:::   21:38 - เป๊ปงานเข้า!เอฟเอจ้องฟันคดีกดดันเปา   :::   20:57 - 'มาร์ก'เดี้ยงถอนตราไก่เรียกลากาแซ็ตต์แทน   :::   19:19 - โซลารี่สอบผ่านมาดริดจ่อตั้งคุมฟูลไทม์   :::

4-4-2 คลาสสิก

วันพุธที่ 07 พฤศจิกายน 2561 คอลัมน์ Football Therapy โดย บี้ เดอะสปา
1,526
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
Google
Share
กาลเวลาเปลี่ยนแปลง ยุคสมัยเปลี่ยนแปลง เกมฟุตบอลเปลี่ยนแปลง ระบบการเล่นก็เปลี่ยนแปลงเช่นกัน

ฟุตบอลอังกฤษเปลี่ยนแปลงไปมาก นับตั้งแต่เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุค 'พรีเมียร์ลีก' ยุคที่ความยิ่งใหญ่ย้ายจากเมืองลิเวอร์พูลมาสู่แมนเชสเตอร์

แต่ในเวทียุโรป ลูกหนังเมืองผู้ดียังถูกมองเป็นแค่ไม้ประดับ แม้มีการเสริมทัพดาวดังแข่งกับ กัลโช่ เซเรีย อา และ ลาลีกา จนในที่สุด บรรดาโค้ชต่างชาติที่หลั่งไหลเข้ามา ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเล่นของทีมพรีเมียร์ลีกให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น
ถึงกระนั้น 4-4-2 คลาสสิก ก็ยังเป็นระบบการเล่นที่ไม่มีวันตายของฟุตบอลอังกฤษ และยังใช้ได้ในทุกยุคทุกสมัย แม้บรรดากุนซือส่วนใหญ่มองว่ามีความเสี่ยงสูงกับเกมลูกหนังยุคปัจจุบัน
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สร้างทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลแรก และเป็นแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกของทีมในรอบ 26 ปี จากระบบการเล่น 4-4-2
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เคยสร้างปาฏิหารย์เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 1994-95 ทั้งที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาในปี 1992 ซึ่งทีมชุดนั้นของกุนซือ เคนนี่ ดัลกลิช มีอาวุธเด็ดอยู่ที่คู่กองหน้าและสองปีกที่กระชากและครอสบอลอย่างมีประสิทธิภาพ
แม้แต่ อาร์เซน่อล ที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมมาเป็น อาร์แซน เวนเกอร์ ในปี 1996 และพาทีมคว้าแชมป์ลีกหนแรกซีซั่น 1997-98 ก็ยังใช้ระบบการเล่น 4-4-2 ที่มี มาร์ก โอเวอร์มาร์ส กับ เรย์ พาร์เลอร์ เป็นสองตัวริมเส้น และคู่กองหน้า เดนนิส เบิร์กแคมป์ กับ เอียน ไรท์ สลับกับ นิโกล่าส์ อเนลก้า
และความสำเร็จที่เชิดหน้าชูตาให้วงการฟุตบอลอังกฤษคือแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฤดูกาล 1998-99 ซีซั่นที่ เฟอร์กูสัน พาทีมคว้าสามแชมป์ พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ และ ชปล.
เข้าสู่ปี 2000 เป็นต้นมา ระบบการเล่นใหม่ๆ ถูกนำเข้ามาใช้ในพรีเมียร์ลีกอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะ 4-2-3-1 ที่นิยมใช้ในฟุตบอลลาลีกา และฟุตบอลละติน จุดเด่นของระบบนี้คือการสลับตำแหน่งกันเล่นในแนวรุก ไม่เหมาะกับทีมที่มีปีกซ้าย ปีกขวา แบบตายตัว
กาลเวลาเปลี่ยนแปลงไป คงไม่มีใครคาดคิดว่าระบบการเล่น 4-4-2 จะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง และยิ่งไม่มีใครอยากเชื่อว่าจะเป็นทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นมาอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ ที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2015-16 สร้างปาฏิหารย์ให้เกิดขึ้นตามรอยเท้า แบล็คเบิร์น เมื่อ 21 ปีที่แล้ว
แม้การคว้าแชมป์แบบพลิกล็อกช็อกโลกในพรีเมียร์ลีก แทบไม่มีโอกาสได้เห็นอีกแล้ว แต่ระบบการเล่น 4-4-2 ก็ยังเป็นระบบที่ดีสำหรับทีมเล็กๆ ที่ต้องการอยู่รอดในพรีเมียร์ลีก
ฤดูกาลที่แล้ว เราได้เห็น เบิร์นลี่ย์ บินสูงถึงอันดับ 7 คว้าตั๋วยูโรปาลีก กับระบบการเล่นที่ ชอน ไดช์ ใช้มาตลอดทั้งซีซั่น 4-4-2 เช่นเดียวกับ บอร์นมัธ ของกุนซือ เอ็ดดี้ ฮาว ที่อยู่รอดแบบสบายๆ ด้วยระบบการเล่นเดียวกัน
แม้ซีซั่นนี้ เบิร์นลี่ย์ เจอปัญหาในช่วงต้นซีซั่น หลังผ่านโปรแกรมชุกในช่วงแรก จนส่งผลต่อฟอร์มการเล่น แต่ บอร์นมัธ กำลังถีบตัวเองขึ้นไปท้าทายทีมในกลุ่มนำของตาราง กับฟอร์มการเล่นอันร้อนแรงของศูนย์หน้า คัลลัม วิลสัน ที่ยิงไปแล้ว 6 ประตูเป็นรองดาวซัลโวร่วมพรีเมียร์ลีก และปีกจอมแอสซิสต์ ไรอัน เฟรเซอร์ ที่จ่ายให้เพื่อนยิงไปแล้ว 5 ประตูมากที่สุดในลีก
หวังว่านี่จะเป็นฤดูกาลที่ดีของ บอร์นมัธ หนึ่งในไม่กี่ทีมที่ยังยึดมั่นระบบการเล่น 4-4-2 (เป็นส่วนใหญ่) แม้เป็นงานยากที่จะแย่งชิง 6 อันดับแรก จากบรรดาบิ๊กซิกซ์ แต่การจบอันดับ 7 ได้ ก็ถือเป็นความสำเร็จที่ดีที่สุดของทีมซีซั่นนี้

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
Google
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})