:::     :::

คุยกับอ.เอี่ยม : รู้เรื่องบอลจีนเพื่อสะท้อนลูกหนังไทย

วันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 คอลัมน์ ONE MAN SHOW โดย แมน โกสินทร์
1,541
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
นับตั้งแต่ที่ไทยบุกไปชนะ จีน ถึงถิ่น 5-1 ในยุคเริ่มต้นของ "โค้ชซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เมื่อปี 2013 คนไทยจำนวนมากคิดว่า จีน คาใจกับความปราชัยในเกมนั้นเป็นเหตุให้ต้องท้าเชิญทีม "ช้างศึก" ในทุกรุ่นอายุไปวัดฝีเท้าให้หายสงสัย แต่นี่ก็ผ่านมาร่วม 6 ปีแล้ว และหลังจากนั้นมา จีน ก็แทบผูกปีชนะไทยมาตลอด เพราะเหตุใดเมื่อมีเกมอุ่นเครื่องหรือทัวร์นาเม้นท์จึงยังมักเลือกไทยเป็นลำดับแรกๆ เสมอมา รวมถึงศึก 4 เส้าที่จีนในช่วงเดือน มี.ค. นี้เช่นกัน วันนี้ผมมีโอกาสได้คุยกับ "อ.เอี่ยม" ศรัณยู ยงพานิช หรือที่หลายคนรู้จักในฐานะเจ้าของเพจ "เล่าเรื่องบอลจีน" เพื่อคลายข้อสงสัยในหลายๆ ประเด็น ที่นอกจากจะได้ความรู้แล้วยังทำให้เห็นมุมมองของวงการฟุตบอลจีนที่มีต่อลูกหนังไทยอีกด้วย

แมน : สวัสดี อ.เอี่ยม พอดีพี่อยากจะถามเกี่ยวกับเรื่องประเด็นบอลจีนกับบอลไทยหน่อยครับ

อ.เอี่ยม : ได้เลยครับพี่แมน

แมน : ให้ อ.เอี่ยม แนะนำตัวก่อนแล้วกันว่าเป็นใครและทำงานอะไรอยู่

อ.เอี่ยม : ชื่อศรัณยู ยงพานิช ครับ ตอนนี้เป็นอาจารย์สอนวิชาการจัดการกีฬา (Sport Management) อยู่ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ครับ

แมน : เรียนจบมาทางด้านนี้เลยหรือเปล่าครับ 

อ.เอี่ยม : ใช่ครับ จบปริญญาโท สาขา Sport Management จาก ม.มหิดล ตอนนี้เป็นอาจารย์พิเศษครับ ที่ไหนจ้างก็ไปสอนได้ ไม่เป็นรับราชการ หรือเป็นอาจารย์ประจำ

แมน : ในการสอนนี่ มีเน้นการจัดการเฉพาะกีฬาอะไรเป็นพิเศษมั้ย 

อ.เอี่ยม : ส่วนใหญ่ก็จะเป็นฟุตบอลนี่แหละครับ เพราะเป็นสิ่งที่เราสนใจอยู่แล้วและสามารถลงลึกได้กว่ากีฬาอื่นๆ เวลาสอนก็จะยกตัวอย่างการจัดการด้านต่างๆ ของทีมฟุตบอลขึ้นมาอธิบายนักศึกษาครับ

แมน : แล้วทำไมถึงได้มีความสนใจในเรื่องฟุตบอลจีนครับ เพราะเป็นคนเชื้อสายจีนด้วยหรือเปล่า

อ.เอี่ยม : มาเริ่มสนใจเมื่อตอนปี 2012 ที่ลีกจีนไปเอา ดิดิเยร์ ดร็อกบา, นิโคลา อเนลก้า มาเล่นนั่นแหละครับ ตอนนั้นผมเกิดความสนใจเพราะอยากรู้แนวทางการจัดการของทางลีกจีน ว่าทำไมเขาถึงได้ดึงนักเตะชื่อดังระดับโลกเข้ามา เขามีวิธีคิดยังไง

แมน : ดร็อกบา นี่เคยมาเล่นลีกจีนด้วยหรอ

อ.เอี่ยม : ดร็อกบามาเล่นให้ ซั่งไห่ เสิ่นหัว ตอนปี 2012 ครับพี่ 


แมน : อ๋อๆ คุ้นๆ แล้ว เออพี่อยากถามเรื่องนี้มานานแล้ว น่าจะยังเป็นความเชื่อของแฟนบอลไทยส่วนใหญ่อยู่ว่า จีนเชิญไทยไปเตะด้วยบ่อยๆ เพราะเขาคาใจตอนที่แพ้ไทยคาบ้าน 1-5 อันนี้จริงมั้ย

อ.เอี่ยม : (หัวเราะ) ไม่จริงเลยพี่ แมตช์นั้นมันมีอะไรหลายๆ อย่าง ที่ทำให้ผลการแข่งขันออกมาเป็นแบบนั้น ผมรู้จักกันกับคนในทีมตอนนั้นอยู่หลายคน เอาเป็นว่าขอไม่พูดดีกว่าพี่ว่าเขามีปัญหาอะไร แต่ทั้งนี้ก็ต้องให้เครดิตนักเตะ และสตาฟฟ์โค้ชทีมชาติไทยด้วย

แมน : ประมาณว่าเล่นไล่โค้ช (โฆเซ่ อันโตนิโอ กามาโช่) เหมือนอย่างที่เคยมีข่าวออกมาหรือเปล่า

อ.เอี่ยม : ก็คงจะอะไรประมาณนั้นครับ (หัวเราะ) จริงๆ นัดนั้นเขาก็มองเป็นแค่เกมแมตช์นึงเท่านั้นครับ เดี๋ยวนี้ที่จีนเขาไม่ค่อยมีใครพูดถึงเกมนั้นกันแล้ว


แมน : แต่หลังจากนั้นจีนก็นัดไทยไปเตะด้วยบ่อยเลยนะ จริงๆ แล้วจีนเขามองฟุตบอลไทยอยู่ในระดับไหนกันแน่  

อ.เอี่ยม : คือในมุมมองของสมาคมฟุตบอลจีน เขาไม่ได้มองว่าไทยเป็นทีมรองบ่อน อันเดอร์ด็อกอะไรแบบนั้นนะครับ เขาก็มองว่าในอาเซียน ไทยเป็นทีมที่มีพัฒนาการรวดเร็วที่สุด ทั้งที่ไม่ใช่ประเทศใหญ่หรือมีงบประมาณมากมาย เขาก็ศึกษาจากเราเหมือนกันครับ อีกอย่างเขาอยู่ในเอเชีย เวลาแข่งรอบคัดเลือกบอลโลกหรือเอเชียนคัพ เขาก็ต้องเจอทีมจากอาเซียนอยู่แล้ว 

แมน : แล้วทำไมเขาไม่เลือกเวียดนามล่ะครับ เพราะตอนนี้ผลงานของทีมชาติเวียดนามน่าจะโดดเด่นที่สุดในอาเซียน

อ.เอี่ยม : เอ่อ เวียดนามกับจีน จริงๆ แล้วเขาก็ไม่ได้รักใคร่อะไรกันมากมายนะพี่ (หัวเราะ) อีกอย่างสมาคมของเขากับเราค่อนข้างมีความสัมพันธ์ที่ดีด้วย ไม่ใช่แค่ระดับสมาคมฟุตบอลหรอกครับ ในระดับภาครัฐก็ค่อนข้างดี คล้ายๆ ว่าเวลาคุยอะไรกันก็คุยง่ายด้วยครับ

แมน : อ๋อเข้าใจล่ะๆ เออพี่เห็นว่ามีข่าวของจีน เขาเขียนว่าที่จีนเชิญไทยไปเตะ 4 เส้าเดือนมี.ค. นี้ เพื่อการันตีว่าจะมีหนึ่งเกมที่จีนชนะการันตี 3 แต้มแน่นอน พอคนไทยมาอ่านก็รู้สึกเหมือนกับว่าโดนดูถูก 

อ.เอี่ยม : เรื่องนี้ผมอยากจะบอกอยู่เลยครับว่า จีนเขามีสื่อหลายสำนักมากๆ สื่อที่มีข่าวนี้ออกมาคือ ถี่ถาน (Titan Sport Plus) ซึ่งสำนักข่าวนี้เขามักจะคอยจิกกัดสมาคมฟุตบอลจีนอยู่แล้ว คือต้องเข้าใจก่อนว่า นายกสมาคมฟุตบอลของจีน ไม่ได้เป็นคนที่มาจากสายฟุตบอล แต่กรมกีฬาแห่งชาติของจีนแต่งตั้งเข้ามา บางสื่อที่นั่นเขาก็จะคอยเหน็บในความที่ไม่ได้เป็นคนฟุตบอลในทุกๆ ประเด็นล่ะครับ 


แมน : ประมาณว่าสื่อของทางจีนเขาก็มีแบ่งขั้วอยู่เหมือนกัน

อ.เอี่ยม : ไม่เชิงแบ่งขั้วหรอกครับ คือถ้าเป็นสื่อสำนักใหญ่ๆ ที่เป็นนักข่าวอาวุโสเขาก็จะเป็นรูปแบบนึง ถ้าเป็นนักข่าวรุ่นใหม่ๆ ก็อาจจะแบบนึง อย่างข่าวที่ ถี่ถาน เขียนออกมา จริงๆ ในเนื้อข่าวไม่มีท่อนนี้เลยนะครับ มันเป็นแค่คอมเม้นต์นึงที่คอลัมนิสต์ของสำนักนี้เขาทวีตความเห็นส่วนตัวของเขาเท่านั้นเอง 

แมน : พี่จำได้ว่า นายกสมาคมบอลจีนคนเก่าคือ ไช่ เจิ้นหัว อดีตแชมป์โลกปิงปอง นี่ก็ไม่ใช่คนฟุตบอล (เคยเป็นนายกสมาคมเทเบิลเทนนิส, แบดมินตัน ของจีนด้วย)


อ.เอี่ยม : ครับ ไช่ เจิ้นหัว เขาเป็นคนที่เติบโตมาจากกรมกีฬาแห่งชาติของจีน นี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งแหละครับ ที่สื่อบางสำนักก็เลยมักจะเอาเรื่องต่างๆ มาเหน็บๆ สมาคม แต่สมาคมชุดปัจจุบันก็ถูกแต่งตั้งเข้ามาหลังจากมีการสังคายนาล้างบางสมาคมเรื่องฉาวที่ตอนนั้นมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงถูกจับดำเนินคดีเยอะเลยครับ

แมน : ตอนเอเชียนคัพ มีประเด็นเรื่องสื่อจีนออกข่าวลวงว่า อู๋ เหล่ย กองหน้าตัวเก่งเขาบาดเจ็บหนักถึงขั้นกระดูกไหปลาร้าหัก 

อ.เอี่ยม : เป็นสื่อท้องถิ่นเล็กๆ เลยครับ ลงข่าวและรูปที่ออกมาตั้งแต่ก่อนเกมเจอฟิลิปปินส์ในรอบแบ่งกลุ่มแล้ว ผมเห็นมีแต่สื่อทางไทยนี่แหละครับ ที่เอามาเล่นกันเองตอนจะเจอกับไทย ผมเคยถามเพื่อนที่เป็นสตาฟฟ์โค้ชอยู่ในทีมชุดนี้ เขายังงงเลยว่าข่าวออกไปแบบนั้นได้ยังไง ถ้าตามบอลจีนจะรู้ว่าถ้าเอาความจริงต้องอ่านแหล่งข่าวที่ทีมจีนออก และที่สำคัญต้องถามจากคนที่เกี่ยวข้องจะชัวร์สุดครับ

แมน : เห็นว่าผลที่จีน ชนะ ไทย 2-1 แฟนบอลจีนบางส่วนก็ไม่พอใจเท่าไหร่

อ.เอี่ยม : ก็คงเป็นแค่บางส่วนครับ เพราะอย่างที่บอกว่าเขาไม่ได้ประมาทเราเลยนะ เขาวิเคราะห์เราอย่างละเอียดเลยแหละครับ มีนักวิเคราะห์เกมมาศึกษาเรา เขารู้หมดแหละครับว่านักเตะไทยแต่ละคนเล่นยังไง และเขาก็ไม่ได้มองว่าเราเป็นงานง่ายด้วย ประมาณว่าถ้าประมาทก็มีสิทธิ์น้ำตาตกได้เหมือนกัน เป้าหมายของจีนคือเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย และรายการนี้ก็ถือว่าเขาทำได้ตามเป้าหมายครับ

แมน : แต่พอเข้าไปเจออิหร่าน ก็แพ้เละเทะเลยนะ (0-3)

อ.เอี่ยม : ตอนนั้นไม่ไหวแล้วครับ นักเตะหลายๆ คนฝืนเกินขีดจำกัดของตัวเองแล้ว มีหลายคนบาดเจ็บมาตั้งแต่เกมแรกๆ บางคนต้องฉีดยาเพื่อลงเล่นเลยนะพี่ แล้วส่วนใหญ่ชุดนี้ก็เป็นนักเตะรุ่นเก่า รุ่นใหม่ๆ มีแค่พวก เหว่ย ซื่อเห่า, หลิว หยาง 

แมน : ว่าจะถามอยู่ เพราะเห็นจีนเขาลงทุนหลายหมื่นล้านบาทสร้างศูนย์พัฒนาฟุตบอลแห่งชาติขึ้นมา (Evergrande Football School) แล้วจะได้เห็นผลลัพธ์เหมือนอย่างที่กาตาร์ ลงทุนกับ แอสไพร์ อคาเดมี่ มั้ย


อ.เอี่ยม : ตอนนี้จีนเขาเพิ่งเริ่มต้นโปรเจ็กได้ไม่นานครับ คงต้องหวังจากเด็กๆ ในศูนย์ฝึกพวกรุ่น 8 ขวบ 10 ขวบ อีกสัก 10 ปีข้างหน้าถึงน่าจะพอเห็นผลลัพธ์ครับ อีกอย่างที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่า จีนมีทรัพยากรผู้เล่นให้เลือกเยอะเป็นล้านคน นั่นก็ไม่จริงนะพี่ คนที่เล่นฟุตบอลในระดับนักกีฬาเขาไม่ได้เยอะไปกว่าประเทศไทยเลย

แมน : จีนมีประชากรเป็นพันล้าน ตัวเลือกเขาก็น่าจะเยอะนะ อย่างหลายๆ ชนิดกีฬาเขาก็ประสบความสำเร็จในระดับโลกทั้งนั้น 

อ.เอี่ยม : ก็จะมีฟุตบอลเนี่ยล่ะครับ ที่เขากำลังพยายามพัฒนาไปสู่ระดับชั้นนำของโลกให้ได้ ด้วยความที่จีนปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์ เขามีงบประมาณในการพัฒนานักกีฬา ครอบครัวของนักกีฬาไม่ต้องออกค่าอะไรเลย แต่ส่วนใหญ่กีฬาที่จีนประสบความสำเร็จมักจะเป็นประเภทเดี่ยวมากกว่าทีม เพราะด้วยระบบที่เขาต้องการสร้างฮีโร่ ทุกคนก็อยากเป็นฮีโร่ทั้งนั้น อย่างฟุตบอลถ้าจะให้คนเดียวเป็นฮีโร่ก็คงไม่ใช่ มันต้องไปด้วยกันทั้งทีมใช่มั้ยครับ 

แมน : เห็นพวกนักปิงปอง หรือยิมนาสติก จีนเขาคัดเด็กไปเข้าระบบตั้งแต่เล็กๆ เลย

อ.เอี่ยม : ใช่ครับ เขาไม่ได้ดูว่าใครชอบเล่นกีฬาอะไรนะพี่ แต่เขาดูที่รูปร่าง และดูว่าใครมีแวว แต่ก่อนเด็กจีนส่วนใหญ่ก็ฝันอยากเป็น นักปิงปอง, แบดมินตัน, บาสเก็ตบอล, วอลเลย์บอล เพราะเห็นว่ารุ่นก่อนๆ ที่เล่นกีฬาเหล่านี้ประสบความสำเร็จร่ำรวย ได้เป็นฮีโร่ของประเทศ ตอนนี้เขาก็หันมาให้ความสนใจฟุตบอลมากขึ้นแล้ว

แมน : จีนเขาเหมือนไทยมั้ย ที่หน่วยงานที่ทำด้านกีฬามีหลายๆ องค์กร อย่างเช่น กกท. กรมพละ หรือ กระทรวงศึกษาธิการ แล้วการแข่งขันมันก็จะทับซ้อนกัน จนมีแมตช์แข่งขันเยอะ และเน้นเรื่องผลแพ้ชนะมากเกินไป เขาแยกเรื่องกีฬาเพื่อนันทนาการ กับเพื่อความเป็นเลิศ มั้ย

อ.เอี่ยม : แต่ก่อนเขาก็มีปัญหานี้เหมือนกันครับ การแข่งขันที่จีนเยอะมาก แล้วก็เน้นเอาชนะตั้งแต่เด็กๆ แต่เดี๋ยวนี้เขาวางโครงสร้างในแต่ละรุ่นอายุแล้ว ว่าแต่ละรุ่นควรจะพุ่งเป้าหมายไปที่เรื่องไหน อย่างถ้าเป็นในรุ่นเด็กๆ ก็จะเน้นให้เกิดการพัฒนาให้เด็กมีความสุขสนุกกับการเล่นฟุตบอลก่อนครับ ส่วนเรื่องความเป็นเลิศ นักกีฬาที่เข้ามาในระบบ ก็จะถูกเคี่ยวเข็ญเป็นพิเศษอยู่แล้ว 

แมน : เด็กๆ นักกีฬาเขามีปัญหาเรื่องกับดักทางสังคมเหมือนเด็กไทยมั้ย ที่พอเข้าสู่วัยรุ่นก็อาจจะหลงผิด เหลวไหล จนออกนอกเส้นทางไป

อ.เอี่ยม : มีหมดแหละครับ แต่ของจีนเขาด้วยความเป็นสังคมคอมมิวนิสต์ ทางการของจีนเขาก็ควบคุมนักกีฬาได้ค่อนข้างดี 

แมน : การที่ อู๋ เหล่ย ได้ไปเล่นกับ เอสปันญอล ในลา ลีกา สเปน นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันของจีนมั้ย

อ.เอี่ยม : ก็มีส่วนครับ เพราะเจ้าของทีมเป็นคนจีน (เฉิน เหยียนเซิ่ง) แต่ อู๋ เหล่ย เขาก็เล่นดีอยู่นะพี่ ลงไป 2 นัดแล้ว นัดก่อนก็เรียกจุดโทษให้ทีมได้ด้วย คือสมัยก่อนนักฟุตบอลของจีนที่ออกไปเล่นในยุโรปเขาไปด้วยตัวเอง มีบ้างที่ถูกผลักดันให้ไป แต่เดี๋ยวนี้มันก็ขาดช่วงไป จีนเขาก็ต้องการสร้างนักเตะให้ออกไปเล่นที่ยุโรปมากขึ้นด้วยครับ


แมน : ยุคก่อนๆ ที่จำได้ก็มีพวก หยาง เฉิน, ฟาน จื้อ อี้, ซุน จีไห่, เหา จุ้นหมิ่น อะไรพวกนี้นะ

อ.เอี่ยม : ยังมี หลี่ เถีย, เจิ้ง จื่อ ด้วยครับ เจิ้ง จื่อ นี่ก็ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควรเลยนะครับ (ชาร์ลตัน แอธเลติก, กลาสโกว เซลติก) นี่ก็เพิ่งประกาศเลิกเล่นทีมชาติจีนไปเอง

แมน : แมตช์ 4 เส้าที่จีนเชิญไทยไปเตะกับ อุรุกวัย และ อุซเบกิสถาน นี่พอทราบที่มาที่ไปของการเชิญแต่ละทีมมั้ยครับ

อ.เอี่ยม : อุซเบกิสถาน กับไทย นี่จีนเขาเชิญมาก็เพราะเดี๋ยวจีนต้องเตะฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกครับ ยังไงต้องเจอทีมในเอเชียอยู่แล้ว อุรุกวัยก็เป็นแชมป์เก่าเมื่อปีที่แล้ว 

แมน : ผมนึกว่าเชิญอุซเบกิสถาน เพราะ โคลอมเบีย ถอนตัว

อ.เอี่ยม : จริงๆ ผมไม่เคยเห็นข้อมูลจากจีนว่าได้ิติดต่อ โคลอมเบีย ไปเลยนะครับ เพราะ โคลอมเบีย มีโปรแกรมเจอญี่ปุ่นอยู่แล้วในช่วงนั้น ยังงงๆ อยู่ว่า โคลอมเบีย มาจากไหน

แมน : อ่าวหรอครับ เห็นว่าข่าวมาจากทางจีนเลยนะ

อ.เอี่ยม : ข่าวก็คือข่าวครับพี่ ผมเห็นที่แรกจากไทยนะ 

แมน : พี่เคยคุยกับ คุณโจ (พาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมฟุตบอล) แกเคยบอกว่าสื่อไทยยังไม่ควรลงข่าวทีมที่เข้าร่วมรายการของจีน เพราะเป็นการเสียมารยาทต่อเจ้าภาพในตอนที่เขายังไม่ประกาศเอง เพราะสมมติทีมที่จะมาเข้าร่วมคิงส์คัพของไทย ไปลงข่าวก่อนว่าจะมา ทางฝ่ายจัดอย่าง แพลนบี หรือ ไทยรัฐทีวี ก็คงไม่โอเคเหมือนกัน

อ.เอี่ยม : ถูกของพี่โจครับ ผมเองก็รอให้จีนเสนอข่าวก่อนเหมือนกัน เลยเอามาลงในเพจครับ 

แมน : อ.เอี่ยม พูดได้ทั้งภาษาไทย,จีน ,อังกฤษ น่าจะทำธุรกิจอื่นได้อีกนะ สนใจทำงานด้านเอเจนต์ฟุตบอล พานักเตะจีนมาเล่นในไทยลีกบ้างมั้ย หรือคิดว่าจะเอาความรู้ที่มีเกี่ยวกับเรื่องการจัดการกีฬา โดยเฉพาะเกี่ยวกับฟุตบอลจีนมาทำงานกับวงการฟุตบอลไทยบ้างมั้ย

อ.เอี่ยม : ก็สนใจอยู่เหมือนกันนะครับ เดี๋ยวต้องรอดูความเป็นไปได้ในอนาคต ตอนนี้ผมก็ทำงานด้านโปรดักชั่นอยู่ครับ เอาภาพยนต์ของจีนเข้ามาขายในเมืองไทยด้วย 

แมน : โอเคขอบคุณมากครับ อ.เอี่ยม ไว้โอกาสหน้าคุยกันใหม่นะ 

อ.เอี่ยม : ขอบคุณครับพี่แมน 


ถ้าชอบก็กดไลค์ ถ้าใช่ก็กดแชร์ กันด้วยนะครับ (แมน โกสินทร์ อัตตโนรักษ์)


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})