:::   03:56 - ผลยูโรปาลีกรอบ 8 ทีม นัดสอง : นาโปลี (อิตาลี) แพ้ อาร์เซน่อล (อังกฤษ) 0-1 (รวมผล 2 นัด : อาร์เซน่อล ชนะ 3-0), แฟร้งค์เฟิร์ต (เยอรมัน) ชนะ เบนฟิก้า (โปรตุเกส) 2-0 (รวมผล 2 นัด : เสมอ 4-4, แฟร้งค์เฟิร์ต เข้ารอบด้วยกฎประตูทีมเยือน)   :::   03:51 - ผลยูโรปาลีกรอบ 8 ทีม นัดสอง : เชลซี (อังกฤษ) ชนะ สลาเวีย ปราก (เช็ก) 4-3 (รวมผล 2 นัด : เชลซี ชนะ 5-3), บาเลนเซีย (สเปน) ชนะ บียาร์เรอัล (สเปน) 2-0 (รวมผล 2 นัด : บาเลนเซีย ชนะ 5-1)   :::

กลับร่างเดิม

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
Google
Share
ลิเวอร์พูลคืนนี้ทำให้คิดถึงฟอร์มการเล่นอันเด็ดดวงแบบปีที่แล้วได้อีกครั้ง

          มีแฟนบอลลิเวอร์พูลหลายๆ คนได้บอกไว้ว่า “คำคืนในเวทียุโรปที่แอนฟิลด์จะพิเศษเสมอ” คำกล่าวนี้ไม่ใช่เรื่องเกินจริงแต่อย่างใดเลยนะครับ และยิ่งมาเจอกับทีมที่อาจจะต้องใช้คำที่ว่า “วัวเคยขา ม้าเคยขี่” อย่างปอร์โต้ แบบนี้  ยิ่งกลายเป็นว่าในถ้วยใหญ่สุดของยุโรปอย่างถ้วย UCL นี้ ลิเวอร์พูลมีหนทางที่สดใสแล้วเจิดจ้ากว่าทีมใดเลย เมื่อพวกเขาสามารถเอาชนะปอร์โต้ไปได้อย่างไม่ยากเย็นอะไรในเกมเมื่อคืนที่ผ่านมานี้    

ฟอร์มแกร่งกลับมา

          ในเกมนี้ลิเวอร์พูลนั้นมีปัญหาเล็กๆ จากการขาดหายไปของแอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน จากการโดนแบน 1 นัดเพราะได้รับใบเหลืองครบกำหนด และคล็อปป์ก็เลือกที่จะใช้บริการ เจมส์ มิลเนอร์ มาแทนที่ตรงตำแหน่งนี้ นอกเหนือจากนั้นยังมีนัยยะแอบแฝงอยู่หน่อยๆ เหมือนกัน ตรงที่ไม่มีชื่อของอัลเบร์โต้ โมเรโน่ เลยแม้แต่ในม้านั่งสำรอง ซึ่งนั้นก็มีความหมายว่าอนาคตของเจ้าหมูน้อยโมเรโน่กับทีมลิเวอร์พูลนั้นได้หมดลงไปแล้วอย่างแน่นอน ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ก็ตามที่คาด จะมีเซอร์ไพรซ์นิดๆ ก็ตรงที่ลอฟเรนได้รับโอกาส มายืนคู่กับฟาน ไดค์ก่อนหน้ามาติป และในแผงมิดฟิลด์ที่ใช้ฟาบินโญ่ เป็นตัวรับและส่งเฮนโด้มาเล่นเป็น Box to Box มิดฟิลด์คู่กับนาบี เกอิต้าที่นัดที่แล้วโชว์ฟอร์มได้เข้าตาจนได้รับโอกาสอีกครั้งในนัดนี้        

          เปิดเกมมายังไม่ทันไร ลิเวอร์พูลก็ออกนำไปได้อย่างรวดเร็ว จากนาบี เกอิต้าที่ฟอร์มร้อนแรงต่อเนื่องปั่นไซส์ไปแฉลบกองหลังเข้าประตูไปตั้งแต่ต้นเกม โดยจะเห็นได้ว่าเกมนี้ ปอร์โต้นั้นก็ไม่ได้มาเน้นตั้งรับมากมายแต่อย่างใด พวกเขาก็ใช้เกมเพรสซิ่งใส่ลิเวอร์พูลอย่างหนักหน่วงเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่าลิเวอร์พูลในชั่วโมงนี้ดูแข็งแกร่งและลงตัวเหลือเกิน จังหวะ การเล่นและความมั่นใจของพวกเขากำลังอยู่ในกราฟที่กำลังพุ่งทะยานอย่างต่อเนื่อง พวกเขาเพรสซิ่งและต่อบอลกันแม่นยำ ประสานงานกันด้วยความมั่นใจในทุกๆ พื้นที่ในสนาม ซึ่งถ้าจะว่าไป นี่ดูเหมือนจะเป็นลิเวอร์พูลที่เราคุ้นเคยกันในฤดูกาลที่แล้วเลยทีเดียว ขาดแต่จังหวะปิดสกอร์และความมหัศจรรย์ของซาลาห์แค่นั้นเอง แต่การเล่นแบบนี้แหละ คือลิเวอร์พูลปลายฤดูกาลที่แล้ว ที่แฟนๆ เรียกร้องอยากเห็นกันมานาน



เฮนโด้ที่ไม่ใช่อาแปะ   

          ในนัดนี้เฮนเดอร์สันถูกวางให้เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางที่ยืนสูงกว่าตำแหน่งตัวรับแบบที่เราคุ้นเคยกัน ทำให้เขามีอิสระในเกมรุกมากขึ้น ไม่ต้องคอยคุมจังหวะเกมและคอยไล่ตัดบอลและแปะบอลไปใกล้ๆ แบบเดิมที่แฟนๆ บ่นด่ากันอีกแล้ว (ฮา) ซึ่งเฮนโด้ก็โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมเลยทีเดียว ทั้งไล่บีบ ตัดเกม และจ่ายบอลสำคัญๆ หลายๆ ลูก จนหลายๆ คนอาจจะแปลกใจว่า เฮนโด้ทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ (ฮา) และในนัดนี้เขาก็แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วครับ ว่าเฮนโด้นั้นทำได้มากกว่าแปะบอลไปๆ มาๆ แบบที่แฟนบอลดูถูกดูแคลนกันไว้แน่นอน และในประตูที่สอง เฮนโด้ก็มีส่วนสำคัญมากๆ เขาจ่ายบอลทะลุแผงหลังไปให้เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ปาดเข้าไปให้ฟีร์มิโน่เข้าฮอสไปง่ายๆ และก็มีตักให้มาเน่ยิงเข้าไปอย่างสวยงามแต่ดันโดนจับลำหน้าซะก่อน แต่โดยรวมๆ แล้วนัดนี้เฮนโด้ได้พิสูจน์แล้วว่า เขานั้นมีความสามารถจริงๆ ที่เขาเล่นแบบเน้นเซฟ แปะบอลไปมาใกล้ๆ ก็เพราะเพียงแค่เขาเล่นตามที่คล็อปป์มอบหมายให้เขาแค่นั้นเอง คล็อปป์เองยังออกมาให้สัมภาษณ์แบบติดตลกเลยว่า “ผมอาจจะผิดเองก็ได้ที่จับเฮนโด้มาเล่นมิดฟิลด์ตัวรับตั้งปีครึ่ง” ถือว่าเป็นพิสูจน์ตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยมจริงๆ ของกัปตันเฮนเดอร์สันนะครับ 



น่าหวาดเสียว


          ในเกมนี้ต้องบอกว่ากรรมการค่อนข้างตัดสินไปเข้าทางลิเวอร์พูลอยู่พอสมควร ทั้งจังหวะเล็กๆ น้อยๆ ที่ดูเหมือนจะอำนวยให้เจ้าบ้านนิดๆ และกับอีก 2จังหวะสำคัญที่เรียกได้ว่าอาจจะทำให้เปลี่ยนโฉมหน้าของเกมในซีรี่ย์นี้ไปเลย  ก็ตัดสินมาเข้าทางเจ้าบ้านเช่นเดียวกัน คือ จังหวะที่เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ โหม่งบอลมาแฉลบแขนเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ออกหลังไป จริงๆ จังหวะนี้ถ้าเป็นการตัดสินธรรมดา ไม่มีทางโดนจับแฮนด์บอลแน่นอน แต่กับ VAR แบบนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้อยู่แล้ว แต่จังหวะนี้กรรมการก็ให้เป็นแค่เตะมุมธรรมดาไป กับอีกจังหวะนึงคือจังหวะที่ซาลาห์เข้าบอลช้าจนกลายเป็นไปยันใส่กองหลังปอร์โต้ ซึ่งจังหวะนี้ถ้ากรรมการเฮี๊ยบๆ นี่ให้เป็นใบแดงได้เลย แต่สุดท้ายกรรมการก็ปล่อยไป ไม่ได้ว่าอะไร ..... เรียกได้ว่าทุกอย่างเป็นใจให้กับลิเวอร์พูลจริงๆ 


มองข้ามช๊อต
         
          ด้วยความสัตย์จริงและไม่ได้ดูถูกปอร์โต้แต่อย่างใด เพียงแต่รูปเกมในครึ่งหลัง มันทำให้คิดแบบนั้นจริงๆ ลิเวอร์พูลนั้นปิดเกมอย่างหมดจด พวกเขาครองบอลมากกว่า (58% - 42%)  จ่ายบอลมากกว่า (645 ครั้ง - 366 ครั้ง) และดูเหมือนว่าปอร์โต้เกมก็จะกลัวเสียเพิ่มมากกว่าจะเอาประตูคืนไปซะอย่างนั้น ทำให้เกมครึ่งหลังดูเนือยๆ ไปนิดหน่อยเหมือนกัน แต่นั่นก็ส่งผลดีกับลิเวอร์พูลพอสมควร เพราะพวกเขามีเกมหนักที่รออยู่ในสุดสัปดาห์นี้กับการดวลกับเชลซี ในแอนฟิลด์เช่นเดียวกัน และการที่ลิเวอร์พูลกำลังกลับมาเข้าฟอร์มดีๆ แบบนี้ถือว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีมากๆสำหรับลิเวอร์พูลที่ดูเหมือนพวกเขาลงตัวในช่วงเวลาสำคัญของฤดูกาลได้ทันเวลาพอเหมาะพอเจาะเลยทีเดียว


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
Google
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด