:::     :::

ชีวิตบทใหม่ที่ขีดขึ้นเอง

วันเสาร์ที่ 03 พฤศจิกายน 2561 คอลัมน์ ฉันดูบอลที่ร้านเหล้า โดย ดากานดา
1,909
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
หากเลือกหนึ่งในบิ๊กดีลตลาดซื้อขายนักเตะไทยหนนี้ ชื่อของ ฉัตรชัย บุตรพรม คงอยู่ในความคิดผู้เขียน

เขาคือคีย์แมนคนสำคัญที่พา สิงห์ เชียงรายฯ คว้าโทรฟี่ 3 ใบ มาครองได้ในฤดูกาลนี้อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมคำคารวะจากแฟนบอลสารพัดทิศว่า คือ 1 ในนายทวารที่ดีสุดคนหนึ่งในแดนปลาแดกโมงยามนี้

ผลงานในสโมสรเยี่ยมยอด เหนียวประหนึ่งพระเกจิดังองค์ละล้าน ใครได้ไปเฝ้าเสาหลังบ้านแคล้วคลาดปลอดภัย  จนประตูทีมชาติอ้าแขนต้อนรับเขา

ผลงาน ฝีมือ ทำให้เขาเนื้อหอมไม่ต่างจาก ณเดชน์ คูกิมิยะ ในโลกลูกหนัง

แต่แล้ว “บอย”กลับ พาหลายคนคิ้วขมวดหลายตลบ หลังจบซีซั่นล่าสุด เมื่อเจ้าตัวเลือกโบกมือลาทีม ที่ได้ตั๋วใบสุดท้ายไปเล่นฟุตบอล เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก และซบรัง ลีโอ สเตเดียม บ้านของ บีจีเอฟซี

ก่อนหน้านี้ผู้เขียนแอบทราบมาบ้าง เกี่ยวกับดีลของ ฉัตรชัย ที่เชื่อมโยงกับทัพ “บลู แมชชีน” ซึ่งในเวลานั้น ไม่มีใคคาดคิดว่า บีจี จะหล่นชั้นแบบหักมุม

ทว่าเมื่ออุบัติเหตุลูกหนังฉากใหญ่เกิดขึ้น ก็ยังคิดว่าการเจรจาดังกล่าวคงล้ม เพราะยังมีสโมสรระดับ “บิ๊กทีม” อย่าง เอสซีจี เมืองทองฯ ที่ให้ความสนใจอย่างจริงจัง และต้องการอุ้ม “บอย”  มาเฝ้าเสาข้างธันเดอร์โดมให้ได้

แต่สุดท้าย ฉัตรชัย กลับเลือกแปลงกายจากกว่างเป็นกระต่าย


เปรียบเป็นมนุษย์เงินเดือน “บอย” อาจทำงานได้ดีจนได้ตำแหน่งระดับสูงในบริษัทดังระดับประเทศแล้ว แต่อยู่ดีดีเจ้าตัวเลือกลาออก แล้วมาเริ่มงานกับบริษัทใหม่ ในตำแหน่งพนักงานทั่วไป

“เหตุผลที่เลือก บีจี เพราะผมเชื่อมั่นในทีม และบอร์ดบริหาร ผมมีความเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จที่นี่ได้” ฉัตรชัย เผยหลังชูเสื้อระหว่างเก็บตัวภายในแคมป์ทีมชาติกับต้นสังกัดใหม่

 “แม้ทีมจะตกชั้น แต่ก็ไม่มีผลต่อการตัดสินใจของผม ผมเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จกับทีมได้ โดยเริ่มจากก้าวเล็กๆ ในไทยลีก 2 หากขึ้นชั้นกลับมาได้ บีจี ก็จะเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า และผมก็อยากจะอยู่ตรงนี้พร้อมกับทีม”

ซึ่งนี่อาจเป็นบทชีวิตที่ “ท้าทาย” สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของเขาก็ได้

เพราะย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ฉัตรชัย เป็นเพียงนายด่านเลือดกำแพงเพชรธรรมดาคนหนึ่ง ที่เริ่มต้นวัฎจักรลูกหนังอย่างราบเรียบ เขาเดบิวต์ฟุตบอลอาชีพหนแรกกับทีมบ้านใกล้เรือนเคียงอย่าง นครสรรค์  ในระดับโปรวินเชียลลีก

ก่อนชื่อเสียง ฉัตรชัย จะเริ่มเป็นที่รู้จักตอนย้ายมาใช้ชีวิตย่านชานเมืองใน หมู่บ้านธนารมณ์ สายไหม ภายใต้สังกัดอย่าง โอสถสภา ที่อยู่กันแบบครอบครัว

ถึงกระนั้น ชีวิตในรั้วพลังเอ็มมากกว่า 10 ปีของ “บอย” แทบไม่ได้มีอะไรหวือหวา ประตูทีมชาติแทบไม่มีการแง้มเปิดให้ ไร้โทรฟี่ประดับกาย เป็นเพียงผู้รักษาประตูคนหนึ่งที่จงรักภักดีต่อต้นสังกัด

โมงยามนั้น ฉัตรชัย ไม่มีความคิดเรื่องย้ายทีมด้วยซ้ำ นี่ชีวิตที่เรียบง่าย แต่คลาสสิก มีเงินให้ ใช้ชีวิตกับทีมบนลีกสูงสุด รักษามาตรฐานตัวเองได้สม่ำเสมอ เป็นความสุขเปื้อนกลิ่นลูกหนังที่จับต้องได้

แต่การเปลี่ยนผ่านของบอร์ดบริหารทีม นำพามาสู่เส้นทางชีวิตครั้งใหญ่ เมื่อทีมชุดใหม่เลือกนำ ฉัตรชัย ไปเร่ขายให้กับสโมสรอื่นๆ โดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากเจ้าตัว บ้านที่เคยเปรียบเสมือนครอบครัวไม่ “อบอุ่น” อีกต่อไป

สุดท้ายเขาเก็บข้าวของออกจากบ้านหลังเดิมที่ สายไหม ทิ้งไว้เพียงความทรงจำดีดี ก่อนเกาะนกเหล็กมุ่งสู่เมืองเหนือเพื่อย้ายไปร่วมทีม สิงห์ เชียงรายฯ


แม้การเดินทางครั้งใหม่จะไม่ราบรื่น หลังเขาพุ่งชนอาการบาดเจ็บหนักจนหายหน้าไปเกือบฤดูกาล ถึงกระนั้นการคัมแบ็กสู่ผืนหญ้าไม่กี่อึดใจ ทำให้เจ้าตัวมีส่วนร่วมเสกแชมป์ เอฟเอ คัพ กับทีมได้ ในปีแรกที่ย้ายมาร่วมทีม

ก่อนที่กราฟชีวิตเจ้าตัวจะพุ่งขึ้นยิ่งกว่าตลาดหุ้นในสิงคโปร์ เซฟอุตลุดพาทีมหยิบ 3 แชมป์ได้ในฤดูกาลนี้ พร้อมถูกถีบเข้าสู่ทีมชาติไทยในฐานะนายทวาร (ลุ้นมือ 1) เป็นที่เรียบร้อย


……………………

 

น่าสนใจว่าฉากชีวิตครั้งใหม่ในวัย 31 ปี หรือช่วงที่พีกสุดของบอยจะเป็นเช่นไร

บีจีเอฟซี แม้จะหล่นลงมาเล่นลีกรอง ทว่ามากด้วยวัตถุดิบลูกหนังคุณภาพ พร้อมต่อยอดตามฝันดังที่เขาตั้งเป้าไว้ว่า อยากเป็นส่วนสำคัญพาทีมประสบความสำเร็จ

วันนี้ ฉัตรชัย บุตรพรม ยอมถอยตัวเองจากเดิมมา 1 ก้าว

เพื่อเติมเต็มฝันครั้งใหม่…ที่เขาขีดขึ้นเอง


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด