:::     :::

ซ่อนกลิ่น

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน 2561 คอลัมน์ ฉันดูบอลที่ร้านเหล้า โดย ดากานดา
4,087
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ชัยชนะเหนือ ติมอร์ เลสเต 7-0 คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เหมือนจะทำให้หลายคนยิ้มสบายใจกับฟอร์มของ "ช้างศึก"

ชำแหละคู่ต่อสู้นักประเดิมสนามด้วยการเล่นที่อำมหิต ทั้งที่ไร้ 4 ผู้เล่นหลักค้าแข้งต่างแดน การถูกยกเป็นเต็งหนึ่งของทัวร์นาเมนต์อย่างทางการ ไม่ใช่เรื่องเพี้ยนผิดแผกแต่อย่างใด

ยิ่งมองคู่ต่อสู้นัดถัดไปอย่าง อินโดนีเซีย ที่เหนื่อยลิ้นห้อย กว่าจะไร้แซง ติมอร์ เลสเต เก็บ 3 คะแนนได้ ยิ่งชวนให้แฟนบอลแอบคิดไปไกลว่า เกมนี้ไม่น่ามีปัญหา ชนะใส (เหมือนใบหน้าผู้เขียน)

แต่เดี๋ยวก่อน….

ใช่ว่า ทีมชาติไทย ได้เล่นในราชมังคลากีฬาสถาน นรกเจ้าบ้าน (เพราะรถติดโคตรเวลาเดินทาง) แล้วจะแบเบอร์ เชื่อขนมกินได้เลยว่าแมตช์พบ อินโดนีเซีย ไม่ใช่งานง่ายเหมือนเกมแรกแน่

แม้สองนัดล่วงผ่าน พลพรรค "การูด้า" อาจมีผลงานที่ไม่อภิรมย์ หลังเปิดสนามด้วยการบุกแพ้ สิงคโปร์ มา ทว่านั่นทำให้การมาเยือนหัวหมากหนนี้ พวกเขาจะเน้นอย่างสุดขีด

ภาพ สรรวัชญ์ เดชมิตร ร่ายมนต์คิลเลอร์พาสอย่างสบายใจเฉิบ หรือ อดิศักดิ์ ไกรษร วิ่งเป็นหลุด เติมเข้าเขตโทษเป็นหาย จะไม่ได้เห็นในเกมนี้ง่ายๆอย่างแน่นอน เพราะพวกเขาต้องทำการบ้านมาทุกวิถีทางเพื่อหยุดเกมทีมชาติไทยไม่ให้เล่นได้อย่างสะดวกโยธิน เกมแดนกลาง “ช้างศึก” ต้องเจอกับลูกตอด ตัดฟาล์ว รวมถึง เพรสซิ่งใส่หนักหน่วง

จุดนี้เป็นบทพิสูจน์กึ๋นของ มิโลวาน ราเยวัช อีกทางหนึ่ง ว่าจะแก้ไขสถานการณ์ที่เขาเองน่าจะรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วอย่างไร


ทีมชาติไทยได้พักเต็มที่ จากการเว้นวรรคโปรแกรมในช่วงกลางสัปดาห์ นั่นทำให้ผู้เล่นทั้งหมดน่าจะฟิตสมบูรณ์เต็มถังหมด

ขณะที่ อินโดนีเซีย เองก็มองข้ามช็อตไปแล้ว หลังเกมล่าสุด ทีมโรเตชั่นแข้งหลักชุดแพ้ สิงคโปร์ เกือบเกลี้ยงแผง ในเกมชนะ ติมอร์ เลสเต 3-1

มองฟุตบอลแบบไม่ต้องขมวดคิ้วคิดให้มากความ “ช้างศึก” เหนือกว่าแทบทุกมุม ทั้งศักยภาพผู้เล่น แวดล้อม ความเคยคุ้นสังเวียน

แต่ อินโดนีเซีย มีดีเอ็นเอพิเศษที่ซ่อนไว้เสมอยามพบ ทีมชาติไทย

ไม่ว่าจะป่ะฝีตีนกันในช่วงเวลาไหน ทัพช้างศึก ต้องเจอกับความยากลำบากทุกครั้ง ซึ่งเอาเข้าจริงหากนับทีมชาติชุดใหญ่ อินโดนีเซีย ทำให้ไทยปวดกบาลได้มากกว่าอริเบอร์หนึ่งในอาเซียนอย่าง เวียดนาม เสียด้วยซ้ำไป

อารมณ์ประมาณ เจอทีมอื่นหงอย พอมาเจอทีมชาติไทย วิ่งเป็นน้องหมาบีเกิ้ลไม่มีถ่านหมด

ย้อนไปสองปีก่อนในยุค เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เป็นหัวหน้าฝูงช้างศึก ทีมชาติไทยชุด เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 ถูกขนานนามว่าแกร่งทั่วแผ่น หลังมากด้วยผู้เล่นฝีตีนดี ที่แฟนบอลอาเซียนต่างชูฮกว่า เด็กชุดนี้ปีนกำแพงไปเล่นระดับเอเชียได้สบายแล้ว

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, ธีราทร บุญมาทัน, ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ ธีรศิลป์ แดงดา อยู่ในยุคทองของ “ซิโก้” ชุดป้องกันแชมป์อาเซียนคัพ ครั้งก่อนทั้งหมด

ทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว "ช้างศึก" ป้องกันแชมป์ไว้ได้ และเสียไปทั้งสิ้นเพียง 4 ประตู

หากแต่ 4 ตุงที่เสียไป มาจากน้ำมือของ อินโดนีเซีย คู่แข่งในวันเสาร์นี้ทั้งหมด

ทีมชาติไทยพบ อินโดนีเซีย นัดแรก และออกนำไปอย่างรวดเร็ว 2-0 ในครึ่งเวลาแรก แต่ครึ่งหลังทัพการูด้า มาได้ 2 ประตูรวดไล่ตีเสมอได้ ก่อนที่ช่วง 10 นาทีสุดท้าย จะมาได้ความยอดเยี่ยมของ “เอล แดงดา” พาทีมคว้าชัยไปได้

อีกครั้งคือการพบกันในนัดชิงชนะเลิศ อินโดนีเซีย ที่ถีบเวียดนามในรอบตัดเชือก โผล่มาเจอทีมชาติไทยอีกครั้ง และเป็นพวกเขาเหมือนเดิมที่เปิดบ้านชนะ 2-1 ก่อนที่ทีมชาติไทยจะมาออกแรงเหนื่อยเอาชนะที่บ้านได้ 2-0

หรือกระทั่งย้อนไปปี 2010 ก็อินโดนีเซีย นี่แหละ ที่กระโดดถีบทีมชาติไทยจอดป้ายเพียงรอบแรกด้วยสกอร์ 2-1

สิ่งเหล่านี้คือเหตุผลที่ยืนยันได้ว่า อินโดนีเซีย ไม่ใช่คู่ต่อสู้ให้เชือดง่ายเหมือน ติมอร์ เลสเต

ขณะที่ "ช้างศึก" ไร้ 4 แข้งที่ดีสุด ติดภารกิจรับใช้ต้นสังกัดต่างแดน อินโดนีเซีย ยังคงกำลังหลักชุดรองแชมป์ไว้หลายคนเช่นเดิม

ฮานซามู ปรานาตา แนวรับวัย 23 ปี หรือ ริซกี โปลา ตัวรุกวัย 28 ที่ทำประตูทีมชาติไทยครั้งก่อน ยังเป็นกำหลังหลักในทีม เช่นเดียวกับคีย์แมนอย่าง สเตฟาโน ลิลิปาลี ที่พร้อมประจันหน้ากับทีมชาติไทยอีกครั้ง รวมไปถึง เบโต กอนซัลเวส ดาวยิงวัย 37 ปี ที่เพิ่งติดทีมชาติ และเข้ามาเติมเต็มในแผงแดนหน้า

นี่คือการบ้านที่ทัพช้างศึกต้องรับมือ หนึ่งในทีมที่มี “พลังแฝง” ซ่อนไว้เยอะสุดทีมหนึ่ง ยามเจอทีมชาติไทย

ประมาทวูบเดียว…มีสิทธิ์โดนลงทัณฑ์ได้เลย


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด