:::     :::

แข้งฟอร์มห่วยลีกผู้ดีกับการย้ายทีมเดือนมกราคม

วันจันทร์ที่ 07 มกราคม 2562 คอลัมน์ เด็กเก็บบอล โดย ยักษ์เดนส์
2,086
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
เข้าสู่เดือนมกราคมของลีกใหญ่แห่งยุโรป หัวข้อสนทนาของเหล่าผู้ที่ติดตามเกมลูกหนัง นอกจากจะพูดถึงเรื่องว่าใครจะเข้าป้ายคว้าแชมป์ก็คงเป็นเรื่องตลาดซื้อ-ขาย

         ถือเป็นโอกาสให้ทุกทีมได้แก้ตัวกับการดึงนักเตะใหม่มาเสริมไม่ว่าจะต่อสู้ลุ้นแชมป์หรือหนีตกชั้น รวมถึงการปล่อยผู้เล่นที่ไม่จำเป็นออกจากทีมเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้วย 

         ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าบรรดาสโมสรเงินถุงเงินถังก็คงได้เปรียบหน่อยที่จะสามารถทุ่มดึงนักเตะมาร่วมทีมได้ ก็ขึ้นอยู่ที่ว่าเป้าหมายที่ต้องการนั้นต้นสังกัดจะปล่อยออกจากทีมหรือไม่เท่านั้น

         ที่ผ่านมาชัดๆเลยว่านักเตะที่ย้ายมาร่วมทีมในพรีเมียร์ลีก อังกฤษแล้วเข้ามาช่วยยกระดับทีมให้แข็งแกร่งขึ้นก็อย่าง หลุยส์ ซัวเรซ กับ ลิเวอร์พูล, เนมานย่า วิดิช ที่มาอยู่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือจะล่าสุดเมื่อเมื่อเดือนมกราคมปีที่แล้วอย่าง เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ที่เข้ามาเพิ่มความแข็งแกร่งให้ "หงส์แดง" 

         แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะไปได้สวยกันทั้งหมดที่น่าผิดหวังก็มีไม่น้อย ยิ่งชื่อดังยิ่งน่าผิดหวังไปกันใหญ่

         ลองไปดูกันว่ามีใครกันบ้างที่นับตั้งแต่มีพรีเมียร์ลีกมาที่เป็นนักเตะทำผลงานน่าผิดหวังที่สุดในช่วงตลาดเดือนหน้าหนาว

ฮวน กวาดราโด้

จาก ฟิออเรนติน่า ไป เชลซี

ย้ายทีม : 2 กุมภาพันธ์ 2015

ค่าตัว 23.3 ล้านปอนด์


         หลังจากสร้างชื่อมากับการเล่นในบ้านเกิดที่สโมสร อินเดเปนเดียนเต้ เมเดยิน ในวัย 20 ปี จนเตะตา อูดิเนเซ่ ที่คว้าตัวมาร่วมทีมก่อนจะมาพีคเต็มตัวในการเล่นกับ ฟิออเรนติน่า 

         กระทั่งในตลาดหน้าหนาวของฤดูกาล 2014/15 เชลซี ตัดสินใจทุ่มเงิน 23.3 ล้านปอนด์เพื่อดึงนักเตะที่กำลังฟอร์มเข้าฝักมาร่วมทีม เพื่อเป้าหมายช่วยให้ทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครอง 

         ด้วยสปีดรวดเร็วและการพาบอลไปกับตัวที่ยอดเยี่ยมดูเหมือนว่าน่าจะไปได้สวยกับการเล่นในลีกสูงสุดของแดนผู้ดี แต่ว่าท้ายที่สุดแล้วทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่คิด

         กวาดราโด้ ได้โอกาสลงเล่นรวม 15 เกมในช่วงครึ่งซีซั่นหลัง ซึ่งเป็นการออกสตาร์ทเพียงแค่ 3 นัดเท่านั้น และไม่สามารถยิงประตูได้เลย 

         และดูเหมือนจะไปไม่รอดสุดท้ายโดนปล่อยตัวให้ ยูเวนตุส ยืมตัวไปใช้งานในช่วงซัมเมอร์นั้นเลย แม้หลังจบซีซั่น 2015/16 จะกลับมาอยู่ "สิงห์บลูส์" แต่ก็โดนปล่อยให้ทาง "ม้าลาย" ใช้งานเหมือนเดิมก่อนจะย้ายกลับอิตาลีไปอยู่กับ ยูเวนตุส ในปี 2017 

         จุดสำคัญกับการย้ายมา เชลซี ของ กวาดราโด้ ก็คือการที่ทีมดังจากลอนดอนต้องปล่อย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ให้กับ "ม่วงมหากาฬ" ยืมตัวกระทั่งย้ายไปอยู่กับ โรม่า ในที่สุด

คริสโตเฟอร์ แซมบ้า

จาก อินจิ ไป ควีนส์ พาร์ค เรนเจอร์ส

ย้ายทีม : 31 มกราคม 2013

ค่าตัว 12.5 ล้านปอนด์

        

         ไม่น่าเชื่อว่านักเตะอย่าง คริสโตเฟอร์ แซมบ้า จะเป็นนักเตะที่ค่าตัวมหาศาลรวมถึงค่าเหนื่อยในระดับแสนปอนด์มาแล้ว

         กองหลังทีมชาติคองโกไม่ได้สร้างความผิดหวังในการย้ายทีมในช่วงตลาดเดือนมกราคมแค่ครั้งเดียวแต่มันเกิดขึ้นถึงสองครั้ง แม้ว่าหนแรกจะไม่ได้เกิดขึ้นในพรีเมียร์ลีกก็ตาม

         แซมบ้า กลายเป็นหนึ่งในกองหลังจอมแกร่งที่ได้รับการยอมรับสมัยค้าแข้งกับ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ถึงขนาดที่ อันจิ สโมสรดังในรัสเซียที่กำลังร่ำรวยในตอนนั้นทุ่มเงินถึง 12.3 ล้านปอนด์ดึงตัวไปร่วมทีมพร้อมทุ่มค่าเหนื่อยถึง 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ให้ด้วย

         แต่การเล่นในแดนหมีขาวไม่ใช่เรื่องง่าย เจ้าตัวโดนแฟนบอลเหยียดผิวเล่นงาน สุดท้ายต้องกลับมาสู่ลีกอังกฤษอีกครั้งกับ ควีนส์พาร์ค ที่ยอมจ่าย 12.5 ล้านปอนด์ ซึ่งกุนซือของทีมในตอนนั้นอย่าง แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ ให้คำนิยามว่า "นี่คือนักเตะที่เราต้องการ, เขาเป็นเหมือนสัตว์ประหลาด, แข็งแกร่งในลูกกลางอากาศ, รวดเร็ว, เป็นผู้นำและถึก"

         สุดท้าย แซมบ้า ก็ไม่อาจช่วยให้ทีมหนีรอดการตกชั้นไปได้ และอยู่กับทีมจนจบฤดูกาลก่อนกลับไปเล่นกับ อันจิ อีกครั้งในช่วงซัมเมอร์

กีโด้ การ์รีโย่

จาก โมนาโก ไป เซาธ์แฮมป์ตัน

ย้ายทีม : 24 มกราคม 2018

ค่าตัว 19.2 ล้านปอนด์


         การได้เงิน 75 ล้านปอนด์มาจากการขาย เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ไปให้กับ ลิเวอร์พูล ก็คงจะต้องการดึงนักเตะใหม่มาเสริมกันบ้าง

แต่เกือบหนึ่งในสามของเงินที่ได้มาลงเอยด้วยความสูญเปล่าการกับทุ่มทุนระดับ 19.2 ล้านปอนด์ แลกกับ กีโด้ การ์รีโย่ กองหน้าชาวอาร์เจนติน่าจาก โมนาโก ในลีก เอิง ฝรั่งเศสด้วยสัญญา 3 ปีครึ่ง

         ว่ากันตามตรงแล้วผลงานในระหว่างที่ค้าแข้งในฝรั่งเศสของดาวยิงรายนี้ก็ไม่ได้ดีอะไรมากนัก จำนวนประตู 21 ลูกจากการลงเล่น 95 เกมถือว่าไม่เยอะเลยกับการเล่นกองหน้า

                 แต่ผลงานการมาค้าแข้งกับทีม "นักบุญ" กลับเลวร้ายยิ่งกว่านั้น นอกจากโอกาสจะลงสนามมีไม่เยอะเท่าไร ยามได้โอกาสลงเล่นก็มีผลงานที่น่าผิดหวังโดยเจ้าตัวยิงประตูไม่ได้เลยตลอดการลงเล่น 9 เกมในสีเสื้อของ เซาธ์แฮมป์ตัน

        ปัจจุบันเจ้าตัวโดนปล่อยตัวให้กับ เลกาเนส ในลา ลีกา สเปน ยืมตัวใช้งาน ซึ่งที่นั่นมีเจ้านายเก่าอย่าง เมาริซิโอ เปเยกรินี่ ที่เคยดึงเขามาร่วมทีมนักบุญแต่โดนไล่ออกไปในเดือนมีนาคมนั่งเก้าอี้กุนซืออยู่

คอสตาส มิโตรกลู

จาก โอลิมเปียกอส ไป ฟูแล่ม

ย้ายทีม : 31 มกราคม 2014

ค่าตัว 12 ล้านปอนด์

        

         คอสตาส มิโตรกลู ถือว่าไม่ได้เป็นกองหน้าที่มีคนรู้จักอะไรมากมาย แม้จะมีผลงานที่ใช้ได้กับการค้าแข้งในบ้านเกิดอย่าง โอลิมเปียกอส

         แต่ทาง ฟูแล่ม ก็ทุ่มเงินระดับ 12 ล้านปอนด์ ซึ่งถึงเป็นสถิติสโมสรในตอนนั้นเพื่อดึงตัวมาล่าตาข่ายในถิ่น คราเว่น ค็อทเทจ

         ด้วยสถานการณ์ของ "เจ้าสัวน้อย"ที่กำลังหนีตกชั้นการดึงกองหน้ามาร่วมทีมถือว่าสมเหตุสมผล และด้วยขนาดของทีมก็ไม่ง่ายที่จะหาดาวดังพระกาฬอะไรมาร่วมทัพได้แน่

         แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเลวร้ายไปหมดเมื่อ มิโตรกลู ได้รับบาดเจ็บรบกวน แน่นอนว่ามันส่งผลกระทบต่อฟอร์มในสนามของเขาด้วยเช่นกัน

         โอกาสลงเล่นในพรีเมียร์ลีกแค่สามเกมและยิงประตูไม่ได้ ท้ายที่สุด ฟูแล่ม กระเด็นตกชั้น แน่นอนว่า ฟูแล่ม ไม่มีเงินมากพอจะจ่ายค่าเหนื่อยเลยส่งให้ โอลิมเปียกอส ทีมเก่ายืมตัวในปีถัดมา รวมถึงในปี 2015/16 ก็โดนปล่อยให้ เบนฟิก้า ยืมตัวต่อ ก่อนที่จะยอมขายแบบขาดทุนให้ "เหยี่ยวลิสบอน" ด้วยค่าตัว 7 ล้านยูโร

เฟร์นานโด ตอร์เรส

จาก ลิเวอร์พูล ไป เชลซี

ย้ายทีม : 31 มกราคม 2011

ค่าตัว 50 ล้านปอนด์


         หนึ่งในกองหน้าที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดในโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ยิ่งทำให้ชื่อของ เฟร์นานโด ตอร์เรส กลายเป็นกองหน้าที่คู่แข่งขยาดไม่อยากเผชิญหน้าด้วย

         แต่กับ เชลซี ดาวยิงทีมชาติสเปนกลายเป็นกองหน้าที่แทบจะไร้พิษสง เหมือนกับว่าเจ้าตัวปล่อยของไปหมดแล้วสมัยค้าแข้งกับ "หงส์แดง"

         ตอร์เรส ใช้เวลาถึง 903 นาที กว่าที่จะเบิกประตูแรกในสีเสื้อของ "สิงห์บลูส์ ได้เกิดขึ้นในเกมที่ทีมเอาชนะ เวสต์แฮม 3-0 และเป็นประตูเดียวในการลงสนามช่วง 6 เดือนแรกกับทีมจากการลงเล่น 18 เกม

         แม้ว่าเจ้าตัวจะมีประตูในความทรงจำอย่างในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศกับ บาร์เซโลน่า ที่ยิงตีเสมอ 2-2 ที่ คัมป์ นู ช่วยทีมเข้าชิงชนะเลิศก่อนไปชนะ บาเยิร์น มิวนิค คว้าแชมป์สมัยแรกสำเร็จ แต่โดยรวมแล้วแฟนบอลก็ยังมองว่านี่เป็นการเซ็นสัญญาที่ล้มเหลวอยู่ดี

         ตอร์เรส มีช่วงเวลาที่เลวร้ายสุดๆในปี 2011/12 ที่ยิงประตูไม่ได้นานถึง 24 เกมติดต่อกัน ก่อนที่สุดท้ายจะปิดฉากกับทีมด้วยสถิติลงเล่น 172 เกม ยิงได้ 45 ประตู คิดเฉพาะในลีกยิงได้แค่ 20 ลูกจาก 110 เกม ต่างกับสมัยเล่นกับ ลิเวอร์พูล ที่กดไป 65 ลูกจาก 102 เกมในลีก

แอนดี้ แคร์โรลล์

จาก นิวคาสเซิ่ล ไป ลิเวอร์พูล

ย้ายทีม : 31 มกราคม 2011

ค่าตัว 35 ล้านปอนด์


         หนึ่งในการเซ็นสัญญาที่แม้แต่แฟนบอล ลิเวอร์พูล เองก็ยอมรับว่าเป็นการจ่ายเงินที่แพงจนเกินไป

         การเสีย เฟร์นานโด ตอร์เรส ไปให้กับ เชลซี ทำให้ "หงส์แดง" ต้องหากองหน้าสักคนเข้ามาทดแทน สุดท้ายไปลงเอยด้วยการดึง แอนดี้ แคร์โรลล์ มาจาก นิวคาสเซิ่ล ด้วยค่าตัวสุดแพงถึง 35 ล้านปอนด์ แพงที่สุดของนักเตะอังกฤษในตอนนั้น และแพงที่สุดเป็นอันดับ 8 ของโลกด้วย

         แต่ในวัย 21 ปีในตอนนั้น หน่วยก้านดี อย่างน้อยก็มีเวลาพัฒนา แถมอายุใช้งานก็ยังถือว่าเกินกว่า 10 ปีเป็นอย่างน้อย

         ทว่าความคาดหวังของแฟนบอลก็พังทลายไปพร้อมกับฟอร์มการเล่นที่ล้มเหลวของกองหน้ารายนี้ ซึ่งแตกต่างกับการมี เฟร์นานโด ตอร์เรส ประจำการณ์อยู่อย่างสิ้นเชิง

         ระยะเวลา 2 ปีครึ่งถ้าไม่ลงมาสร้างความเหนื่อยใจให้แฟนบอลก็โดนอาการบาดเจ็บเล่นงาน สถิติ 6 ประตูจาก 44 เกมในพรีเมียร์ลีกกับ ลิเวอร์พูล เฉลี่ยประตูละ 6 ล้านปอนด์เลยทีเดียว

         ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือหนึ่งในการซื้อตัวที่ล้มเหลวที่สุดของ ลิเวอร์พูล เลยก็ว่าได้


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด