:::     :::

ยุคมืดของ 'อัศวิน'

วันอาทิตย์ที่ 08 ตุลาคม 2560 คอลัมน์ Football Therapy โดย บี้ เดอะสปา
1,104
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
2017 กำลังจะกลายเป็นปีที่เลวร้ายอย่างสมบูรณ์แบบของวงการฟุตบอลฮอลแลนด์

ตั้งแต่ เมมฟิส เดอปาย ระเห็จจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปอยู่ ลียง, วินเซนต์ ยานส์เซ่น ก็แจ้งเกิดกับ สเปอร์ส ไม่ได้ จนต้องเก็บกระเป๋าไป เฟเนร์บาห์เช่

อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ตกรอบคัดเลือก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยน้ำมือ นีซ แถมยังไม่ได้เล่นแม้กระทั่งถ้วยเล็ก ยูโรปา ลีก เพราะดันแพ้ในรอบเพลย์ออฟต่อ โรเซนบอร์ก
เช่นเดียวกับ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ที่ทำงามหน้ากว่า ร่วง ยูโรปา ลีก ตั้งแต่รอบคัดเลือก รอบสาม อีกทีมคือ อูเทรคท์ ก็ไม่รอด จึงได้เห็นแค่ วิเทสส์ ทีมเดียวในรอบแบ่งกลุ่ม
เฟเยนูร์ด คือทีมเดียวที่ได้สร้างชื่อใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ก็ดูเหมือนจะเอาชื่อไปทิ้งซะมากกว่า เพราะเปิด 2 นัดแรกด้วยการแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-4 และ นาโปลี 1-3
แฟร้งค์ เดอ บัวร์ ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่าในพรีเมียร์ลีก ถูก คริสตัล พาเลซ ปลดจากผู้จัดการทีมเพียงแค่ 10 สัปดาห์ ด้วยผลงานย่ำแย่ แพ้ 4 นัดรวด ยิงใครไม่ได้เลย
โรนัลด์ คูมัน ก็เป็นอีกคนที่อาการร่อแร่กับ เอฟเวอร์ตัน เป็นตัวเต็งกุนซือคนต่อไปที่จะถูกปลดออกจากตำแหน่ง
ล่าสุด ฮอลแลนด์ กำลังจะอดไปเล่น ฟุตบอลโลก 2018 ที่ รัสเซีย เพราะโจทย์ในการลุ้นพื้นที่เพลย์ออฟในนัดสุดท้าย ยากเกินกว่าที่จะปฏิบัติได้จริง
ถามว่ายากแค่ไหน คำตอบคือ ต้องเอาชนะ สวีเดน ที่เป็นคู่แข่งแย่งพื้นที่โดยตรง 7-0
จริงๆ ปัญหาของทีม อัศวินสีส้ม ก่อตัวขึ้นตั้งแต่จบศึกฟุตบอลโลก 2014 หลังจาก หลุยส์ ฟาน กัล ที่พาทีมเป็นรองแชมป์ ลงจากเก้าอี้ แล้วให้ กุส ฮิดดิ้งค์ รับช่วงต่อ
เรื่องประสบการณ์ไม่ต้องพูดถึง เพราะ ฮิดดิ้งค์ เคยพา ฮอลแลนด์ ลุย 2 ทัวร์นาเมนต์มาแล้ว ทั้ง ยูโร 1996 และ ฟุตบอลโลก 1998 ที่กรุยทางถึงรอบรองฯ ก่อนจบด้วยอันดับ 4
แต่ห้วงเวลาผ่านไป 16 ปี ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม ฮิดดิ้งค์ อยู่ไม่ครบปีก็ต้องแยกทาง หลังจบเกมที่เสมอ ตุรกี ในบ้าน เกมรอบคัดเลือก ยูโร 2016
แดนนี่ บลินด์ มือขวาของ ฮิดดิ้งค์ เข้ามารับช่วงต่อ แต่กลับกลายเป็นว่าผลงานแย่ลงไปอีก พ่ายคาบ้านต่อ ไอซ์แลนด์ และบุกแพ้ ตุรกี ยับ ในช่วงเวลาห่างกัน 4 วัน ก่อนปิดท้ายด้วยการปราชัยคารังต่อ เช็ก ตกรอบคัดเลือก ยูโร 2016 ชนิดไม่ได้แม้แต่ตั๋วเพลย์ออฟ
การอดไปปรากฏตัวใน ฝรั่งเศส จึงเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับสำหรับแฟนบอล ออรันเย่ เพราะพวกเขาไม่เคยพลาดทัวร์นาเมนต์นี้เลย ตั้งแต่คว้าแชมป์ยูโร 1988
สัญญาณอันตรายดังขึ้นแล้ว แต่ สมาคมฟุตบอล ก็ยังนิ่งเฉย ปล่อยให้ บลินด์ เริ่มต้นเต็มตัวกับรอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก ที่ รัสเซีย ด้วยความหวังที่ว่า ทีมจะเกิดการเปลี่ยนแปลง
แต่สิ่งที่หวังก็ไม่เกิดขึ้น บลินด์ ถูกไล่ออกหลังบุกแพ้ที่ บัลแกเรีย 0-2 เมื่อเดือนมีนาคม เก็บไป 7 คะแนนจาก 5 นัด
ดิ๊ก อัดโวคาท ถูกดึงเข้ามารอบ 3 เพื่อกอบกู้ แต่สุดท้ายก็กู้ไม่ขึ้นเช่นกัน
จึงมีคำถามตามมาว่า ทำไม สมาคมฯ จึงใช้แต่กุนซือหน้าเดิมๆ เวียนไปเวียนมาอยู่แบบนี้ ลองไปไล่ดูรายชื่อในช่วง 25 ปีหลัง
ดิ๊ก อัดโวคาท, กุส ฮิดดิ้งค์, แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด, หลุยส์ ฟาน กัล, ดิ๊ก อัดโวคาท, มาร์โก ฟาน บาสเทน, เบิร์ท ฟาน มาร์ไวค์, หลุยส์ ฟาน กัล, กุส ฮิดดิ้งค์, แดนนี่ บลินด์, ดิ๊ก อัดโวคาท
ถึงเวลาหรือยังที่ ฮอลแลนด์ จะฉีกตัวเองออกนอกกรอบ? ให้โอกาสกุนซือหน้าใหม่ได้แจ้งเกิดบ้าง อย่าง ฟิลิป โคคู, โจวานนี่ ฟาน บรองค์ฮอร์สท์ หรือ แฟร้งค์ เดอ บัวร์
แต่บางคนก็มองว่าปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ที่นักเตะมากกว่าโค้ช
ฮอลแลนด์ ไม่มีสายเลือดใหม่ขึ้นมาทดแทน แม้ตัวเก๋าอย่าง อาร์เยน ร็อบเบน, เวสลี่ย์ สไนเดอร์, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ยังไม่มีใครอำลาทีมชาติ แต่ก็เลยช่วงที่ดีที่สุดไปแล้ว
อาแจ็กซ์ ยังคงมีสินค้าส่งออก ในฐานะหนึ่งในสโมสรที่ปลุกปั้นดาวรุ่งเก่งที่สุดในโลก หากแต่สินค้าหลายชิ้น แทบไม่มี 'เมด อิน ฮอลแลนด์' เลย
ดูแล้ว จบเกมสุดท้ายกับ สวีเดน วันอังคารนี้ หาก อัดโวคาท วางมือ ก็คงเป็นงานยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา สำหรับใครก็ตามที่พร้อมจะเสี่ยง

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด