:::     :::

กระต่ายตัวนี้สีน้ำเงิน

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ใบหน้าไร้รอยยิ้ม ผสมคราบน้ำตาอาบแก้ม คือความเงียบที่ดังที่สุด ของสาวก บางกอกกล๊าส เอฟซี หลังเกมคืนวันเสาร์

ทีมรักตกชั้นสู่ไทยลีก 2 พร้อมของแถม “รองแชมป์” เป็นรางวัลปลอบใจ เหล่านี้คือรสชาติความเจ็บปวดบนโลกลูกหนัง ที่ใครก็ต่างเบือนหน้าหนี

ทั้งที่จริงพวกเขาเป็นสโมสรตื่นตัวสุดในฤดูกาลนี้ด้วยซ้ำ

เริ่มต้นตั้งแต่การเปลี่ยน “สีสโมสร” กระต่ายเขียวที่คุ้นเคย ถูกฉาบด้วยสีใหม่เป็นน้ำเงิน ตามหลักความเชื่อฮวงจุ้ย สินแส ว่าจะทำให้สโมสรดีขึ้น

ตามมาด้วยการ “รีแบรนด์” จากกระต่ายที่มุ้งมิ้งน่ารัก เป็นดุดัน ลายเส้นสวยงามตามยุคสมัย

ไม่เว้นแต่สังเวียนเหย้า ลีโอ สเตเดียม สนามหญ้าเทียมที่ปราบเซียนมานักต่อนัก ถูกรื้อใหม่ แทนด้วยใบหญ้าจริง ที่เด็ดมาแทะกินได้

เป็นซีซั่นที่ “บลู แมชชีน” เริ่มส่งสัญญาณตั้งแต่ไก่โห่ว่าพร้อม “เอาจริง”

ในด้านทรัพยากร บางกอกกล๊าส สร้างความฮือฮา ด้วยการไปอุ้ม ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ มาจากเมืองเหนือ ด้วยสนนราคากว่า 30 ล้าน (ตอกหน้าแฟนบอลที่บอกว่าทีมขี้งก ไม่มีเงิน) หรือหมาแก่อันตรายอย่าง มาริโอ ยูรอฟสกี เข้ามาเติมเต็มในแผงเกมรุก

ทำให้ก่อนคิกออฟฤดูกาล 2018 สื่อหลายสำนักต่างกาชื่อ บางกอกกล๊าส เป็นหนึ่งในทีมที่มีเอี่ยวโทรฟี่ในปีนี้

เช่นเดียวกับแฟนบอล ต่าง “มีหวัง” ว่าทีมจะทวงคืนวันดีดีเหมือนปี 2014 ได้อีกครั้ง จากเงินที่สโมสรหว่านไป

ถึงกระนั้นผลงานในสนามกลับไม่เป็นไปตามเป้า ภายใต้การคุมทัพของ “โคโค่” โจเซฟ เฟร์เร 3 นัดแรกพวกเขาไม่ชนะใครเลย แม้หลังจากนั้นจะดีขึ้นมาบ้าง จากการเอาชนะ การท่าเรือ และ บุกเชือด ชลบุรี ทว่าผลงานก็กลับสู่วังวนเดิมอีก


เกมรุก บีจี ไม่มีอะไรให้ติเตียน เล่นสวยงาม มีบอลตามช่องสลับยาว เพียงแต่ปัญหาใหญ่สุดของทีมคือ จังหวะสุดท้ายในการจบสกอร์

เฟเดริก เมนดี ดาวยิงชาวกินี เจ้าของเสื้อหมายเลข 10 ฟอร์มการเล่นทำแฟนบอลเอาตีนก่ายหน้าผาก ขณะที่ มาริโอ ยูรอฟสกี ก็ไม่ได้อยู่ในฟอร์มเก่าเหมือนฤดูกาลผ่านๆมา ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ห้องเครื่องพันธุ์ดุ ไม่สามารถเป็น “เดอะแบก” ให้ทีมได้ตลอด

อีกสิ่งคือ “เกมรับ” ตามฉบับของ บางกอกกล๊าส ที่ยังมีข้อผิดพลาด รายละเอียดเล็กน้อยให้เห็น และนำพาไปสู่การเสียประตูได้ตลอด การเปลี่ยนผ่านกุนซือมาเป็น อำนาจ แก้วเขียว ยังไม่สามารถ “แก้ไข” ได้

ชื่อชั้น บางกอกกล๊าส คือทีมที่แกร่งในบ้าน ไม่ว่าหน้าไหนมาเยือน ต้องเจอกับความยากลำบากในการขโมยแต้มกลับไป หากแต่ซีซั่นนี้ “บลู แมชชีน” กล้าโดนสโมสรน้องใหม่อย่าง พีที ประจวบ หรือ ชัยนาท ฮอร์นบิล บุกมาถลุงถึงบ้าน 4-5 ตุงได้

ผู้บริหารทีมยัง “หัวหมุน” ในเมื่อแก้แล้วแก้อีก แต่อุปสรรคยังคงอยู่ จนไม่รู้จะเอาใครมาช่วย สุดท้ายมีโทรศัพท์ด่วนไปยังขอนแก่น เพื่อเรียกตัว อนุรักษ์ ศรีเกิด กลับเข้าบริษัท และเริ่มงานการเป็นกุนซือทันที (ครั้งที่ 4)

“โค้ชจุ่น” มาพร้อมการเดิมพันใหญ่หลวง แม้สโมสรจะบอกว่า เป้าหมายหลักของทีมคือการรอดพ้นตกชั้นเท่านั้น จุดนี้ผู้เขียนกลับมองว่า เป็นคำพูดที่ผู้ใหญ่ไม่ต้องการ “กดดัน” คนทำทีมมากกว่า

สาเหตุคือทีมเทเงินหมดหน้าตัก 40 ล้าน เพื่อแลกลายเซ็น ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ดึง อาเรียล โรดริเกวซ ดาวยิงทีมชาติคอสตาริกา มาแก้ปัญหาปืนฝืดกองหน้า หรือแม้แต่ยืมวันเดอร์คิดส์อย่าง อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ มารับบทบาทคีย์แมนในเกมรุก

ทีมมีเงินให้ และ อนุรักษ์ ศรีเกิด ได้วัตถุดิบเข้าครัวลูกหนังตามต้องการ เรื่องตกชั้นในเวลานั้น แทบไม่เคยอยู่ในสารบบความคิดแฟนลูกหนังทั่วไป หรือ สาวกบีจี

หากแต่อุบัติเหตุลูกหนังนั้นกลับเกิดขึ้น


แม้จะมีฟอร์มที่ดีในบอลถ้วย ฝ่าด่านทีมแกร่งอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จนเข้าชิงชนะเลิศสำเร็จ ทว่าในบอลลีก บางกอกกล๊าส กลับหกล้มไม่เป็นท่า

การสะดุดชัยชนะ หรือทิ้งผลการแข่งขันที่ต้องการด้วยรายละเอียดเล็กน้อย กลับมาหลอกหลอนทีมอีกครั้ง จนต้องลุ้นถึงฎีกาในนัดสุดท้าย ซึ่งพวกเขาขอเพียงมีคะแนนเท่านั้น จะได้อยู่ต่อโดยไม่ต้องแคร์ใครหน้าไหน แต่เขากลับทำมันไม่ได้เสียเอง

มันเป็นอะไรที่โคตรตลกร้าย สำหรับทีมลงทุนหลายร้อยล้าน แต่กลับเจอผลลัพธ์เช่นนี้

ความหวังฟุตบอลถ้วยกับ เชียงรายฯ จึงกลายเป็นสิ่งเดียวที่จะ “ตอบแทน” และทำให้แฟนบอลมีรอยยิ้มได้บ้าง แต่ท้ายสุด บางกอกกล๊าส พุ่งชนบทชีวิตฉากเดิม

ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว ถูกเปลี่ยนเป็นการโดนลงโทษอย่างเจ็บแสบ แม้กระทั่งท้ายเกม โชคชะตาจะผายมือให้พวกเขาจากจุดโทษที่ ธนะศักดิ์ ศรีใส ทำแฮนด์บอล ทว่ากับความไม่เด็ดขาดเองของ อาเรียล โรดริเกวซ ทำให้เกมจบลงทันที

ทีมตกชั้น และเป็นที่หนึ่งไม่ไหวในบอลถ้วย


…………………………….

 

เฝ้ารอจนฝนซา…สุดท้ายก็ว่างเปล่า

ฉันไม่แน่ใจว่า สายฝนที่โปรยลงมาจะช่วยซับน้ำตาแฟน บางกอกกล๊าส ได้หมดหรือไม่ แต่เชื่อได้ว่ามันเป็นวันที่สาวกกระต่ายหลายคนจดจำไม่ลืม

ฟุตบอลสองรายการที่ชอกช้ำ บีจี เป็นผู้กำหนดโชคชะตาไว้ในมือทั้งหมด หากแต่ท้ายสุดเขาเลือกที่จะปล่อยหลุดมือไปเอง

จากวันที่เริ่มเปลี่ยนแปลงทีม ตามหลักความเชื่อกุศโลบาย ว่าจะทำให้สโมสรดีขึ้น (เหมือนคนที่เอาสติ๊กเกอร์ไปติดรถว่า รถคันนี้สี…) รวมถึงผ่าตัดทีมขนานใหญ่

แต่สิ่งที่พวกเขาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ คือผลลัพธ์ในเกมลูกหนัง ไม่ว่ากระต่ายตัวนี้จะสีอะไรก็ตาม

หวังว่าการหกล้มครั้งนี้ จะทำให้ทีมลุกกลับมายืนจุดเดิมได้ในเร็ววัน


คำค้นหา : BGFC BangkokglassFC
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด