:::     :::

2ทีเด็ดส่งหงส์เผด็จศึก

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ลิเวอร์พูล ยังอยู่บนเส้นทางลุ้นแชมป์ 2 รายการในซีซั่น 2018-19 ทั้งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และ ยูฟ่า ชปล. อาวุธเด็ดคือสิ่งจำเป็นที่ ผจก.ทีม เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องพกลงสมรภูมิ ซึ่งเวลานี้เหมือนเจอแล้วนั่นคือเกมรับแบบไฮบริด และการแปลงโฉม จอร์แดน เฮนเดอร์สัน

ไปดูที่เกมป้องกันก่อนเลย เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ปราการหลังมาดผู้นำตอบโจทย์ทุกอย่างของทีม นับตั้งแต่ เจมี่ คาร์ราเกอร์ แขวนสตั๊ดไปหลังจบฤดูกาล 2012-13 

ซีซั่นต่อมาที่เราได้ลุ้นแชมป์ แต่กลับเสียท่าโค้งสุดท้ายส่วนหนึ่งเพราะเซนเตอร์ฮาล์ฟไม่นิ่งพอ เสียประตูง่ายๆโค้งสุดท้าย ชื่อของพวกเขาคือ แดเนี่ยล แอ็กเกอร์, มาร์ติน สเคอร์เทล, โคโล่ ตูเร่ หรือ มามาดู ซาโก้ 

แม้ แอ็กเกอร์ จะได้ชื่อว่ารองกัปตัน แต่บารมีสั่งการแนวรับคนละเรื่องกับ 'คาร์ร่า' 

มาถึงซีซั่น 2014-15  มาร์ติน สเคอร์เทล, โคโล่ ตูเร่ และ มามาดู ซาโก้ ยังอยู่ โดยได้ เดยัน ลอฟเรน มาช่วยงาน หน้าที่สั่งการหลังบ้านเป็นของ สเคอร์เทล 


คล็อปป์ ใช้เวลาหลายปีกว่าจะปั้นทีมนี้ให้รับเหนียว-มีส่วนเกมรุก

ทว่าเพราะคุณภาพฝีเท้าไม่แจ่มพอ รวมถึงความเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง ผจก.ทีม จาก เบรนแดน ร็อดเจอร์ส สู่ เจอร์เก้น คล็อปป์ กลางฤดูกาลความเละเทะหลังบ้านก็เป็นสาเหตุสำคัญให้ชวดแชมป์ทั้ง 2 อีเวนต์ที่เข้าชิงฯ 

ลิเวอร์พูล ตั้งแต่ 2015-16 จนถึงปัจจุบันในมือของ คล็อปป์ เต็มตัว ตำแหน่งปราการหลังตัวกลางยกเครื่องมาเกือบหมดเหลือมรดก ร็อดเจอร์ส เพียงแข้งโครแอต แล้วถ่ายเลือดเอาคนที่ 'เจเค' เชื่อใจอย่าง โฌแอล มาติป, โจ โกเมซ 

และแน่นอน ฟาน ไดค์ 

ตอนแบกค่าหัว 75 ล้าน ปอนด์ กลายเป็นกองหลังแพงสุดโลกเมื่อ ม.ค.2018 มีเสียงค่อนแคะบอก 'หงส์แดง' หน้ามืดบ้าง โดนย้อมแมวบ้าง บางรายถึงขั้นหยามผู้บริหารที่แอนฟิลด์โง่! 

แต่ขอโทษ 14 เดือนที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่ากัปตันทีมชาติเนเธอร์แลนด์ของจริง บัญชาการหลังบ้านเนียนกริบไม่ว่าจับคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟกับใคร จนเสียแค่ 20 สกอร์ น้อยสุดของลีก แข็งแกร่งเหนือแชมป์เก่า แมนฯ ซิตี้ ด้วยซ้ำ 


สามเกลอทำแอสซิสต์รวม 24 ลูกทุกรายการ (ภาพจาก @BTsport) 

เหนือกว่านั้น 'วีวีดี' ฐานะบอสเกมรับ พร้อมด้วยลูกสมุนฟูลแบ็กขวา-ซ้าย เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ กับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ยังมีทีเด็ดเรื่องมีส่วนร่วมพังตาข่าย 

สถิติระบุว่า 3 กองหลังทำแอสซิสต์ให้ทีมรวมกัน 24 สกอร์! ในทุกรายการ 

แอนดี้ กัปตันทีมชาติสกอตแลนด์คือท็อปแอสซิสต์ร่วมของทีมที่ 11 หน เท่ากับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ด้าน เทรนท์ ไม่น้อยหน้ากดอีก 9 แอสซิสต์ 

ครั้งหนึ่งสองฟูลแบ็ก ลิเวอร์พูล เคยให้สัมภาษณ์ว่ามีการเดิมพันตั้งแต่ต้นซีซั่นเรื่องแข่งทำแอสซิสต์กันว่าใครได้มากกว่า ซึ่งมาถึงตรงนี้ไม่สำคัญแล้วว่าใครคือผู้ชนะ เพราะผลงานที่แข่งกันเองเอื้อประโยชน์แก่ทีมโดยตรง 

ย้อนมายังผู้การเกมรับ ฟาน ไดค์ หาได้น้อยหน้าผองเพื่อนเพราะก็พังตาข่าย 5 หน บวกอีกสี่แอสซิสต์ 

โดยหนึ่งในการเปิดป้อนเพื่อนพังตาข่ายมีลูกไฮไลท์คือเกมพบ บาเยิร์น มิวนิค ยูฟ่า ชปล. รอบ 16 ทีม เมื่อ ฟาน ไดค์ วางบอลจากแดนตัวเองระยะกว่า 70 หลา ให้ ซาดิโอ มาเน่ หลุดไปโป้ง หรือเกมลีกที่พบ เชลซี วางยาวจน โม ซาลาห์ ได้หลุดล่อเป้า 

รายละเอียดปลีกย่อยยังรวมถึงความแข็งแกร่งแย่งปะทะทั้งดวลโหม่งชนะ 152 จาก 201 หน หรือเสียการครองบอลเกมรับ 64 จาก 271 ครั้ง  


อาลีสซง ลุ้นทำสถิติคลีนชีต/ฤดูกาลมากสุดสโมสรแทนที่ เรน่า 

อีกคนที่ลืมไม่ได้ในเกมรับคือด่านสุดท้าย อาลีสซง เบ็คเกอร์ ที่ซื้อมาแทน ลอริส คาริอุส 

ปัจจุบันนายด่านบราซิเลี่ยนเก็บไปแล้ว 18 คลีนชีต มากสุดอันดับ 5 ตลอดกาลร่วมในยุคพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เทียบเท่า ดาบิด เด เคอา และ โจ ฮาร์ท เคยสร้างไว้ 

ขณะที่โปรแกรมแข่งเหลือ 4 นัด มีโอกาสแซงหน้าสองสถิติของ เปเป้ เรน่า (19 นัด/ฤดูกาล 2006-07), (20 นัด/ 2005-06) และ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาน ( 21 นัด/ 2008-09) 

ทว่าไม่ทันเรคคอร์ดมากสุดตลอดกาลที่ ปีเตอร์ เช็ก จารึกไว้ ( 24 นัด/ 2004-05)   

การออกบอลจากผู้รักษาประตูก็เป็นอีกงานเด่นของจอมหนึบวัย 26 ปี ซีซั่นนี้กดไป 977 ครั้ง หรือเฉลี่ย 30 หน/นัด แตกต่างสิ้นเชิงกับ ลอริส คาริอุส ปีก่อนผ่านบอลจากเท้าเพียง 521 หน 

หลังบ้านคือฐานรากอันแน่นหนาแล้ว ขยับขึ้นมาอีกอาวุธลับที่ คล็อปป์ ค้นเจอคือการเปลี่ยนบทบาทของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน จากแค่เชื่อมเกม-แปะบอลไปมา 

สู่มิดฟิลด์ผู้มีส่วนรุก-รับครบเครื่อง และอันตรายกว่าเดิมในพื้นที่สุดท้าย 


สถิติเปรียบเทียบบทบาทใหม่เฮนเดอร์สัน

มีการจดสถิติของ 'เฮนโด้' ใน 4 นัดหลังสุดออกมาพบว่ากดไป 3 แอสซิสต์และหนึ่งสกอร์ จากทุกรายการ ทั้งที่เล่นเป็นตัวสำรองสองแมตช์! 

กัปตัน 'หงส์แดง' เซนส์เกมรุกดีอยู่แล้วเพราะเคยเป็นปีกขวามาก่อน กระทั่ง 2-3 ปีหลังถึงโดน คล็อปป์ ใช้ให้มาเล่นกองกลางเชิงรับ 

พิธีปลุกวิญญาณให้กองกลางวัย 28 ปี เห็นผลทันตาเพราะเขาป้วนเปี้ยนในพื้นที่สุดท้ายมากถึง 24.4% แล้วก็ตอบแทนด้วยสกอร์ตลอด ต่างกับช่วงก่อนนั้นขึ้นไปเพียง 17.5% 

น้ำหนักเปิดบอลเท้าชั่งทอง, มุมมองเกมรุก, บทบาทกัปตัน และแรงขาไม่มีหมด ทำให้แอบนึกถึง สตีเว่น เจอร์ราร์ด แม้เจ้า เฮนเดอร์สัน จะยิงไกลแย่กว่าเยอะ 

จำแลง 'สตีวี่ จี' มาสัก 60-70% ก็ยังดี เมื่อบวกเกมรับลูกผสมของเราที่ทั้งเหนียว-รุกมันส์ 

ทำเป็นเล่นไป 4 เกมสุดท้ายของลีก หรือสองแมตช์ชนช้างกับ บาร์เซโลน่า อาวุธเด็ดทั้งคู่มีลุ้นเปล่งอานุภาพเสกความสำเร็จที่รอคอยสักทีเถิด 

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด