:::   17:13 - ไก่สบายตัวเข้ารอบ4'บาวคัพไม่เสียเหงื่อ   :::

คุยกับ ธฤติ โนนศรีชัย : เอเจนต์ไฟแรงแห่งวงการลูกหนัง

วันศุกร์ที่ 01 มีนาคม 2562 คอลัมน์ ONE MAN SHOW โดย แมน โกสินทร์
6,697
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
"ดอย" ธฤติ โนนศรีชัย อดีตกองหลังระดับชั้นนำของวงการลูกหนังไทยที่ผ่านการค้าแข้งกับสโมสรดังมาแล้วมากมาย ปัจจุบันเบนเข็มมาทำงานสายเอเจนต์ภายใต้บริษัท FPS Management & Consulting PTE.LTD.และอยู่เบื้องหลังบิ๊กดีลในเมืองไทยมาแล้วทั้งแข้งไทยและต่างชาติ หนึ่งในนั้นคือการชักนำ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ไปค้าแข้งในเจลีกกับสโมสร โออิตะ ตรินิตะ วันนี้ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับ "ดอย" และได้ทราบข้อมูลว่ามีนักเตะอีกหลายคนที่ทางญี่ปุ่นให้ความสนใจ แม้กระทั่งสโมสรยักษ์ฺใหญ่ในยุโรป มาติดตามบทสนทนาสุดเอ็กซ์คลูซีฟเกี่ยวกับโลกใบใหม่ที่กำลังสดใสของผู้ชายคนนี้กันครับ

แมน : สวัสดีครับดอย พอดีวันก่อนพี่คุยกับ โค้ชโชค (โชคทวี พรหมรัตน์) แกเล่าให้ฟังว่าได้คุยกับดอย และดอยบอกว่าทีมในเจลีก จับตามองนักเตะไทยอยู่หลายคนเลยใช่มั้ยครับ

ดอย : จริงครับ ตอนนี้เขาก็ดูอยู่หลายคนนะ  

แมน : ในรายการไชน่า คัพ น่าจะมีแมวมองที่ญี่ปุ่นมาดูนักเตะทีมชาติไทยด้วยหรือเปล่า

ดอย : อันนี้ผมไม่แน่ใจแฮะ แต่เขาก็ตามดูอยู่เรื่อยๆ แหละครับ

แมน : พี่เคยอ่านบทความนึง เห็นว่าว่า ดอย เป็นคนพา นิว ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ไปเล่นกับ โออิตะ ตรินิตะ จริงๆ แล้วทางสโมสรเขาติดต่อมาหรือเราไปเสนอนิวให้เขาครับ

นิว ฐิติพันธ์ ในทีมโออิตะ ตรินิตะ

ดอย : ผมเป็นคนเสนอนิวไปให้ทาง โออิตะ ครับ จริงๆ ผมเสนอไปหลายทีม และก็มีหลายทีมเลยที่แสดงความสนใจ แต่ด้วยความที่ โออิตะ เขาจริงจังมากที่สุดเป็นทีมแรกๆ 

แมน : นอกจาก โออิตะ แล้วพอจะเปิดเผยได้มั้ยครับว่าทีมอื่นมีทีมไหนบ้าง

ดอย : มีเสนอไปให้ กัมบะ โอซาก้า ด้วยครับ ซึ่งเขาก็สนใจเหมือนกัน แต่ผมได้คุยกับน้องว่าทีมนี้น่าจะเหมาะเพราะไม่ใช่ทีมใหญ่มาก โอกาสในการลงเล่นของน้องน่าจะมีมากกว่าไปอยู่ทีมยักษ์ใหญ่ ถ้าไปแล้วโอกาสลงเล่นน้อยก็คงไม่ดีกับตัวน้องครับ 

แมน : มีช่วงนึงที่มีข่าวว่า เซเรโซ่ โอซาก้า ที่เป็นพันธมิตรกับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ก็แสดงความสนใจเหมือนกัน ได้คุยกับ เซเรโซ่ ด้วยหรือเปล่าครับ

ดอย : ใช่ครับ แต่อย่างที่บอกว่า โออิตะ ดูแล้วเขาจริงจังกับนักเตะเรามากที่สุด และน่าจะเป็นทีมที่เหมาะกับนิวในการไปเริ่มต้นที่ญี่ปุ่น 

แมน : ดอยทำงานเป็นเอเจนต์นักฟุตบอลมากี่ปีแล้วครับ อยู่กับบริษัทไหน แล้วเข้ามาดูแล นิว ฐิติพันธ์ ได้ยังไง

ดอย : ตอนนี้ 2 ปีแล้วครับ อยู่บริษัท FPS (FPS Management & Consulting PTE.LTD.) นอกจากนิวแล้วก็มีอีกหลายคนครับ ผมเคยคุยกับน้องๆ ตั้งแต่ที่ผมใกล้แขวนสตั๊ดแล้วครับว่าจะมาทำงานสายนี้ แล้ววิธีการทำงานของเราก็เหมือนช่วยเหลือกันมากกว่า เรื่องผลประโยชน์อะไรต่างๆ ผมจะมองเป็นเรื่องรอง 

แมน : นอกจาก นิว ที่ได้ไปญี่ปุ่นแล้ว มีนักเตะไทยคนไหนในความดูแลของดอยที่มีทีมจากญี่ปุ่นสนใจบ้าง พอจะเปิดเผยได้มั้ย แล้วจริงมั้ยที่ทีมญี่ปุ่นเขาอยากได้นักเตะไทยที่เป็นตัวรุกหรือริมเส้นมากกว่ากองหลัง

ดอย : มีสนใจอยู่หลายคนครับ ไม่จำเป็นต้องตัวรุกหรอก กองหลังเซนเตอร์ฮาล์ฟ (ผู้เขียนขอไม่เปิดเผยชื่อ ใบ้ให้ว่าเป็นนักเตะทีมชาติชุดปัจจุบันที่อายุยังไม่ถึง 30 ปี) ก็มีทีมสนใจ คุยกันเสร็จเรียบร้อยไปแล้วด้วยครับ สโมสรในเจลีกเขาจะเอาแน่ แต่ต้นสังกัดเขาไม่ปล่อยเพราะเป็นตัวหลักของทีม คนอื่นก็มีทั้งกองกลาง (อดีตกัปตันทีมสโมสรยักษ์ใหญ่ย่านปริมณฑล) และตัวที่ออกไปทางริมเส้น (ชุดเอเชียนเกมส์ครั้งล่าสุด) ก็มีครับ 

แมน : กองกลางทีมชาติไทย (ที่ย้อมสีผม) ที่เคยมีข่าวว่าทีมญี่ปุ่นสนใจ ที่ทาง โค้ชเฮง (วิทยา เลาหกุล) เคยบอกสื่อ เป็นเรื่องจริงมั้ยครับ

ดอย : จริงครับ ก็เหมือนในเคสของคนอื่นๆ น่ะแหละคือทางสโมสรต้นสังกัดมองว่าเป็นตัวหลักของเขาก็เลยไม่ปล่อย

แมน : ตัวนักเตะเหล่านี้เองเขาอยากไปมั้ยครับ

ดอย : ผมว่านักเตะไทยทุกคนอยากไปทั้งนั้นแหละครับ มันเป็นโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตที่จะได้ไปเล่นในลีกที่แข็งแกร่งอย่างเจลีก 

แมน : เคยได้ยินว่านักเตะบางคนเคยได้รับข้อเสนอจากทีมในเจลีกแล้ว แต่ไม่ไปเพราะได้ค่าจ้างพอๆ กับในเมืองไทย ซึ่งญี่ปุ่นค่าครองชีพสูงกว่าก็อาจจะใช้ชีวิตไม่สะดวกสบายเหมือนเดิม

ดอย : ผมว่าเรื่องนี้ไม่จริงหรอกครับ เพราะไปอยู่ญี่ปุ่น บ้านก็ไม่ต้องเช่า รถก็ไม่ต้องซื้อ สโมสรเขาจัดหาให้หมด อาหารการกินถ้าไม่ออกไปกินตามร้านข้างนอกทุกวันมันก็ไม่ได้หนักหนาขนาดนั้น อย่างนิวเองเขาก็ทานอาหารที่คลับเฮาส์ นานๆ ทีถึงจะออกไปทานกับเพื่อนข้างนอก คือถ้าบริหารดีๆ ก็ไม่ค่อยต่างกับอยู่ที่เมืองไทยเท่าไหร่ครับ

แมน : ได้คุยกับนิวอยู่ตลอดมั้ยครับ การไปใช้่ชีวิตในทีมโออิตะ เป็นยังไงบ้าง เห็นเคยให้สัมภาษณ์ว่าซ้อมหนักกว่าที่เมืองไทยมาก 

ดอย : ก็คุยกันอยู่เรื่อยๆ ครับ โออิตะอยู่ในเมือง (เกาะคิวชิว) ที่ไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยว หรือเมืองเศรษฐกิจ ออกจะเป็นแนวธรรมชาติมากกว่า อาหารญี่ปุ่นก็เป็นอะไรที่คนไทยน่าจะชอบอยู่แล้ว บางทีอาจจะมีคิดถึงอาหารไทยบ้างที่นั่นก็พอมีร้านอาหารไทย การซ้อมหนักผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องซ้อมหนักนะครับ แต่เป็นเพราะความเร็วของฟุตบอลที่นั่นมากกว่า เพราะการเพรสซิ่ง การเข้ามาร์คตัว และสปีดบอลของญี่ปุ่นเร็วกว่าฟุตบอลที่เมืองไทยมาก จึงทำให้เหนื่อยง่ายกว่าครับ 

แมน : เรื่องภาษาเป็นยังไงบ้างครับ เห็นว่าได้คุณนัตโตะ ที่เป็นเจ้าของเพจญี่ปุ่น (J-doradic ดิคออนไลน์ไทย-ญี่ปุ่น) ไปเป็นล่ามให้ น่าจะช่วยได้เยอะเลย ในทีมเห็นว่ามีนักเตะต่างชาติแค่ 2 คนคือนิว กับ ประตูสำรองที่เป็นคนเกาหลีใต้ จะมีใครใช้ภาษาอังกฤษบ้างมั้ยครับ

ดอย : นัตโตะช่วยได้เยอะเลยครับ ตอนนี้ถ้าจะให้นิวได้ภาษาญี่ปุ่นเลยก็คงเร็วไป เพราะเพิ่งไปอยู่ได้เดือนกว่าเอง นักเตะญี่ปุ่นที่นั่นผมไม่แน่ใจว่าพูดอังกฤษได้หรือเปล่า เพราะคนญี่ปุ่นเขาไม่ค่อยใช้ภาษาอังกฤษเท่าไหร่ 

คุณนัตโตะ ล่ามคู่ใจนั่งอยู่เคียงข้าง ฐิติพันธ์

แมน : ดอยได้แนะนำนิวยังไงบ้างมั้ยครับเรื่องการปรับตัว

ดอย : อ๋อแนะนำอยู่ครับ ว่าให้กล้าคุยกับคนอื่นไปเลย ไม่ต้องไปกลัวพูดผิด ไม่ต้องกลัวเขาว่า ถ้าเราอยากปรับตัวเข้ากับเขาให้ได้ ก็ต้องเป็นฝ่ายเข้าไปหาเขาก่อน

แมน : ผมเห็นคาแร็คเตอร์ของนักเตะไทยที่ได้ไปเล่นญี่ปุ่นแต่ละคนแตกต่างกันหมดเลย ไม่ว่าจะ เจ ชนาธิป, มุ้ย ธีรศิลป์, อุ้ม ธีราทร รวมทั้ง นิว คิดว่าคาแร็คเตอร์มันเกี่ยวมั้ยแล้วแบบไหนที่ดอยคิดว่าเหมาะสำหรับการไปเล่นในลีกต่างประเทศครับ

ดอย : ผมว่ามันเกี่ยวมากเลยนะครับ เจน่าจะปรับตัวง่ายที่สุดแล้วเพราะเป็นคนเฟรนด์ลี่ย์เข้ากับใครก็ได้ จริงๆ นิวก็เป็นคนเฮฮาสนุกสนานนะครับถ้าเริ่มสนิทกัน แต่ถ้าคนเพิ่งรู้จักกันใหม่ๆ เขาอาจจะดูเงียบๆ 

แมน : ได้ไปเยี่ยมนิวที่ญี่ปุ่นบ้างมั้ยครับ เอ๊ะตอนนี้นิวได้ที่พักหรือยัง เมื่ออาทิตย์ก่อนผมคุยกับพี่เด๋อพ่อนิว (ไพโรจน์ พ่วงจันทร์) แกบอกว่ารอให้นิวได้ที่พักก่อนแล้วจะไปหาที่ญี่ปุ่น

ดอย : อ๋อตอนนี้ได้ที่พักแล้วครับ ผมตั้งใจไว้ว่าจะไปหาเขาเดือนละครั้ง เดี๋ยวมี.ค.ซักประมาณวันที่ 20 กว่าๆ ก็ว่าจะไปหาอยู่ครับ

แมน : จริงๆ แล้วเจลีกเขาสนใจเฉพาะนักเตะไทยที่ติดทีมชาติชุดใหญ่หรือเปล่าครับ มีพวกดาวรุ่งอายุน้อยๆ บ้างมั้ย มีที่อื่นนอกเหนือจากเจลีกหรือเปล่า 

ดอย : อืม ก็อยู่ที่สเป็คที่เขาต้องการ แล้วก็ที่เราเสนอไปให้เขามากกว่าครับ จริงๆ ตอนนี้ผมมีโปรเจ็คท์จะเอานักเตะไทยอายุไม่เกิน 20 ปีไปเล่นที่เยอรมันอยู่ด้วย

แมน : บุ๊ค เอกนิษฐ์ฺ ปัญญา มีข่าวว่าทีมในลา ลีกา สเปนสนใจอยู่ ดอยทราบข่าวหรือเกี่ยวข้องอะไรด้วยมั้ยครับ

ดอย : อันนี้ผมไม่ทราบเลยครับ น่าจะคนละสายกัน แต่ผมมองว่าถ้าไปเล่นต่างประเทศโดยเฉพาะที่ยุโรปตั้งแต่อายุน้อยๆ จะเป็นผลดีกับตัวนักเตะมาก ดีกว่าไปตอนอายุเยอะแล้ว เพราะเด็กอายุน้อยๆ จะสามารถปรับตัวได้ง่าย และพัฒนาได้อีกเยอะครับ

แมน : ตอนนี้ในไทยลีกนักเตะต่างชาติคนไหนที่ทางดอยดูแลอยู่บ้างครับ

ดอย : ก็มีอย่างเช่น เปโดร จูเนียร์, ฮาจิเมะ โฮโซไก หรือ โก ซึล-กี ประมาณนี้ครับ 

แมน : นอกจากนักเตะมีพาโค้ชมาเสนอให้ทีมในไทยรึเปล่าครับ

ดอย : มีหมดแหละครับ ถ้าสโมสรสอบถามมาและกำหนดสเป็คมาให้เราก็หาได้หมดครับ ว่ามีงบประมาณเท่าไหร่ ต้องการสเป็คแบบไหน

แมน : แล้วกับทีมชาติไทยล่ะ ตอนนี้ชุดใหญ่ยังไม่มีโค้ชอย่างเป็นทางการ ทางดอยไม่ลองเข้าไปเสนอดูหรอครับ

ดอย : ประธานเทคนิคเราก็เพิ่งเสนอเข้าไปนะครับ ที่เป็นคนเยอรมัน เข้าไปสัมภาษณ์แล้วด้วยแต่ยังไม่ทราบความคืบหน้า ส่วนโค้ชถ้าสมัยก่อนที่จะตั้ง ราเยวัช ทางบริษัทก็เคยเสนอ เจอร์เก้น คลินส์มัน อย่างที่เคยมีข่าวในช่วงนั้นครับ

เจอร์เก้น คลินส์มันน์ ครั้งหนึ่งก็เคยถูกเสนอชื่อให้มาคุมทีมชาติไทย

แมน : ระดับนั้นน่าจะจ่ายค่าจ้างไม่ไหวนะครับ เรื่องประธานเทคนิคเคยเห็นข่าวว่าอาจจะเลือกคนเกาหลีใต้มากกว่า เพราะเขาขอสัญญาระยะสั้นแค่ปีเดียว

ดอย : ผมว่ามันเป็นเรื่องตลกมากเลยนะครับ ตำแหน่งประธานเทคนิคไม่ใช่อะไรที่ทำงานปีเดียวแล้วจะทำอะไรได้ ตำแหน่งนี้เขาต้องทำงานระยะยาวครับ ไม่งั้นไม่มีทางเห็นผลลัพธ์อะไรจากการทำงานของเขาได้เลย จ้างปีเดียวไม่เกิดประโยชน์อะไรเลยครับ

แมน : อาจจะเกี่ยวกับวาระของสมาคมด้วยล่้ะมั้งครับ เพราะเดี๋ยวปีหน้าจะมีการเลือกตั้ง ถ้าไม่ได้สมาคมชุดเดิมก็อาจถูกโละออกหมดทุกคนก็ได้ 

ดอย : ก็อาจเป็นไปได้ครับ แต่ยังไงถ้าจะตั้งประธานเทคนิคก็คงต้องให้เขาทำหน้าที่นานหน่อยครับถึงจะได้ประโยชน์

แมน : กลับมาถามเรื่องงานเอเจนต์หน่อยครับ เวลาไปติดต่อกับทีมต่างประเทศอย่างเช่นเจลีกของญี่ปุ่นนี่ยุ่งยากมั้ย เขาตั้งเงื่อนไขอะไรมากกว่าที่เมืองไทยหรือเปล่า

ดอย : เอาจริงๆ คุยกับคนไทยด้วยกันนี่ยากสุดแล้วครับ (หัวเราะ) แต่ถ้าญี่ปุ่นเราต้องไปลงทะเบียนเอเจนต์ที่นั่นก่อนครับ ถึงจะเข้าไปทำงานได้ แต่เรื่องรายละเอียดอื่นๆ ก็ไม่มีอะไรที่ติดขัดเลยครับ

แมน : ในเลกสองนี่น่าจะมีนักเตะไทยได้ไปเล่นที่ญี่ปุ่นเพิ่มอีกมั้ยครับ

ดอย : ถ้าเลกสองก็อาจมีความเป็นไปได้ครับ แต่ถ้าฤดูกาลหน้าผมมั่นใจว่าจะมีเพิ่มอีกแน่ๆ ครับ

แมน : ผมเคยคุยกับเอเจนต์ท่านอื่นๆ ในเมืองไทย เขาบอกว่าทีมในไทยลีกบางทีมมีโควตาให้เอเจนต์แค่บางคนที่เข้าไปคุยได้ จริงมั้ยครับ

ดอย : (หัวเราะ) ขอข้ามเรื่องนี้ไปดีกว่าครับ สำหรับตัวผมเองนะ ผมทำงานได้กับทุกสโมสรแหละครับ ถ้าทีมไหนสอบถามมาผมก็เสนอนักเตะให้หมดแหละ มีเยอะครับที่ยื่นออฟเฟอร์มาให้แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ตอนมาทำเอเจนต์ใหม่ๆ ผมดีใจมากเวลามีสโมสรออฟเฟอร์สัญญาให้นักเตะของผม เสนอไป 5 คน สนใจนักเตะผมคนนึงก็ดีใจไแต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าจะดีใจได้ก็ต่อเมื่อมีการเซ็นสัญญา ตรวจร่างกาย ชูเสื้อ ชูผ้าพันคอ เรียบร้อยแล้่ว ผมมองในแง่บวกมากกว่าครับคือไม่อยากไปคิดว่าใครอะไรเรายังไง แต่เราพร้อมที่จะทำงานกับทุกสโมสร วันนึงอาจจะได้ร่วมงานกันก็ได้ ดังนั้นเลยไม่อยากไปโฟกัสในมุมที่ไม่ดีครับ

แมน : โอเคครับดอย ไว้จะขอรบกวนอีกนะครับ วันนี้ขอบคุณมากเลยครับ

ดอย : ยินดีเลยครับ

ถ้าชอบก็กดไลค์ ถ้าใช่ก็กดแชร์กันด้วยนะครับ (แมน โกสินทร์ อัตตโนรักษ์)


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด