:::   20:33 - มิลานยันซลาตันตรวจโควิด-19เป็นบวก   :::   16:14 - สิงห์ทางการเซ็นเมนดี้โกลใหม่5ปีพร้อมแข่งสิ้นวีก   :::

'อีกวาอิน'เดิมพันของ'ซาร์รี่'

วันเสาร์ที่ 19 มกราคม 2562 คอลัมน์ Football Therapy โดย บี้ เดอะสปา
1,888
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ปัญหาเรื่องการเสริมทัพของ เชลซี เริ่มก่อตัวหนักขึ้นเมื่อช่วงกลางฤดูกาลที่แล้ว นับตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงบทบาทภายในของสโมสร

ระหว่างช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคมปีที่แล้ว อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือคนก่อน มักระบายความอัดอั้นตันใจผ่านสื่อหลายต่อหลายครั้ง

"ผมไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว ผมเป็นโค้ช และผมพร้อมร่วมงานกับนักเตะชุดนี้ต่อไป"
"ผมเคยพูดเสมอว่าผมแฮปปี้หมดไม่ว่าสโมสรจะซื้อนักเตะเข้ามาเพิ่ม หรือจะให้ผมทำงานกับทีมชุดนี้ต่อไป ผมหวังให้ตลาดซื้อขายปิดลงเร็วๆ เสียที"
"ผมคิดว่าผมไม่เอาไหนเลยเรื่องการแนะนำสโมสรเรื่องเสริมทัพ ผมคิดว่าเรื่องนี้ผมยังต้องปรับปรุงอีกเยอะ ผมต้องเรียนรู้จากโค้ชคนอื่นๆ อีกหลายคนในเรื่องนั้น"
คอนเต้ ประชดประชันสโมสรตัวเอง หลังจากการเสริมทัพวันสุดท้ายที่ไปซื้อ เอแมร์ซอน แบ็กซ้ายจาก โรม่า ค่าตัว 17.5 ล้านปอนด์ และ โอลิวิเย่ร์ ชีรูด์ ศูนย์หน้าจาก อาร์เซน่อล อีก 18 ล้านปอนด์ โดยที่ตนเองไม่ต้องการ
การลาออกของ ไมเคิ่ล เอเมนาโล่ ผู้อำนวยการเทคนิคชาวไนจีเรีย ในช่วงกลางซีซั่น 2017-18 และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารทีม โดยให้ มารีน่า กรานอฟสคาย่า ก้าวขึ้นมารับบทผู้อำนวยการคนใหม่ สร้างความอึดอัดใจในการทำงานให้กับ คอนเต้
จากการเข้ามาดูแลตำแหน่งผู้อำนวยการชั่วคราว มารีน่า ก็เปลี่ยนสถานะเป็นถาวร ค่อยๆ ควบคุมงานหลายๆ ด้าน และยิ่งลดบทบาทเรื่องการเสริมทัพของ คอนเต้ ให้ทำได้แค่การเสนอความเห็นเท่านั้น
หากย้อนกลับไปดูประวัติของ มารีน่า ว่าเป็นใคร? มาจากไหน?
มารีน่า สายเลือดรัสเซียน และถือสัญชาติแคเนเดียนด้วย ร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับ โรมัน อบราโมวิช เจ้าของสโมสรชาวรัสเซียน ตั้งแต่ทำงานที่บริษัทน้ำมันจนถึงตอนนี้รวมเวลายาวนานกว่า 18 ปีแล้ว
หลังจากเทกโอเวอร์ เชลซี เมื่อปี 2003 'เสี่ยหมี' ก็ดึง มารีน่า มาร่วมงานในสายฟุตบอล และกลายเป็นหนึ่งในบอร์ดบริหารของสโมสรในอีก 10 ปีต่อมา เธอเก่งหลายภาษาของยุโรป จึงกลายเป็นคนสนิทและเปรียบเสมือนตัวแทนของ อบราโมวิช ที่กำลังเผชิญหลายปัญหาในระยะหลัง
อย่างไรก็ตาม ภายหลังการไล่ออก คอนเต้ และแต่งตั้ง เมาริซิโอ ซาร์รี่ เข้ามาทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ ดูเหมือน อบราโมวิช และ กรานอฟสคาย่า จะอ่อนข้อลง ยอมเสริมทัพตามแนวทางของเฮดโค้ช
การคว้าตัว จอร์จินโญ่ ค่าตัวมหาศาล 51.3 ล้านปอนด์มาจาก นาโปลี เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว ดูเหมือนจะเป็นเงื่อนไขในการย้ายมาของ ซาร์รี่ แต่อีกมุม ก็ถือเป็นการซื้อใจกุนซือคนใหม่ด้วย
และการเจรจากับ กอนซาโล่ อีกวาอิน ในช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคมนี้ จึงเป็นการตอกย้ำว่า อบราโมวิช เต็มใจที่จะสนับสนุนแนวทางการสร้างทีมของ ซาร์รี่ แตกต่างจากสิ่งที่เกิดขึ้นกับ คอนเต้ ในอดีต
ยิ่งไปกว่านั้น การที่ อีกวาอิน อายุ 31 ปีแล้ว จึงเป็นเรื่องขัดกับนโยบายการเสริมทัพของสโมสร ที่เน้นดาวรุ่งหรือนักเตะที่อายุยังไม่ถึงหลักสาม เพราะหากเซ็นสัญญายืมตัวพ่วงกับเงื่อนไขซื้อขาดด้วยแล้ว ก็เท่ากับว่ากองหน้าอาร์เจนไตน์จะเล่นอยู่ในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ เกินหนึ่งปี
อย่างไรก็ตาม จากการที่ ซาร์รี่ ไม่เลือกใช้งาน โอลิวิเย่ร์ ชีรูด์ กับ อัลบาโร่ โมราต้า และยอมเลือกเล่นระบบ 'ฟอลส์ไนน์' ที่จับ เอแดน อาซาร์ มายืนกองหน้าตัวเป้าประสานแนวรุกร่วมกับ วิลเลียน และ เปโดร โรดริเกซ ทำให้สโมสรยอมอนุมัติให้เซ็นสัญญากับ อีกวาอิน
และเมื่อ อบราโมวิช เปิดไฟเขียวเอาใจ ซาร์รี่ ขนาดนี้แล้ว อีกวาอิน จึงถือเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญของกุนซือชาวอิตาเลียน เพราะหากประสบความสำเร็จแล้ว 'เสี่ยหมี' อาจปล่อยให้ ซาร์รี่ ได้สร้างทีมตามแนวทางของตัวเองแบบเต็มตัวในอนาคต

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด