:::     :::

กองหน้าชื่อดัง...แต่ฟอร์มไม่ปัง

วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2561 คอลัมน์ เด็กเก็บบอล โดย ยักษ์เดนส์
1,179
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ผ่านไปแล้ว 1 ใน 3 ของซีซั่นสำหรับ 5 ลีกใหญ่ของยุโรป ซึ่งแต่ละลีกผู้นำของตารางก็ไม่ถือว่าพลิกความคาดหมายอะไรนัก
         แม้ว่าในบุนเดสลีกา เยอรมัน ในปีนี้จะเป็น ดอร์ทมุนด์ ที่นั่งอยู่ในตำแหน่งบนสุด แต่ที่ผ่านมาทัพ "เสือเหลือง" ก็ถือเป็นทีมหัวแถวของประเทศอยู่แล้ว หากไม่นับว่า บาเยิร์น มิวนิค อยู่ไกลถึงอันดับ 5 ของตาราง
         บรรดาพ่อค้าแข้งทั้งหลายก็มีทั้งที่ผลงานดีและไม่ดีปะปนกันไปตามปกติ แต่ปัญห่อยู่ที่ความคาดหวังจากแฟนบอลว่านักเตะของทีมรักจะทำผลงานได้ประทับใจตัวเอง
         โดยเฉพาะในตำแหน่งกองหน้าที่เปรียบเสมือนอาวุธของทีมที่จะทิ่มแทงทำร้ายคู่แข่งและยิงประตูให้ทีมคว้าชัยชนะในแต่ละเกม โดยเฉพาะเมื่อคุณค้าแข้งอยู่ในสโมสรใหญ่ มีแฟนบอลติดตามอยู่ทั่วโลก
                
         จนถึงตอนนี้ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เป็นทีมที่มีเกมรุกดุดันที่สุดทะลวงตาข่ายไปแล้ว 45 ลูก ขณะที่ทาง แมนเชสเตอร์ ซิตี้, บาร์เซโลน่า และ ดอร์ทมุนด์ ก็มีเกมที่ทะลุทะลวงยิงประตูคู่แข่งมาอย่างต่อเนื่อง
         คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ คือผู้นำดาวยิงของ 5 ลีกใหญ่ของยุโรป ตามด้วยบรรดายอดดาวยิงอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร่, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, เมาโร อีการ์ดี้, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, เอดินสัน กาวานี, ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ และ เนย์มาร์ 
         แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสมหวังเสมอ ก็มีกองหน้าอีกไม่น้อยเหมือนกันที่ได้รับการคาดหวังแต่ผลงานกลับน่าผิดหวัง แต่ก็ยังได้รับความไว้างใจจากผู้จัดการทีมให้เป็นหัวหอกประจำทีมต่อไป
         ไปดูว่าใครกันบ้างที่ผลงานในซีซั่นนี้น่าผิดหวังเมื่อเทียบกับความคาดหวังจากแฟนบอล
โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่
สโมสร : ลิเวอร์พูล

         จากความสำเร็จอันยอดเยี่ยมเมื่อฤดูกาล 2017/18 ทำให้เหล่าบรรดา "เดอะ ค็อป" วาดฝันว่าปีนี้จะเป็นปีที่สโมสรจะมีลุ้นโทรฟี่ใหญ่มาครองกับเค้าทั้งในลีกและบอลยุโรป
         และแน่นอนว่าผลงานในตอนนี้ ลิเวอร์พูล ก็ถือว่าทำได้เป็นอย่างดีกับการรั้งรองจ่าฝูงของตารางพรีเมียร์ลีก ส่วนในบอลยุโรปก็ยังมีลุ้นเข้ารอบน็อคเอาท์อยู่
         ซาดิโอ มาเน่ ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น หรือจะ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่เจอกับช่วงเวลาอันยากลำบากจากอาการบาดเจ็บและฟอร์มการเล่นที่ไม่ดีนัก แต่ก็กลับมาทำผลงานผลิตสกอร์ได้อย่างต่อเนื่องในช่วงหลัง
         แต่กับ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ยังถือว่าน่าเป็นห่วงอยู่ เพราะในปีนี้เจ้าตัวเพิ่งจะยิงได้แค่ 4 ลูกเท่านั้นหลังจากลงเล่นทุกรายการมาแล้ว 17 เกม
         นับเฉพาะประตูในพรีเมียร์ลีกหนล่าสุดต้องย้อนไปไกลถึงช่วงเดือนกันยายนเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 7 เกมหลังสุดในลีกของดาวยิงทีมชาติบราซิลนอกจากจะยิงประตูไม่ได้แล้ว ฟีร์มิโน่ ยังไม่มีแอสซิสต์อีกด้วย
         ยิ่งช่วงนี้กำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญที่โปรแกรมจะเริ่มแน่นในเดือนธันวาคม แฟนหงส์ก็ได้แต่ภาวนาว่ากองหน้าแซมบ้าจะกลับมาพังประตูช่วยทีมให้ได้เร็วๆนี้ละกัน
โรดรีโก้ โมเรโน่
สโมสร : บาเลนเซีย

         เกิดอะไรขึ้นกับ โรดรีโก้ โมเรโน่ ที่ระเบิดฟอร์มอย่างยอดเยี่ยมช่วยทีมเมื่อฤดูกาลที่แล้วด้วยการตะบัน 16 ลูกจาก 37 เกม ช่วยให้ บาเลนเซีย คว้าตั๋วลุยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้
         ถึงขนาดที่ว่า เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่ประจำลีกสนใจดึงตัวไปร่วมทีมเพื่อแทนการจากไปของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ด้วยซ้ำ หลังจากมีชื่อติดทีมชาติสเปนลุยฟุตบอลโลก 2018 และได้ลงเล่นในฐานะตัวสำรองอยู่ 3 เกม
         แต่มาปีนี้ทุกอย่างกลับมาเป็นตรงกันข้ามไปหมดเลย โมเรโน่ เบิกสกอร์ให้กับทีม "ค้างคาว" ได้แค่ประตูเดียวและแอสซิสต์อีกหนึ่งหน ที่เลวร้ายก็คือเขายิงประตูไม่ได้มายาวนานถึง 14 เกมติดต่อกันเข้าให้แล้ว
         ยิ่งเหลือบไปดูคู่ขาอย่าง มิชี่ บาตชูอายี่ ที่ทีมยืมตัวมาใช้งานจาก เชลซี ยิ่งไปกันใหญ่ เพราะเพิ่งยิงในลา ลีกา ได้แค่ลูกเดียวเท่านั้น ช่างแตกต่างกับเมื่อช่วงปลายซีซั่นที่แล้วที่ถูกยืมไปเล่นกับ ดอร์ทมุนด์ แล้วทะลวงตาข่ายกระจุย 9 ลูกจาก 14 เกม
         ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมซีซั่นนี้ บาเลนเซีย จะมีเพียงแค่ 14 คะแนน รั้งอยู่ในอันดับ 15 ของตารางและมีแต้มเหนือ เลกาเนส ทีมในโซนตกชั้นแค่ 4 แต้มเท่านั้น
โอลิวิเยร์ ชิรูด์
สโมสร : เชลซี

         ถือว่าทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมทีเดียวสำหรับ เชลซี ภายใต้การนำทัพของเทรนเนอร์คนใหม่อย่าง เมาริซิโอ ซาร์รี่ ที่พาทีมเก็บไปแล้ว 28 คะแนนจาก 12 เกม รั้งอันดับสามของตารางพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
         แต่ฟอร์มอันร้อนแรงของทีมนั้นแทบจะมาจากสองเท้าของ เอแด็น อาซาร์ ดาวเด่นของทีมที่ต้องแบกทีมไว้บนสองบ่าเต็มๆกับผลงาน 7 ประตูกับ 4 แอสซิสต์ 
         ในขณะที่ อัลบาโร่ โมราต้า ก็ยังช่วยบ้าง ยิงไปแล้ว 5 ลูก ส่วน เปโดร โรดริเกซ ตามมาที่ผลงาน 4 ประตูในตอนนี้
         ถามว่ากองหน้าอีกคนอย่าง โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ล่ะ... ยังยิงประตูในพรีเมียร์ลีกไม่ได้เลยสักลูก แม้จะมีแอสซิสต์มาฝาก 4 หนแล้วก็ตาม แต่สิ่งที่แฟนบอลอยากเห็นมากกว่าก็คือการยิงประตูช่วยทีม
         ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศสเพิ่งเบิกสกอร์แรกให้ทีมได้ในเกมยูโรปา ลีก มองในแง่ดีน่าจะเป็นการเรียกความมั่นใจได้บ้างไม่มากก็น้อยล่ะ
         ถึงกระนั้นนักเตะตราไก่ชุดแชมป์โลกก็ควรจะเริ่มผลิตสกอร์ในลีกให้ทีมได้แล้ว เพราะเมื่อถึงเวลาแล้วทีมดึงกองหน้าตัวใหม่มาเสริม คงไม่เหลือที่ในทีมให้ยืนแน่นอน
ดีเอโก้ คอสต้า
สโมสร : แอตเลติโก มาดริด

         กองหน้าตัวเป้าและเป็นตัวความหวังของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ที่หวังจะให้เป็นดาวยิงที่จะทะลวงตาข่ายช่วยทีมให้ก้าวขึ้นมาเบียดลุ้นแชมป์กับ บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด สองยักษ์ใหญ่ประจำลีก
         การย้ายกลับมาค้าแข้งกับ แอตเลติโก มาดริด อีกครั้งเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา แฟนบอลหวังให้เขาเข้ามาแบ่งเบาภาระในการทำประตูของ อองตวน กรีซมันน์ แต่ทว่ากลับยังไม่เป็นอย่างที่หวังเลย
         ด้วยการเล่นอันดุดันสมัยอยู่กับ เชลซี ยิงประตูช่วยให้ทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในปี 2016/17 มาครอง ยิ่งทำให้สาวกตราหมียิ่งทวีความมั่นใจหลังได้กองหน้าทีมชาติสเปนมาร่วมทีม
         ทุกอย่างดูเหมือนจะไปได้สวยเมื่อ คอสต้า กดสองประตูให้ทีมในเกมยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ที่ แอต.มาดริด คว้าชัยเหนือคู่ปรับตลอดกาลอย่าง เรอัล มาดริด ด้วยสกอร์ 4-2 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ตอกย้ำให้เห็นถึงความยอดเยี่ยม
         แต่ทว่าพอเข้าสู่การแข่งขันจริงในซีซั่นนี้ หัวหอกวัย 30 ปี กลับยังยิงประตูในลา ลีกา สเปน ไม่ได้เลย ลูกเดียวที่ยิงได้เกิดขึ้นในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
         ที่ทีมยังยืนหยัดอยู่อันดับสามของลีกด้วยการตามหลัง บาร์เซโลน่า แค่ประตูเดียว เกิดขึ้นเพราะทีมมีเกมรับอันแข็งแกร่งตามแบบฉบับของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ที่เสียไปเพียง 8 ประตูจาก 12 เกม น้อยที่สุดในลีก แต่เกมรุกก็ยิงได้แค่ 16 ลูกเท่านนั้น น้อยที่สุดในบรรดาทีม 6 อันดับแรกของตาราง
         หากเป็นแบบนี้ต่อไป แอตเลติโก มาดริด คงทำได้แค่เกาะกลุ่มหัวตารางต่อไป ส่วนเรื่องลุ้นแชมป์คงเป็นไปได้ยาก
โรเมลู ลูกากู
สโมสร : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

         เรียกได้ว่าทำเนียบกองหน้าที่ฟอร์มฝืดในซีซั่นนี้หากขาดชื่อของ โรเมลู ลูกากู ไป ก็เหมือนกินลูกชิ้นแต่ขาดน้ำจิ้มไป
         ผลงาน 4 ประตูจากการลงสนาม 15 เกมรวมทุกรายการทั้งเป็นตัวจริงและลงเล่นเป็นสำรอง (ตัวจริง 12 สำรอง 3) อันที่จริงจะว่าแย่มันก็แย่นั่นแหละ แต่ที่เลวร้ายก็คือฟอร์มโดยรวมในแต่ละเกมที่แฟนผีเห็นแล้วก้ได้แต่ถอนใจ
         เล่นไม่ดี, เก็บบอลไม่ได้, มีโอกาสก็ยิงทิ้งขว้าง แทบจะกลายเป็นสิ่งที่สาวก "เร้ด อาร์มี่" เห็นได้ในทุกๆเกมที่มีหัวหอกเบลเยี่ยมยืนตระหง่านอยู่ในแดนหน้าของทีม
         ลูกากู ยิงประตูไม่ได้มาตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน ถึงตอนนี้เป็นเวลากว่า 2 เดือนที่ไม่มีชื่อบนสกอร์บอร์ดของทีม กับค่าตัวระดับ 75 ล้านปอนด์ที่ "ปีศาจแดง" จ่ายไปนั้นต้องบอกว่าผิดหวัง
         ช่วงหลังที่นอกจากจะหลุดจากตำแหน่งตัวจริงแถมโดนอาการบาดเจ็บเล่นงาน แต่ก็อาจจะเป็นการให้เจ้าตัวได้พักเพื่อกลับมาล่าตาข่ายช่วยทีมอีกครั้ง
         เพราะ 20 คะแนนจาก 12 เกมในพรีเมียร์ลีกนั้น อย่าว่าแต่ลุ้นแชมป์เลย อันดับไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกก็อาจจะไปไม่ถึงด้วยซ้ำ


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})