:::   03:51 - ผลยูโรปาลีกรอบ 8 ทีม นัดสอง : เชลซี (อังกฤษ) ชนะ สลาเวีย ปราก (เช็ก) 4-3 (รวมผล 2 นัด : เชลซี ชนะ 5-3), บาเลนเซีย (สเปน) ชนะ บียาร์เรอัล (สเปน) 2-0 (รวมผล 2 นัด : บาเลนเซีย ชนะ 5-1)   :::

ยุน จองฮวาน : พบเพียงผ่าน หรือ ผู้กู้ซากกิเลน

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
Google
Share
สปอตไลท์ดวงใหญ่ ฉายไปที่เรื่องราวของ เอสซีจี เมืองทองฯ กับการเปลี่ยนผ่านอีกครั้ง

ภายหลังจากที่สโมสรแต่งตั้ง โค้ชแสตมป์ อภิวัชร์ เอ้ยยย! ยุน จองฮวาน เข้ามานั่งเก้าอี้คนใหม่ในธันเดอร์โดม

แม้จะเคยมีชั่วโมงบินคุมทีมมาสูงในระดับ เจลีก สร้างเกียรติประวัติเสกแชมป์มาให้เห็นกับ เซเรโซ โอซากา พา ทีมระดับกลางกึ่งล่างอย่าง ซางัน โตสุ สร้างเซอร์ไพรส์ แต่นี่คือฉากลูกหนังที่ต่างออกไปจาก แดนอาทิตย์อุทัย

สำหรับ เมืองทองฯ ตัวเลือก จองฮวาน ไม่มีชอยส์อื่นให้เลือก นั่นคือ พา “กิเลน” ตัวนี้กลับสู่รันเวย์ลูกหนังให้เร็วที่สุด

อย่างที่รู้กันเต็มอก เอสซีจี เมืองทองฯ ผ่าน 7 นัดด้วยผลงานเลวร้าย ชนะแค่ 2 แพ้ไป 5 ย่ำแย่บัดซบสุดในการออกสตาร์ท นับตั้งแต่ลืมตาอ้าปากบนไทยลีก

ทำให้การเข้ามาหยิบ “เผือกร้อน” กลางคันถือเป็นงานที่โคตรท้าทาย

มองภาพร่างจากวันแรกที่ใส่สูทเปิดตัว จนถึงปัจจุบันขณะ ดูเหมือนเฮดโค้ชโสมขาวรายนี้ ค่อนข้างพยายามปฏิวัติทีมจากที่เป็นอยู่ให้ไปในทิศทางดีขึ้น

การบอกผ่านเทศกาลสงกรานต์ เพื่อหลบไปปลีกวิเวกอัดสมาธิอย่างเต็มที่ในแคมป์ของ เอสซีจี สระบุรี เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสุด ก่อนเกมไทยลีกสุดสัปดาห์ คือสัญญาณหนึ่งที่บอกว่า เมืองทอง จะถอยหลังลงคลองมากกว่านี้ไม่ได้อีก

ยังไม่นับรวมกฎ-กติกา ขอความร่วมมือเปลี่ยนกิจวัตรที่เคยคุ้นนักเตะใหม่ ไล่ตั้งแต่ รับประทานอาหารเช้าพร้อมกันทั้งหมด ยามอยู่ในแคมป์ หรือ ระหว่างรับประทานอาหารห้ามนำโทรศัพม์มือถือลงมาเล่น

เรียกว่าใคร “ตีป้อม” ตอนกินข้าว อาจโดน จองฮวาน “ตีหัวแตก” แทน

ส่วนหนึ่งคงเพราะโค้ชต้องการให้ผู้เล่น อยู่กับเพื่อนร่วมทีม “หน้าจริง” มากกว่าอยู่กับ “หน้าจอ”


อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญมากกว่าคือสูตรสำเร็จในสนาม

จุดอ่อนที่เห็นชัดของ เอสซีจี เมืองทองฯ 7 นัดผ่านบนเวทีไทยลีกคือ เกมรับที่ค่อนข้าง “เสียง่าย” แดนกลาง ไม่สามารถคุมความได้เปรียบได้หากโดนคู่แข่งเพรสซิ่ง

ในแนวรุกเองหลายคนไม่อยู่ในฟอร์มที่เฟี้ยวตามเดิม ไม่ว่าจะเป็น ธีรศิลป์ แดงดา, อดิศักดิ์ ไกรษร หรือ อ่อง ธู

ขณะที่ เฮแบร์ตี พ่อเลี้ยงผู้รับภารกิจ “เดอะแบก” มาตลอด หากวันไหนโดนตามติดจนดิ้นไม่ออก ทีมก็แทบบอกลาสามคะแนนไปนั้น

ทั้งหมดทั้งมวล ยุน จองฮวาน ต้องตีโจทย์ให้แตก แก้ปัญหาตรงนี้ให้ขาด

เพราะนี่คือสโมสรระดับที่หว่านเมล็ดเงินไปในซีซั่นนี้กว่า 400 ล้าน มีผู้เล่นในระดับที่ยึดหัวตาราง หรือ “ลุ้นแชมป์” ได้

และเขามีเวลาลองผิดถูกเพียงสัปดาห์เศษ

ที่ผ่านมา ยุน จองฮวาน เป็นกุนซือค่อนข้าง “แปลก” เขามีผลงานคุมทีม “โหดนรกแตก” มากในช่วงแรก ไล่ตั้งแต่สมัยพา ซางัน โตสุ ขึ้นสู้เจลีกใหม่ๆ ฤดูกาลแรกเขามาทีมน้องใหม่จบอันดับ 5 ได้อย่างยอดเยี่ยม ทว่าปีถัดมาผลงานค่อยๆต่ำลง จนถูกปลดออก

ปี 2017 ที่มารับงานคุม เซเรโซ โอซากา ก็ทะลึ่งบ้องพา “เฟรชชี่” ที่เพิ่งเลื่อนชั้นกลับสู่เจลีกคว้าอันดับ 3 มาครองได้ พร้อมกวาดโทรฟี่บอลถ้วย เจลีก คัพ และ ถ้วยพระจักรพรรดิ มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ ก่อนซีซั่นถัดมานั้นพาทีมผลงานรูดตามสูตร จนต้องเปิดตูดลาทีม

น่านใจว่าว่าการ “เดบิวต์” ผลงานกับ เอสซีจี เมืองทองฯ จองฮวาน จะสามารถพา กิเลนผยอง ตัวนี้กลับมาผงาด เหมือนที่เคยทำกับ 2 ทีมในเจลีกหรือไม่

จะเป็นผู้กู้ซากกิเลน หรือ เป็นกุนซือ “พบเพียงผ่าน” เหมือนคนที่แล้วมา

บางที…ผลงานกับ การท่าเรือ เอฟซี สัปดาห์นี้ อาจเป็นตัวชี้วัดชั้นดี    


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
Google
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})