:::   21:38 - เป๊ปงานเข้า!เอฟเอจ้องฟันคดีกดดันเปา   :::   20:57 - 'มาร์ก'เดี้ยงถอนตราไก่เรียกลากาแซ็ตต์แทน   :::   19:19 - โซลารี่สอบผ่านมาดริดจ่อตั้งคุมฟูลไทม์   :::

เรื่องน่าเหลือเชื่อที่ 'ตูริน'

วันพฤหัสบดีที่ 08 พฤศจิกายน 2561 คอลัมน์ ผีตัวที่ 13 โดย โกสุ่ย
3,324
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
Google
Share
คงไม่เป็นการพูดจนเกินไปหากจะบอกว่าชัยชนะนัดที่ผ่านมา ณ อัลลิอันซ์ สเตเดียม ตูริน คือ 3 คะแนนที่ล้ำค่าและน่าเหลือเชื่อ

น่าเหลือเชื่อในแง่ของรูปเกมตลอด 85 นาทีที่ ยูเวนตุส ค่อยๆครองเกมและเป็นฝ่ายกดดัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างต่อเนื่อง จนมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ ปิศาจแดง โงหัวไม่ขึ้นจวนเจียนที่จะโดนหมัดน็อคอยู่รอมร่อ

น่าเหลือเชื่อในแง่ของสถิติโดยเฉพาะจำนวนโอกาสการจบสกอร์ของ เบียงโคเนรี่ ที่เหนือว่า ยูไนเต็ด ชัดเจน ไหนจะจังหวะสับไกติดเซฟ ดาบิด เด เคอา ไหนจะจังหวะสับไกชนเสา-คาน และไหนจะการเข้าทำที่ทำเอาแนวรับของทีมเยือนจากอังกฤษปั่นป่วน

น่าเหลือเชื่อในแง่ของโอกาสการเข้าทำของ เร้ด เดวิลส์ ที่น้อยนิด แต่กลับมาฉวยโอกาสในเวลาเพียง 3 นาที จากการได้ลูกนิ่ง 2 ครั้งในพื้นที่อันตราย

โอกาสแรกคือการปั่นฟรีคิกสุดสวยของ ฆวน มาต้า ที่ตอนนี้ถูกแบ่งปันและส่งต่อไปทั่วโซเชียล มีเดีย แถมการให้สัมถาษณ์ของกองกลางชาวสเปนก็แสดงถึงความมั่นใจว่าลูกดังกล่าวจะต้องเป็นประตูแน่นอน


โอกาสที่สองมาจากลูกฟรีคิกทางกราบซ้ายที่เปิดเข้ามาหวังผลในกรอบเขตโทษ และอย่างที่เห็นว่ามันได้ผลในแง่ของผลลัพธ์ (ถึงจะเป็นการทำเข้าประตูตัวเองก็ตาม)

โอกาสไม่มากแต่กลับเต็มไปด้วยประสิทธิภาพพร้อมกับฉวยโอกาสได้ทันที และมันทำให้ ยูเวนตุส อยู่ในอาการตกตะลึงและยากที่จะหาวิธีการและเวลาในการแก้ไขสถานการณ์ในตอนนั้น

ที่ต้องชมคือการเปลี่ยนตัว ไม่สิ ... ต้องชมตั้งแต่การจัดทีม 11 ตัวจริง ที่ โชเซ่ มูรินโญ่ อาศัยลูกขยันและกัดไม่ปล่อยของ อันเดร์ เอร์เรร่า คอยทำลายเกมและวิ่งไล่ทำลายจังหวะของ เบียงโคเนรี่

เราจึงได้เห็นการปิดโอกาสการเข้าทำในครึ่งแรกของ ไอ้ม้าลาย ซึ่งส่วนสำคัญ (ส่วนใญ่) จะมี เอร์เรร่า ที่มีเอี่ยวเสมอ

ชมในแง่ของการพยายามการเล่นแบบรัดกุมและอาศัยการสอดประสานของทีมเพื่อตรึงไม่ให้คู่แข่งมีโอกาส ซึ่งผ่านไป 45 นาทีถือว่าสอบผ่าน


แต่ครึ่งหลังเมื่อ ยูเวนตุส เริ่มปรับเกมและความเร็วในการเข้าทำ รวมไปถึงการผ่านบอลอันยอดเยี่ยมลูกนั้นของ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ที่ผสานเข้ากับความยอดเยี่ยมของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ นำมาซึ่งประตูปลดล็อกของเจ้าถิ่น

ต้องบอกว่า 'ยอม' และขอคารวะกับการเข้าทำในจังหวะนั้น โดยเฉพาะ โรนัล โด้ ที่แสดงให้เห็นถึงความเฉียบขาดชนิดที่ เด เคอา ได้แต่เอี้ยวตัวมองลูกฟุตบอลเบียดเสาเข้าไป

และหลังจากนั้น ... 

'ยูเว่' หมายปิดบัญชีให้ได้ด้วยการเดินหน้าบุกหนักกว่าเดิมเพื่อประตูที่ 2 โอกาสมากมายของเจ้าบ้านเกิดขึ้น แต่ต้องขอขอบคุณ เด เคอา ที่เรียกร่างทรงเทพวานรลงมาปัดลูกยิงของ มิราเล็ม เปียนิช นอกจากนี้เจ้าบ้านยังทิ้งขว้างโอกาสไปมากมายทำให้ ปิศาจแดง ยังพอเห็นแสงสว่างที่จะมีคะแนนกลับออกมา

เกมยังคงดำเนินไป จนมาถึงการทิ้งไพ่ 2 ใบลงมาพร้อมกัน หนึ่งคือ มาต้า และสองคือ มารูยาน เฟลไลนี่

มัสสิมิลิอาโน่ อัลเลกรี นายใหญ่ยูเวนตุสทราบดีว่าทำไม เฟลไลนี่ ถึงถูกส่งลงสนาม และสิ่งนี้เขาได้กำชับลูกทีมเอาไว้แล้วว่าให้ระวังลูกกลางอากาศและจังหวะตั้งเตะของ ปิศาจแดง ให้ดีๆ


เรื่องนี้ อัลเลกรี ย้ำหลังจบเกมว่าตนทราบอยู่แล้วถึงอาวุธและทีเด็ดของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และยิ่งในเกมที่ฝ่ายตรงข้ามหาโอกาสจากจังหวะ 'โอเพ่น เพลย์' ไมได้ ทำให้พวกเขาต้องพยายามหาโอกาสจาก 'ลูกนิ่ง' และนั่นคือสิ่งที่แนวรับของไอ้ม้าลายต้องปิดกั้นให้ได้

แต่สิ่งที่ อัลเลกรี กังวลก็เกิดขึ้นเมื่อทีมเสียฟรีคิกหน้าเขตโทษ ก่อนจะเป็น มาต้า ปั่นด้วยซ้ายส่งบอลปะทะตาข่าย ซึ่งไม่พอเท่านั้น เพราะ เบียงโคเนรี่ กลับมาโดนอีกดอกใน 3 นาทีให้หลัง

ถือเป็นความปราชัยที่น่าเจ็บใจของ ไอ้ม้าลาย แต่มันคือชัยชนะที่น่าจะจำและสร้างความอิ่มเอมใจให้กับ ปิศาจแดง และกองเชียร์

จากรูปเกมที่เป็นรอง โอกาสเข้าทำแทบนับครั้งได้ แถมจวนจียนจะโดนประตูที่ 2, 3 และ 4 ทว่าบทสรุปกลับเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่บุกคว้าชัยออกมา 

มันคือเรื่องน่าเหลือเชื่อ แต่กระนั้นก็เป็นความสุขที่ได้รับจากเกมที่ผ่านมา ไม่ต่างไปจาก มูรินโญ่ ที่ไม่ลืมกล่าวชมสปิริตและความมุ่งมั่นของนักเตะ


ชัยชนะจาก ตูริน อาจจะน่าเหลือเชื่อในแง่ของรูปเกมและโอกาสตลอด 90 นาที แต่สิ่งที่จะส่งผลนอกจากความปลื้มปิติแล้ว มันยังมีความมั่นใจและบรรยากาศในทีมที่จะออกมาดีและพุ่งสูงก่อนเกม แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ วันอาทิตย์นี้

ชัยชนะหอมหวานเสมอ ยิ่งมาจากทีมที่เป็น 1 ในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ของยุโรป ยิ่งทำให้ความสุขล้นปรี่ และเชื่อว่าตอนนี้แข้งปิศาจแดงทุกรายพร้อมแล้วกับเกมต่อไป ถึงจะถูกมองว่าเป็นรอง (ไม่ต่างจากเกมกับ ยูเวนตุส) แต่ด้วยศักดิ์ศรีที่ค้ำคอและความมั่นใจในตอนนี้ ทำให้การบุก เอติฮัด สเตเดียม ในสุดสัปดาห์เต็มไปด้วยความหวัง

หากทีมยังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความพยายามอย่างที่แสดงให้เห็นในหลายเกมที่ผ่านมา เชื่อว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้

วันอาทิตย์นี้เราคงได้รู้กัน ... 


***



ปีแห่งการ 'คัมแบ็ก'


เหลือบไปเห็นสถิติที่ เดอะ ไทม์ส สื่อดังของอังกฤษนำเสนอหลังจบเกมนัดล่าสุดของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่พลิกแซงชนะ ยูเวนตุส 2-1

น่าสนใจตรงที่นัดที่ผ่านมาคือการกลับพลิกคว้าชัยได้เป็นหนที่ 6 ของ ปิศาจแดง ในปี 2018

สถิติถูกนับตั้งแต่กุมภาพันธ์ ถึง พฤศจิกายน หรือเกมที่ผ่านมา และนี่คือ 6 นัดในการพลิกนรกกลับมาของ เร้ด เดวิลส์


25 กุมภาพันธ์

แมนฯ ยูไนเต็ด 2-1 เชลซี

ตามหลัง 0-1 ก่อนจะทำประตูแซงชนะในนาที 39 และ 75


5 มีนาคม

คริสตัล พาเลซ 2-3 แมนฯ ยูไนเต็ด

ตามหลัง 0-2 ก่อนจะทำประตูแซงชนะในนาที 55, 76 และ 90+1


7 เมษายน

แมนฯ ซิตี้ 2 แมนฯ ยูไนเต็ด 3

ตามหลัง 0-2 ก่อนจะทำประตูแซงชนะในนาที 55, 53 และ 69


6 ตุลาคม 

แมนฯ ยูไนเต็ด 3 นิวคาสเซิ่ล 2

ตามหลัง 0-2 ก่อนจะทำประตูแซงชนะในนาที 70, 76 และ 90


3 พฤศจิกายน

บอร์นมัธ 1 แมนฯ ยูไนเต็ด 2

ตามหลัง 0-1 ก่อนจะทำประตูแซงชนะในนาที 35 และ 90+2


7 พฤศจิกายน 

ยูเวนตุส 1 แมนฯ ยูไนเต็ด 2

ตามหลัง 0-1 ก่อนจะทำประตูแซงชนะในนาที 86 และ 89



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
Google
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})