:::     :::

แพ้ตามสภาพ

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ความพ่ายแพ้นัดแรกในรอบ 23 นัดของอาร์เซน่อลถือว่าผิดคาดไม่น้อย แต่ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่ให้ต้องเสียสถิติที่รังนักบุญ

"ปืนใหญ่" มีปัญหาในเกมรับอย่างมากเพราะเซนเตอร์ตัวหลักหายพร้อมกัน 3 คนทั้ง ชโคดราน มุสตาฟี่ กับ โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส ที่ติดโทษแบน ขณะที่ ร็อบ โฮลดิ้ง ก็เอ็นเข่าฉีกต้องปิดเทอมยาว โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ จึงเป็นเซนเตอร์คนเดียวที่เหลืออยู่ และไม่ได้อยู่ในสภาพเต็มร้อย

''กัปตันกอส'' เพิ่งคัมแบ็กกลับมาลงเล่น 72 นาทีในยูโรปา ลีก หลังเจ็บไปนาน 7 เดือนนับตั้งแต่เอ็นร้อยหวายฉีกในรอบตัดเชือกรายการเดียวกันเมื่อฤดูกาลก่อน 

เอเมรี่ จึงยึดระบบ 3 เซนเตอร์เหมือน 4 นัดหลังสุดในลีกที่ผ่านมาซึ่งก็ควรต้องเป็นแบบนั้นมากกว่าเกมในบ้านกับฮัดเดอร์สฟิลด์ที่น่าจะจัดทัพเน้นเกมรุกมากกว่าหน่อย 

สเตฟาน ลิคท์สไตเนอร์ ขยับจากแบ็กขวาเข้ามายืนข้างใน เช่นเดียวกับ กรานิต ชาคา ที่ถอยจากตรงกลางลงไปแก้ขัดในตำแหน่งใหม่

โชคไม่ดีอีกอย่างคือ เซอัด โคลาซินัช แบ็กซ้ายบอสเนียฯ มาเจ็บอีกราย ทำให้ นาโช่ มอนเรอัล ต้องรับผิดชอบในตำแหน่งวิงแบ็กฝั่งซ้าย

ผมเชื่อว่าถ้า โคลาซินัช ไม่เจ็บ มอนเรอัล จะได้ยืนเป็นสต็อปเปอร์ฝั่งซ้ายแน่นอนซึ่งเหมาะและถนัดมากกว่าเมื่อเทียบกับ ชาคา เพราะเป็นกองหลังอยู่แล้วและเคยเล่นตำแหน่งนี้มาก่อน

พอหน้าตาของกองหลังออกมาเป็น "ลิคท์สไตเนอร์-กอสซิแอลนี่-ชาคา" จึงเหมือนต่างคนต่างประคองกันและกัน  

ราล์ฟ ฮาเซิ่นฮึทเทิ่ล กุนซือใหม่เซาธ์แฮมป์ตันที่ได้คุมทีมในบ้านนัดแรกประเมินแนวรับอาร์เซน่อลไว้อยู่แล้วว่าไม่ได้สมบูรณ์แบบ เขาจึงเลือกแท็กติก 2 อย่างในการมาสู้กับทีมที่ไม่แพ้ใครมายาวนาน 4 เดือน

อย่างแรก ใช้ความแข็งแกร่งของร่างกายในการเข้าปะทะตามสไตล์ทีมที่คุณภาพฝีเท้าเป็นรอง 

นักบุญที่ไม่ได้ใจบุญจึงงัดลูกหนังลูกบู๊มาทำลายมาหยุดไม่ให้อาร์เซน่อลเล่นในจังหวะของตัวเองได้ต่อเนื่อง 


กองหลังเจ็บแล้วเจ็บอีก

อย่างที่สอง เมื่อได้โอกาสทำเกมุรกก็เลือกเจาะด้านข้างเป็นหลักเพราะฝ่าตรงกลางที่มีทั้ง ลูคัส ตอร์เรร่า กับ มัตเตโอ เกนดูซี่ ไม่ง่าย 

อดีตกุนซือแอร์เบ ไลป์ซิก ยังไม่ได้มีเวลามากพอในการใส่แท็กติกและสไตล์ของตัวเอง ก็เลยให้ลูกทีมเล่นตามธรรมชาติฟุตบอลอังกฤษไปก่อนนั่นคือโจมตีกลางอากาศด้วยการเปิดบอลด้านข้างเข้าเขตโทษ

นั่นจึงเป็นที่มาของ 3 ประตูที่ได้จากลูกโหม่งล้วนๆ และเป็นครั้งแรกในฤดูกาลที่ยิงคู่แข่งได้ถึง 3 ประตูต่อนัด 

เซาธ์แฮมป์ตันได้ครองบอลเพียง 1 ใน 3 และก็อยู่ในแดนตัวเองเป็นส่วนใหญ่ ทว่าทุกครั้งที่ได้โอกาสทำเกมรุกก็ได้ลุ้นและมีประสิทธิภาพมากกว่า

ต้องให้เครดิตด้วยกับ 3 ประตูที่ทำได้โดยเฉพาะ 2 ประตูแรกที่ยอดเยี่ยมทั้งคนเปิดและคนโหม่ง น้ำหนักและทิศทางร้อยเปอร์เซ็นต์จริงๆ ยิ่งลูกแรกยิ่งเหมือนภาพสิบกว่าปีก่อนสมัย เวย์น บริดจ์ เปิดบอลให้ เจมส์ บีทตี้ ขึ้นโหม่งยังไงยังงั้น 

เซาธ์ฯ เปลี่ยนโอกาสที่มีได้ดีและเด็ดขาด ส่วนการป้องกันของอาร์เซน่อลก็ยังแย่เหมือนเคย 

ในสภาพทีมที่ดีกว่านี้ อาร์เซน่อลก็ไม่ใช่ทีมที่เกมรับเหนียวแน่นแข็งแกร่งเพราะก่อนมาเยือนรังนักบุญ ทีมของ อูไน เอเมรี่ เก็บคลีนชีตในลีกได้เพียง 3 นัดจาก 16 นัดแรก

เป็นไปอย่างที่ เอเมรี่ บอกเอาไว้หลังเกมว่า ''เรายิงประตูได้มากมาย แต่ก็เสียไปเยอะเช่นกัน คือเยอะกว่าที่เราต้องการให้เป็น'' 

ถึงตรงนี้ อาร์เซน่อล เสียประตูไปแล้ว 23 ประตูเท่ากับ คริสตัล พาเลซ และมากกว่า นิวคาสเซิ่ล, เลสเตอร์ ซิตี้, เอฟเวอร์ตัน หรือแม้กระทั่งน้องใหม่อย่างวูล์ฟแฮมป์ตัน

เอเมรี่ เข้ามาปรับเกมรุกได้ดีจนยิงได้มากอันดับ 2 ของลีก หลายนัดที่พลิกกลับมาเสมอหรือชนะได้ก็เพราะคุณภาพที่มากขึ้นในแดนหน้า แต่ปัญหาในเกมรับยังเป็นโจทย์ที่แก้ไม่ตกและไม่ใช่สิ่งที่แก้ได้ง่ายเลย 


โดนนักบุญเล่นงานด้วยลูกโหม่งทั้ง 3 ประตู

และในวันที่กองหลังมีความพร้อมเพียง 50-60 เปอร์เซ็นต์ แถมระหว่างเกม เอคตอร์ เบเยริน กับ สเตฟาน ลิคท์สไตเนอร์ ยังมาเจ็บเพิ่มอีก (จริงๆ แล้ว กอสซิแอลนี่ กับ มอนเรอัล ก็สะบักสะบอมไม่แพ้กัน) ก็เลยพังครืนลงมาอย่างที่เห็น 

ความพ่ายแพ้ไม่ใช่เรื่องที่ดีอยู่แล้วเพราะทำให้ถูกลิเวอร์พูลที่คว้าชัยในศึกแดงเดือดทิ้งห่างไป 11 คะแนน แต่อีกมุมก็ทำให้เห็นถึงปัญหาที่ชัดเจนมากขึ้น และเพิ่มความหนักแน่นในการตัดสินใจว่าคงต้องทำอะไรซักอย่างในตลาดเปิดหน้าหนาวที่กำลังมาถึงอีกไม่กี่วันข้างหน้า 

การเสียสถิติไร้พ่ายอาจจะน่าผิดหวังโดยเฉพาะกับที่เกิดขึ้นเมื่อเจอทีมท้ายตารางแบบนี้ แต่ไม่ช้าก็เร็วเรื่องตัวเลขต่างๆ เหล่านี้ก็ต้องหยุดลง และมันก็เป็นนัดนี้ 

สิ่งที่จะเป็นบทเรียนได้มากคือ ต้องไม่ปล่อยให้ตัวเองอยู่ในสถานการณ์ลำบากจนต้องงัดฟอร์มเก่งครึ่งหลังอยู่ตลอด อาร์เซน่อลรักษาสถิติยิงอย่างน้อย 2 ประตูนอกบ้านได้ทุกนัดในฤดูกาลนี้ แต่เกมรับที่เสียให้ทีมหนีตาย 3 ประตูแบบนี้ก็มากเกินไป 

หามุมบวกให้เลือกมองก็ต้องบอกว่าถือเป็นข้อดีที่ได้ลดความกดดันและการถูกโฟกัสลงไป แพ้วันนี้เพื่อให้ได้เริ่มนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง ฤดูกาลยังไม่ถึงครึ่งทางด้วยซ้ำ และเป้าหมายท็อปโฟร์ก็ห่างเพียง 4 คะแนน 

  เอเมรี่ มองเห็นอยู่แล้วว่าทีมมีปัญหาส่วนใด เขากำลังหาทางแก้ไขอย่างสุดกำลัง พิจารณาในทุกทางเลือกที่เป็นไปได้ซึ่งก็อย่างที่ว่าไปมันไม่ง่ายแน่นอน ต้องใช้ทั้งความอดทน เวลา และแน่นอน ''เงินทุน''  


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด