:::   17:13 - ไก่สบายตัวเข้ารอบ4'บาวคัพไม่เสียเหงื่อ   :::

ยับเยิน

วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม 2560 คอลัมน์ ศาสดา On The Ball โดย ศาสดาลูกหนัง
1,381
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ความพ่ายแพ้ของลิเวอร์พูลต่อสเปอร์ส 4-1 จุดแข็งของลิเวอร์พูลในฤดูกาลก่อนที่ไม่เคยแพ้ต่อทีมท็อป 6 ได้ถูกทำลายลงไปอย่างราบคาบ

ความพ่ายแพ้ที่เรียกว่าย่อยยับต่อท็อทแน่ม ฮอตสเปอร์ 4-1 ของลิเวอร์พูลเมื่อคืนนี้ น่าจะอีก 1 เหตุการณ์ที่ทำเอาโลกโซเชียลมีเดียปั่นป่วนในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มากกว่าเรื่องยางแตกของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ทะลึ่งไปแพ้ฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์ ทีมน้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ 2-1 ในคืนวันเสาร์อยู่มากโขเลยทีเดียว ถ้าวัดจากปริมาณคอมเม้นท์ของแฟนบอลที่พรั่งพรูกันออกมาตั้งแต่นาทีที่ 4 !!

 

นี่คือ ความพ่ายแพ้ในพรีเมียร์ลีก เกมที่ 2 ของลิเวอร์พูล หลังจากที่เมื่อ 5 สัปดาห์ก่อน ทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์บุกไปโดนแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตบดิ้นแบบน้องเจ้านายลูกพี่เจ เจตริน ต้องร้องเพลงบอลคนละชั้นให้เลย เพราะโดนกระหน่ำมาถึง 5-0 เท่ากับว่าความพ่ายแพ้ของลิเวอร์พูล 2 เกม ในลีกฤดูกาลนี้ เกิดขึ้นในเกมเยือนทั้งสิ้น โดนไปทั้งสิ้น 9 ประตู ยิงได้คืนมาแค่ 1 ประตู เท่านั้น ทั้ง 2 เกมเป็นการพ่ายแพ้ต่อทีมในระดับลุ้นแชมป์ด้วยกันหมด จบตำนานทีมโรบินฮู้ด ของเจอร์เก้น คล็อปป์ที่มักจะเล่นดีเวลาเจอทีมใหญ่ และเล่นแย่เวลาเจอทีมเล็กไว้แต่เพียงเท่านี้

 

นาทีนี้ จะทีมใหญ่ทีมเล็ก ลิเวอร์พูลก็แพ้ได้หมดแล้ว ฮ่าๆๆๆ (หัวเราะทั้งน้ำตา)

 



ด้วยความเคารพต่อสเปอร์ส ชัยชนะนัดนี้ของทีมไก่เดือยทอง ได้มาอย่างหมดจดและสมบูรณ์แบบ ด้วยฟอร์มการเล่นแบบเมื่อคืนนี้ ผมเองยอมรับเลยว่าถึงแม้ลิเวอร์พูลไม่ผิดพลาดเองหากไม่เล่นแบบท็อปฟอร์มจริงๆก็ยากที่จะเอาชนะทีมๆนี้ได้ ยกเครดิตให้กับกุนซือคนหนุ่มอย่างเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ไปเต็มๆที่ปั้นสเปอร์สมาได้น่าดูขนาดนี้ มีกุนซือเก่งๆแบบนี้แอบอิจฉาและเสียวไส้แทนแฟนไก่เดือยทองเสียเหลือเกิน กลัวจะอยู่กับทีมต่อไปไม่ได้นาน โดยเฉพาะ 2 ทีมขาประจำอย่าง เรอัล มาดริด และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ผมมั่นใจว่า หากมีการเปลี่ยนแปลงในรังของพวกเขา ชื่อของโปเช็ตติโน่ จะเป็นเบอร์ต้นๆที่ทั้ง 2 ทีม ต้องการ

 

พูดถึงสเปอร์สแล้ว จะไม่พูดถึงแฮรี่ เคน กองหน้าดาวยิงทีมชาติอังกฤษที่ดีที่สุดนับตั้งแต่หมดยุคอลัน เชียร์เรอร์ ก็คงไม่ได้ “เดอะ เฮอริเคน” ชั่วโมงนี้กำลังมั่นใจและอยู่ในช่วงที่ให้ง้างเท้าไม่ได้เลยครับ มีลุ้นได้เสียตลอด เกมเมื่อคืนเราก็ได้เห็นกันแล้วว่า กองหลังลิเวอร์พูลผิดพลาดแต่ละครั้ง โดนเคนลงโทษส่งบอลไปนอนก้นตาข่ายได้ตลอด เรียกไว้ว่าพลาดกับใครพลาดได้แต่นาทีนี้ ห้ามพลาดกับชายที่ชื่อ แฮรี่ เคน เด็ดขาด มิเช่นนั้นจุดจบจะเป็นแบบลิเวอร์พูลเกมเมื่อคืนนี้ หลังจบเกมเมื่อคืน เท่ากับว่าตลอดปี 2017 แฮรี่ เคน ลงสนามในบอลลีกไป 25 เกม ตะบันตาข่ายคู่แข่งไป 29 ประตู คิดค่าเฉลี่ยเล่นๆคือ 1 ประตูต่อ 78 นาที ก็หวังว่าหลังจากนี้แฮรี่ เคน จะรักษาสถิติอันดีงามนี้ต่อไป โดยเฉพาะกับเกมหน้าที่ต้องออกไปเยือน แมนฯยูไนเต็ด ฮรี่ๆๆ




ไม่เพียงแต่แฮรี่ เคน สเปอร์สยังมีเดเล่ อัลลี่ ทำกำลังดีวันดีคืน ซอง เฮือง มิน ที่กลับมาทวงตำแหน่งตัวจริงได้อีกครั้ง เช่นเดียวกับคริสเตียน เอริคเซ่น ที่ชั่วโมงนี้กำลังเข้าฝัก เห็นแล้วสังหรณ์ใจว่าเกมพบกับแมนฯยูไนเต็ด สัปดาห์หน้าจะต้องบี้กันสนุกแน่นอน


หันกลับมามองที่ลิเวอร์พูลบ้าง ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากตัวเอง 4 ครั้ง กลายเป็น 4 ประตูของสเปอร์ส แบบนี้มันไม่เจ็บใจได้อย่างไร ก่อนเกมทั้งนักเตะและโค้ชวางแผนกันมาเล่นแบบหนึ่ง แต่เริ่มเกมไปได้แค่ 4 นาที ก็ดันไปแจกโชคให้ทีมเจ้าบ้านซะงั้นจากจังหวะเช็คล้ำหน้าพลาด  โจ โกเมซ ดันแถวไม่ทันเพื่อน ลูกนี้แนวรับพลาดจริงๆครับ ไม่รู้จะโทษใครดี ระหว่างโกเมซที่ทะเล่อทะล่าดันช้า ลอฟเรนที่ไม่แม้แต่พยายามป้องกันบอลที่โดนงัดข้ามหัวไป หรือมาตีปที่มัวแต่ยกมือเช็คล้ำหน้า ไม่ยอมวิ่งตามบอล จนเคนได้ไปล่อเป้าเดี่ยวๆแบบนั้น ลูกเดียวยังพอไหว ยังพอเล่นตามแผนเดินได้ แต่พอโดนอีกลูกไปในนาทีที่ 12 งานนี้ผงแผนอะไรที่เตรียมมาพังหมดไม่มีชิ้นดี ความผิดพลาดของลอฟเรนที่กะจังหวะโหม่งผิด บอลหลุดมา แฮรี่ เคน ที่อยู่ตรงนั้นไม่ปล่อยโอกาสทองแบบนี้ให้หลุดลอยไป ลากไปจ่ายถวายพานให้ซอง เฮือง มิน ยินแบบเก๋ๆ โอเคจังหวะนี้ให้เครดิตเคนที่จ่ายบอลสวยก็ได้ แต่บอลมันไม่ควรถึงเคนตั้งแต่แรกอยู่แล้ว หากลอฟเรนไม่โหม่งลูกประถมแบบนั้นวืด !! 




พูดถึงลอฟเรนแล้ว  นี่เป็นครั้งที่ 3 ในฤดูกาลนี้แล้วที่ปราการหลังชาวโครแอตทำผิดพลาดจนทีมต้องเสียประตู (เกมพบฮอฟเฟ่นไฮม์, เซบีย่า และล่าสุดสเปอร์ส) 3 ประตูจาก 12 เกมที่ลงสนาม หรือ ทุกๆ 4 เกม ลอฟเรนจะแจกโชคให้กับกองหน้าทีมคู่แข่ง 1 ประตู

เดยัน ลอฟเรน เป็นกองหลังที่มีความสามารถครบเครื่องคนหนึ่งในลีกอังกฤษ เข้าสกัดดี เล่นลูกกลางอากาศได้ ทางบอลอาจจะไม่ได้เด่นมาก แต่ก็ไม่ได้ด้อย ที่สำคัญและน่าจะเป็นจุดที่คล็อปป์เลือกใช้บริการบ่อยก็คือ เล่นบอลกับเท้าได้ดี คือ ไม่ใช่กองหลังที่เอะอะสาดโด่ง แต่สามารถเซตบอลจากแดนตัวเองได้ นั่นคือ ข้อดีครับ แล้วข้อเสียหล่ะ ผมขอสรุปสั้นๆแค่ประโยคเดียวเลยนะ “ฟอร์มตก” ครับ คือ นักเตะฟอร์มตก ทำอะไรมันก็ไม่ดีไปหมด ขัดหูขัดตาไปหมด นี่แหละคือ นิยามของลอฟเรนในเวลานี้ เป็นคนละคนกับคนที่ยืนคู่กับมามาดู ซาโก้ อย่างสิ้นเชิง !! และนั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมคล็อปป์ถึงต้องเปลี่ยนเอาลอฟเรนออกมาตั้งแต่กลางครึ่งแรก 


ในเมื่อฟอร์มตกแถมยังเล่นไม่ได้ การออกมาพักน่าจะเป็นผลดีต่อทุกฝ่ายมากที่สุด ... แต่จะเป็นการเปลี่ยนออกครั้งสุดท้ายหรือไม่ น่าสนใจครับ


หลังเปลี่ยนลอฟเรนออกฟอร์มลิเวอร์พูลก็กระเตื้องขึ้น และยิ่งมาได้ประตูตีตื้นเร็ว ยิ่งทำให้เกมกลับมาสนุกอีกครั้ง แต่แล้วฝันของทีมเยือนก็ต้องสลายไป เมื่อมาเสียประตูที่ 3 ในช่วงเวลาที่แย่ที่สุด ... ทดเวลาบาดเจ็บ !!  ชานเสียบอลจากจังหวะดึงหลอกกลางสนามในช่วงทดเจ็บจนต้องตามมาทำฟาวล์ ว่าไร้สาระแล้ว การป้องกันลูกตั้งเตะของลิเวอร์พูลนี่เรียกว่าไร้สาระกว่า มาตีปที่วันนี้ไม่ใช่เกมที่ดีของเจ้าตัวเลย หลุดตำแหน่ง เล่นผิดเล่นพลาดมั่วซั่วไปหมด โหม่งบอลแทนที่จะโหม่งออก กลับโหม่งตั้งเข้ามากะให้เพื่อนเล่น บอลดันไปตกหน้ากรอบเขตโทษที่เดเล่ อัลลี่ ยืนอยู่คนเดียว ในวงล้อมผู้เล่นเสื้อแดง 6 คน !!




ผมดูฟุตบอลมาตั้งแต่เด็กๆ สมัยก่อนช่อง 7 จะเป็นอ.ดร.จุฑา ติงศภัทิย์ เป็นผู้บรรยาย แกมักจะพูดเสมอว่า ช่วงเวลาที่ไม่ควรเสียประตูเลย คือ ช่วง 5 นาทีแรก กับ 5 นาทีสุดท้าย !! เกมนี้ลิเวอร์พูลเก็บครบเลย ทั้ง 5 แรก 5 หลัง

ลูก 3-1 ว่าตลกร้ายแล้ว เริ่มครึ่งหลัง 10 นาที สเปอร์สมาได้ลูก 4-1 จากความผิดพลาดของมินโญเล่ต์  ออกมาตัดบอลจากลูกฟรีคิกของเอริคเซ่นไม่โดนบอล บอลหลุดมาถึงยาน เฟอทองเก้น ยิงสวนก่อนบอลจะหลุดไปถึงเคนตะบัดซ้ำเข้าไป เป็นความผิดพลาดจนเป็นเหตุให้เสียประตูครั้งที่ 13 ตั้งแต่ย้ายมาร่วมทัพหงส์แดงเมื่อปี 2013-14 ของมินโญเล่ต์ !!

บทสรุปของเกมเมื่อวานนอกจากความสุดยอดของสเปอร์ส อีก 1 เรื่องที่เราได้เห็นคือ ลิเวอร์พูลมีผู้เล่นที่พร้อมจะเล่นผิดพลาด แจกโชค ให้กับทีมคู่แข่งอยู่ตลอดเวลา 

ถ้าเจอร์เก้น คล็อปป์อยากจะประสบความสำเร็จอะไรสักอย่าง จำเป็นต้องแก้ไขเรื่องเหล่านี้โดยด่วน ... ตั้งแต่วันนี้

เกมรุกอาจจะทำให้คุณชนะ แต่เกมรับจะทำให้คุณคว้าแชมป์

แต่ถ้าไม่รู้จักแก้ไชทั้งรุกและรับ อย่าว่าแต่แชมป์เลย ชัยชนะยังยากที่จะคว้าเอาไว้ได้ครับ ดูได้จากลิเวอร์พูล นี่แหละ


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด