโปรโมต ซานติอาโก้ โซลารี่ ขึ้นมาทำหน้าที่แทนคงเป็นการตัดสินใจหลังจากนั้น


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
Google
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด