:::     :::

ท็อปโฟร์ของใคร

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
นอกจากการลุ้นแชมป์ระหว่างลิเวอร์พูลกับแมนฯ ซิตี้แล้ว การแย่งชิงพื้นที่ท็อปโฟร์ก็เป็นอีกหนึ่ง ไฮไลต์สำคัญของพรีเมียร์ลีกในช่วงโค้งสุดท้ายฤดูกาลนี้

สเปอร์ส, อาร์เซน่อล, เชลซี และแมนฯ ยูไนเต็ด เป็น 4 ทีมที่ต้องมาลุ้นตั๋วยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 ใบสุดท้าย นอกเหนือไปจากหงส์แดงและเรือใบสีฟ้าที่ไม่น่าพลาด 2 อันดับแรกของตาราง

สถานการณ์ตอนนี้ ทั้ง 4 ทีมมีคะแนนสูสีกันอย่างมาก ห่างกันเพียง 3 คะแนน และช่วงหลังก็สลับสับเปลี่ยนตำแหน่งกันแทบทุกสัปดาห์ชนิดที่เรียกว่าไม่มีใครยอมใครจริงๆ

ไปวิเคราะห์ความน่าจะเป็นของแต่ละทีมกันดูว่ามีโอกาสมากน้อยเพียงใดในการติดท็อปโฟร์ซึ่งมีเพียง 2 ทีมที่สมหวัง และอีก 2 ทีมต้องอกหัก


ตารางคะแนน 6 อันดับแรก

อันดับ 3. สเปอร์ส : 64 คะแนน

สเปอร์ส เคยถูกมองว่ามีลุ้นสอดแทรกแย่งแชมป์กับลิเวอร์พูลและแมนฯ ซิตี้ ทว่าด้วยฟอร์มออกทะเลช่วงหลังทำให้ต้องเบนเป้ามาลุ้นท็อปโฟร์แทน

ก่อนเกมขึ้นบ้านใหม่ที่เอาชนะคริสตัล พาเลซ ไปได้ 2-0 ในนัดล่าสุด ไก่เดือยทองเก็บได้เพียงคะแนนเดียวจาก 5 นัด แต้มหล่นเป็นว่าเล่น

ใน 3 ฤดูกาลหลังสุด ลูกทีมของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ จบท็อปโฟร์ได้ตลอด ไล่ตั้งแต่อันดับ 3 ในฤดูกาล 2015/16, อันดับ 2 ในฤดูกาล 2016/17 และอันดับ 3 ในฤดูกาล 2017/18

คะแนนที่ทำได้ใน 3 ฤดูกาลหลังคือ 70, 86, 77 คะแนนตามลำดับ ส่วนฤดูกาลนี้เก็บไปแล้ว 64 คะแนน 


โปรแกรม 6 นัดสุดท้าย

สเปอร์ส พบ ฮัดเดอร์สฟิลด์ (13 เม.ย)

แมนฯ ซิตี้ พบ สเปอร์ส (20 เม.ย)

สเปอร์ส พบ ไบรท์ตัน (23 เม.ย) 

สเปอร์ส พบ เวสต์แฮม (27 เม.ย) 

บอร์นมัธ พบ สเปอร์ส (4 พ.ค.) 

สเปอร์ส พบ เอฟเวอร์ตัน (12 พ.ค.) 

งานยากสุดของสเปอร์สใน 6 นัดสุดท้ายคือการไปเยือนแมนฯ ซิตี้ ซึ่งเป็นการเยือนเรือใบต่อเนื่อง 2 นัดติดเพราะก่อนหน้านั้น 3 วันก็ต้องวัดกันในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดสอง 

สเปอร์สต้องฟัดกับแมนฯ ซิตี้ ในถ้วยยุโรปนัดแรกที่บ้านใหม่ของตัวเองก่อน จากนั้นจึงเป็นเกมลีกกับฮัดเดอร์สฟิลด์ ที่ตกชั้นไปแล้ว 

ช่วงชี้เป็นชี้ตายก็คือ 4 นัดต่อไปซึ่งต้องเจอเรือใบถึง 3 นัด หากผ่านไปได้โดยที่ไม่เมาหมัดมากนัก อีก 4 นัดสุดท้ายที่ต้องเจอ ไบรท์ตัน, เวต์แฮม, บอร์นมัธ และเอฟเวอร์ตัน ก็ไม่น่าเหลือบ่ากว่าแรง

ฟันธงโอกาสติดท็อปโฟร์ : 55 เปอร์เซ็นต์ 


อันดับ 4. อาร์เซน่อล : 63 คะแนน 

อาร์เซน่อลพลาดท็อปโฟร์มา 2 ฤดูกาลติด แต่ฤดูกาลนี้มีโอกาสที่ดีในการลุ้นกลับไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้ง

อูไน เอเมรี่ พาทีมเก็บไปได้ 22 คะแนนจาก 27 คะแนนเต็มใน 9 นัดหลังสุด ถือเป็นผลงานที่น่าพอใจ และยังทำสถิติชนะในบ้าน 10 นัดติดต่อกัน มากสุดเทียบเท่าฤดูกาล 1997/98 ที่ได้ดับเบิ้ลแชมป์

ชัยชนะนัดล่าสุดเหนือนิวคาสเซิ่ล 2-0 ทำให้ปืนใหญ่เก็บไปแล้ว 63 คะแนน เท่ากับฤดูกาลก่อนทั้งฤดูกาล แถมเหลือโปรแกรมลงเล่นถึง 7 นัด ส่วนในฤดูกาล 2016/17 พวกเขาทำได้ 75 คะแนน และจบในอันดับ 5 


โปรแกรม 7 นัดสุดท้าย

เอฟเวอร์ตัน พบ อาร์เซน่อล (7 เม.ย.)

วัตฟอร์ด พบ อาร์เซน่อล (15 เม.ย.)

อาร์เซน่อล พบ คริสตัล พาเลซ (21 เม.ย.)

วูล์ฟส์ พบ อาร์เซน่อล (24 เม.ย.)

เลสเตอร์ พบ อาร์เซน่อล (29 เม.ย.)

อาร์เซน่อล พบ ไบรท์ตัน (4 พ.ค.)

เบิร์นลี่ย์ พบ อาร์เซน่อล (12 พ.ค.) 

อาร์เซน่อลมีโปรแกรมตกค้าง 1 นัด หากชนะได้ก็จะมีคะแนนมากกว่าอีก 3 ทีมที่เหลือ แต่หากพลาดก็ยังอยู่ในท็อปโฟร์

โปรแกรมที่เหลือจะบอกว่าง่ายก็ง่ายเพราะไม่ได้เจอทีมใน "บิ๊กซิกซ์" แม้แต่ทีมเดียว ทว่าใน 7 นัดนี้ก็ต้องเล่นเป็นทีมเยือนถึง 5 นัด แถมเยือนทีมที่ถือว่าแกร่งพอตัวทั้ง เอฟเวอร์ตัน, วัตฟอร์ด, วูล์ฟแฮมป์ตัน, เลสเตอร์ ซิตี้ และเบิร์นลี่ย์

ช่วงสำคัญที่ต้องเน้นสุดๆ คือเกมเยือนวัตฟอร์ดในคืนวันจันทร์ที่ 15 เมษายนต่อด้วยเยือนนาโปลีในยูโรปา ลีก นัดสอง วันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน การเตรียมตัวระหว่างวันอังคารและพุธทำได้ไม่เต็มที่นักเพราะต้องเดินทาง

ดังนั้นในนัดแรกที่เจอนาโปลีที่บ้านตัวเอง อาร์เซน่อลต้องพยายามชนะให้ได้มากที่สุดเพื่อตุนความได้เปรียบเอาไว้ 

ถ้าอาร์เซน่อลผ่านนาโปลีได้โดยที่ในลีกก็ยังไม่เสียโมเมนตัม โอกาสติดท็อปโฟร์มีสูง แถมยังมีทางเลือกสำรองให้ได้ลุ้นในยูโรปา 

ฟันธงโอกาสติดท็อปโฟร์ : 60 เปอร์เซ็นต์ 


อันดับ 5. เชลซี : 63 คะแนน  

เชลซี อยู่ในสถานการณ์คล้ายอาร์เซน่อลตรงที่ว่าฤดูกาลก่อนก็พลาดท็อปโฟร์ ส่วนในฤดูกาลนี้ก็มีลุ้นคว้าตั๋วไปแชมเปี้ยนส ลีกทั้งทางตรงในลีก และทางอ้อมในฐานะแชมป์ยูโรปา ลีก

ผลงานช่วงที่ผ่านมาของเชลซีไม่ค่อยสม่ำเสมอนัก หากนับเฉพาะ 12 นัดในปี 2019 เมาริซิโอ ซาร์รี่ พาทีมชนะได้ 6 นัด เสมออีก 2 และก็แพ้ไป 4 นัด

เจาะจงไปที่เกมเยือน 6 นัดหลังสุด เชลซี ชนะได้เพียง 2 นัดและเกิดขึ้นในเกมที่เจอทีมท้ายตารางอย่างฟูแล่มและคาร์ดิฟฟ์ อีก 4 นัดแพ้รวดและยิงประตูไม้ได้เลย

ฤดูกาลก่อนเชลซีเก็บได้ 70 คะแนน ฤดูกาลนี้มีโอกาสทำคะแนนแซงหน้าได้เพราะห่างเพียง 7 คะแนน ทว่าจะติดท็อปโฟร์หรือไม่คงต้องลุ้นอย่างหนักเพราะมาตรฐานพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้สูงกว่าเดิมมากทั้งการลุ้นแชมป์และลุ้นพื้นที่แชมเปี้ยนส์ ลีก


โปรแกรม 6 นัดสุดท้าย 

เชลซี พบ เวสต์แฮม (8 เม.ย.)

ลิเวอร์พูล พบ เชลซี (14 เม.ย.)

เชลซี พบ เบิร์นลี่ย์ (22 เม.ย.)

แมนฯ ยูไนเต็ด พบ เชลซี (28 เม.ย.) 

เชลซี พบ วัตฟอร์ด (4 พ.ค.)

เลสเตอร์ พบ เชลซี (12 พ.ค.)

6 นัดสุดท้ายของเชลซีถือว่าหนักเอาเรื่องเพราะต้องเจอทั้งลิเวอร์พูลและแมนฯ ยูไนเต็ด แถมเป็นเกมเยือนทั้งสองนัด 

อีกนัดที่เยือนคือ เลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งก็ไม่ง่ายเช่นกันเพราะนัดแรกที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ลูกน้องของ ซาร์รี่ ก็เคยพลาดท่าพ่ายมาแล้ว

โปรแกรมยูโรปา ลีก นัดแรก เชลซี ต้องไปเยือนสปาร์ต้า ปราก ก่อนในวันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน แถมหลังจากนั้นอีกเพียง 3 วันก็ต้องไปเยือนแอนฟิลด์ของลิเวอร์พูล เป็น 2 นัดที่สำคัญมาก 

แต่นัดที่อาจจะชี้ชะตาการติดท็อปโฟร์จริงๆ ก็คงเป็นการตัดแต้มกันเองกับแมนฯ ยูไนเต็ดที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ผู้แพ้ในนัดนี้มีโอกาสสูงที่จะพลาดตั๋วแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า 

ฟันธงโอกาสติดท็อปโฟร์ : 50 เปอร์เซ็นต์ 


อันดับ 6. แมนฯ ยูไนเต็ด : 61 คะแนน 

แมนฯ ยูไนเต็ดเคยมีช่วงที่เครื่องแรงสุดๆ ชนะ 10 และเสมออีก 2 จาก 12 นัดแรกในลีกที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้ามารับงานต่อจาก โชเซ่ มูรินโญ่ เมื่อปลายปีที่แล้ว

นอกจากนี้ยังได้กำลังใจเต็มเปี่ยมจากเวทียูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่พลิกเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยการบุกล้างแค้นปารีส แซงต์-แชร์กแมง 3-1 ทั้งที่แพ้คาบ้านก่อน 0-2 

อย่างไรก็ตาม ผีแดงกลับสะดุดพ่ายถึง 3 จาก 4 นัดหลังสุด จนทำให้หล่นมาอยู่ที่ 6 ของตารางอีกครั้ง นอกจากนี้ยังไม่สามารถเก็บคลีนชีตได้เลยใน 7 นัดหลัง

ฤดูกาลที่แล้ว ผีแดงจบในตำแหน่งรองแชมป์มี 81 คะแนน นั่นหมายความว่าฤดูกาลนี้จะไม่มีทางเก็บคะแนนเท่าฤดูกาลก่อนแน่นอนเพราะเหลือโปรแกรมอีกเพียง 6 นัด


โปรแกรม 6 นัดสุดท้าย

แมนฯ ยูไนเต็ด พบ เวสต์แฮม (13 เม.ย.)

เอฟเวอร์ตัน พบ แมนฯ ยูไนเต็ด (21 เม.ย)

แมนฯ ยูไนเต็ด พบ แมนฯ ซิตี้ (24 เม.ย.)

แมนฯ ยูไนเต็ด พบ เชลซี (28 เม.ย.) 

ฮัดเดอร์สฟิลด์ พบ แมนฯ ยูไนเต็ด (4 พ.ค.)

แมนฯ ยูไนเต็ด พบ คาร์ดิฟฟ์ (12 พ.ค.)

โปรแกรม 6 นัดของผีแดงค่อนข้างยากทีเดียวโดยเฉพาะ 2 นัดที่ต้องเจอแมนฯ ซิตี้ และเชลซี ในช่วงเวลาห่างกันเพียง 4 วัน

แต่ก่อนจะถึง 2 นัดดังกล่าว โซลชา ต้องนำทีมลงเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายกับบาร์เซโลน่าโดยที่มีเกมลีกกับเวสต์แฮมคั่นกลาง 

ทั้งคะแนนในลีกที่ตามหลังอีก 3 ทีม และศึกนอกกับศึกในที่หินโหดพอๆ กัน แมนฯ ยูไนเต็ดต้องท็อปฟอร์มจริงๆ ถึงจะติดท็อปโฟร์ได้ 

ฟันธงโอกาสติดท็อปโฟร์ : 45 เปอร์เซ็นต์


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด