:::     :::

อิเนียสต้า ... บาร์เซโลน่าตลอดไป

วันเสาร์ที่ 07 ตุลาคม 2560 คอลัมน์ Zero to Hero โดย บังคุง
5,651
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
หลังจากอนาคตตกอยู่ในเครื่องหมายคำถามมาเป็นระยะเวลานาน ในที่สุด "อันเดรส อิเนียสต้า" ก็จรดปากกาเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับบาร์เซโลน่า ออกไปเป็นที่เรียบร้อย มันยังเป็นสัญญาที่พ่วงท้ายด้วยคำว่า "ตลอดอาชีพการค้าแข้ง" อีกด้วย

        กองกลางเชิงสูงรายนี้ ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของชาวกาตาลัน แบบโดยตรง อย่างไรก็ตาม ทุกคนที่นี่รักเขาเป็นอย่างมาก นอกจากฝีเท้าที่ยอดเยี่ยมแล้ว อุปนิสัยใจคอ ยังเป็นหนึ่งในเหตุผลเหล่านั้น

        ช่วงนี้เราไปติดตามเรื่องราวของอิเนียสต้า ไปดูว่า จากเด็กหนุ่มที่โดน "โรคคิดถึงบ้าน" เล่นงานอย่างหนัก สามารถก้าวมาเป็นนักฟุตบอลระดับโลกได้อย่างไร พร้อมกับเป็นนักเตะเพียงไม่กี่คน ที่ได้รับการยกย่องจากแฟนบอลตัวเอง และบรรดาคู่แข่ง

        อิเนียสต้า เกิด และเติบโตที่เมืองอัลบาเซเต้ แน่นอนว่า เขาเป็นเด็กที่ชื่นชอบการเล่นฟุตบอลเป็นอย่างมาก พร้อมกับแบบทดสอบในวัยเยาว์ ด้วยการไม่มีรองเท้าฟุตบอลเหมือนกับเพื่อนคนอื่น

ทุกอย่างได้รับการแก้ไข เมื่อคุณพ่อของเขายอมเก็บหอมรอมริบเป็นระยะเวลา 3 เดือน เพื่อซื้อรองเท้าให้ลูกชายคนนี้ และนั่นเปรียบเสมือนจุดเริ่มต้น ในการเดินทางตามหาความฝัน โดยเฉพาะกับรองเท้าคู่นั้นที่คุณพ่อซื้อให้

เขาเริ่มเล่นฟุตบอลอย่างจริงจัง ด้วยการตบเท้าเข้าระบบเยาวชนของทีมในบ้านเกิดอย่างอัลบาเซเต้ จนกระทั่งในปี 1996 "จุดเปลี่ยนสำคัญ" ได้แวะมาทักทาย และกำลังเปลี่ยนแปลงชีวิตเขาไปตลอดกาล 

เป็นเหมือนธรรมเนียมกันไปแล้ว กับเมืองอัลบาเซเต้ ที่จะมีการแข่งขันฟุตบอลเด็ก 7 คน ซึ่งแมวมองจากทั่วประเทศสเปน จะไปรวมตัวอยู่ที่นั่น เพื่อมองหาเพชรเม็ดงามไปร่วมทีม นั่นรวมถึง "อัลเบิร์ต เบไนเกส" ผู้อำนวยการอะคาเดมี่ของบาร์เซโลน่า

เบไนเกส ประทับใจฝีเท้าของอิเนียสต้า (ซึ่งเวลานั้นมีอายุเพียงแค่ 12 ขวบ) เป็นอย่างมาก จนเก็บอาการเอาไว้ไม่อยู่ พร้อมกับตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่า จะต้องดึงเด็กคนนี้กลับมายังเมืองบาร์เซโลน่า ให้จงได้

เบไนเกส ออกมาย้อนความทรงจำว่า "ย้อนกลับไปเวลานั้น เขาเป็นเด็กชายที่ตัวเล็กมาก, ผิวขาว แต่ว่าฉลาดเป็นกรดเลย นั่นคือความทรงจำแรกที่ผมมีต่อเขา พวกเรารีบออกตามหาตัวคุณพ่อของเด็กคนนี้ ซึ่งผลสุดท้าย เราก็ได้ตัวเขามาร่วมทีม"

        อิเนียสต้า ตัดสินใจจากบ้านเกิดเป็นครั้งแรกในชีวิต พร้อมกับเดินทางกว่า 500 กิโลเมตร เพื่อเปิดประตูบานใหญ่ของโลกฟุตบอลที่มีชื่อว่า "ลา มาเซีย" ศูนย์ฝึกเยาวชนระดับโลกของพลพรรค "เลือดหมู-น้ำเงิน"

       ทว่าการมาในครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย อิเนียสต้า ร้องไห้ทุกวัน เพราะโดนโรคคิดถึงบ้านเข้าถาโถม เนื่องจากนานๆครั้ง เขาจะได้เจอหน้าครอบครัวที่มาเยี่ยมสักที ... นั่นทำให้เขาอยากถอดใจแล้ว

       พร้อมกันนี้ เขายังชอบนั่งเหม่อลอย และมองไปยังสนามคัมป์ นู พร้อมกับคิดในใจว่า ตัวเองจะได้ก้าวมาเป็นนักเตะชุดใหญ่ของบาร์ซ่า หรือไม่ ? เมื่ออุปสรรคมากมายขวางหน้าอยู่ขนาดนี้

        เบไนเกส เล่าเสริมว่า "อิเนียสต้า เป็นเด็กที่มีความใกล้ชิดกับครอบครัวเป็นอย่างมาก ทำให้ทุกการจากลา มักจะตามมาด้วยเรื่องน่าเศร้าเล็กๆเสมอ"

        ทว่าหนึ่งสิ่งที่เบไนเกส สามารถอุ่นใจได้ นั่นก็คือเด็กที่เขาคอยฟูมฟักมาคนนี้ ไม่เลือกที่จะ "ยอมแพ้"พร้อมกับกัดฟันสู้ต่อ ในเส้นทางที่เขาเลือกแล้ว

        กระทั่งปี 2002 อิเนียสต้า ติดทีมชุดใหญ่ของบาร์เซโลน่า ได้เป็นผลสำเร็จ ด้วยวัยเพียงแค่ 18 ปี โดยทาง "หลุยส์ เอ็นริเก้" อดีตดาวเตะของบาร์ซ่า ในช่วงระหว่างปี 1996-2004 ออกมาเล่าถึงตอนที่อิเนียสต้า ขึ้นมาซ้อมกับทีมชุดใหญ่ เป็นครั้งแรก

        เอ็นริเก้ เล่าว่า "วันนั้น, อิเนียสต้า มายืนรอหน้าประตูที่สนาม แต่ดันไปยืนกับผู้เล่นทีมสำรอง ผมเลยบอกให้คนเฝ้าประตูไปดึงตัวเขามา เพื่อมาเข้าห้องแต่งตัวของทีมชุดใหญ่"

        "ผมเป็นคนแนะนำเขาให้รู้จักกับผู้เล่นซีเนียร์ แต่ผมไม่ค่อยรู้หรอกว่าเขาเป็นใคร ? ผมเห็นเขาเป็นเด็กหน้าตาซีดๆ และผอมบางมาก แต่สุดท้ายผมต้องร้องโอ้ว !!!! ฝีเท้าของเขาเหมือนกับพ่อมดน้อยแฮร์รี่ พ็อตเตอร์ เลยล่ะ" 

        จากวันนั้นถึงวันนี้ เป็นระยะเวลา 16 ฤดูกาลเต็มที่อิเนียสต้า ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของสโมสรแห่งนี้ พร้อมกับกวาดแชมป์ทุกอย่างที่ขวางหน้า นับรวมแล้วกว่า 30 โทรฟี่

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ช่วงเวลาที่อิเนียสต้า พีคสุดขีด เกิดขึ้นภายใต้การคุมทีมของ "เป๊ป กวาร์ดิโอล่า" ที่ผลักดันให้เขากลายเป็นกองกลางที่เล่นด้วย "มันสมอง" มากสุดคนหนึ่งของโลกลูกหนัง

เรื่องราวที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยทราบมาก่อนคือ ตอนที่อิเนียสต้า ยังเป็นเพียงเด็กเยาวชน เป๊ป เคยมอบลายเซ็นบนโปสเตอร์ ที่เป็นภาพนักเตะของตัวเอง เพื่อให้เอาไปแปะในห้องนอน 

นอกจากนี้ บนแผ่นกระดาษมีข้อความจากเป๊ป ด้วยว่า "จงเป็นผู้เล่นที่เก่งกาจที่สุด เท่าที่ฉันเคยเห็นมานะเจ้าหนู" ซึ่งนั่นเป็นข้อความแห่งแรงบันดาลใจ ช่วยให้อิเนียสต้า สามารถฝ่าฟันอุปสรรคทุกอย่างมาได้

เป๊ป เล่าเสริม ในตอนที่เขาเป็นผู้จัดการทีมบาร์เซโลน่า เอาไว้ว่า "อิเนียสต้า เป็นนักเตะที่ไม่จัดแต่งทรงผม, ไม่สวมต่างหู และไม่มีรอยสักบนเรือนร่าง ทำให้เขาไม่ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน อย่างไรก็ตาม เขาคือนิยามของคำว่า -ที่สุด-"

"เขาฝึกซ้อมด้วยความมานะ และตั้งอกตั้งใจเสมอ แม้จะได้รับโอกาสลงสนามเพียงแค่ 20 นาที เขาก็ไม่เคยปริปากบ่นเลย บางครั้งต้องลงเล่นตำแหน่งที่ไม่ถนัด เขาก็น้อมรับแต่โดยดี"

        นอกจากเป็นที่รักของแฟนบอลบาร์เซโลน่า, อิเนียสต้า ยังเป็นที่เคารพของแฟนบอลคู่แข่งด้วย เขาเป็นนักเตะบาร์ซ่า เพียงไม่กีคน ที่ใช้ฝีเท้าแสดงออก จนแฟนบอลคู่ปรับตลอดกาลอย่างเรอัล มาดริด ยืนปรบมือให้ที่สนามซานติอาโก้ เบอนาเบว

เขายังเป็นนักเตะบาร์ซ่า เพียงไม่กี่คน ที่แฟนบอลคู่ปรับร่วมแคว้นกาตาลัน อย่างเอสปันญ่อล ยอมทำ "สแตนดิ้ง โอเวชั่น" เนื่องจากเป็นคนคอยให้ความช่วยเหลือครอบครัว "ดาเนี่ยล ฆาร์เก้" ดาวเตะทัพ "นกแก้ว" ผู้ล่วงลับ และเป็นเพื่อนรักของเขา

สุดท้าย เขายังเป็นที่รักของแฟนบอลอัลบาเซเต้ เมื่อเขาเคยช่วยเหลือทางด้านการเงิน ในช่วงที่สโมสรแรกของตัวเอง กำลังประสบปัญหาด้านค่าใช้จ่ายอย่างหนัก และสุ่มเสี่ยงต่อการล้มละลาย

"ความฝัน และความปรารถนาของผม คือการแขวนสตั๊ดกับบาร์เซโลน่า สโมสรที่มอบทุกสิ่งทุกอย่าง มาตั้งแต่ผมอายุเพียง 12 ขวบ"

        "หากมีวันหนึ่งที่ร่างกายของผมไม่สามารถช่วยทีมได้แบบเต็ม 100 เปอร์เซนต์ ผมก็จะหยุด เพราะผมไม่อยากเอาเปรียบสโมสรแห่งนี้" อิเนียสต้า ทิ้งท้ายเอาไว้แบบนั้น และนั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมทุกคนถึงรักเขา 


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด