:::     :::

สู้กับตัวเองก่อน!

วันจันทร์ที่ 22 เมษายน 2562 คอลัมน์ ศาสดา On The Ball โดย ศาสดาลูกหนัง
1,809
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ก่อนที่จะไปหวังกับผลการแข่งขันของทีมอื่น ลิเวอร์พูลต้องไม่ลืมที่จะทำหน้าที่ของตัวเองให้ได้ก่อนนะครับ !

           สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แฟนลิเวอร์พูลหลายๆ ท่าน น่าจะลุ้นคู่วันเสาร์ที่เป้นการขับเคี่ยวกันระหว่าง แมนฯซิตี้ กับ สเปอร์ส กันซะมากกว่าที่จะไปโฟกัสกับทีมที่ตัวเองเชียร์เป็นหลักอย่างลิเวอร์พูลเสียอีกนะครับ เพราะหลายๆ คนนั้นอาจจะคิดไปว่าต้องแช่งให้แมนฯ ซิตี้พลาดให้ได้ และถ้าแมนฯ ซิตี้พลาดเมื่อไร แชมป์น่าจะเป็นของลิเวอร์พูลแน่ๆ .... เพียงแต่แฟนๆ ทั้งหลายคงจะลืมไปว่า เงื่อนไขแรกกับการที่ลิเวอร์พูลจะคว้าแชมป์และ แซงแมนฯซิตี้ให้ได้นั้น พวกเขาต้องเอาชนะให้ได้ทุกเกมเสียก่อน  และเกมกับคาร์ดิฟฟ์เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมานั้นช่วยเรียกสติของนักเตะลิเวอร์พูล รวมทั้งแฟนๆ ได้เป็นอย่างดีทีเดียวเชียวครับ

                                                  ต้องเตือนตัวเองให้ได้ว่าต้องโฟกัสเกมตัวเองให้ดีก่อน

วัน-เวย์เกม

           ลิเวอร์พูลกับคาร์ดิฟฟ์ นั้นค่อนข้างห่างชั้นกันพอสมควรครับ และตรงนั้นนักเตะของคาร์ดิฟฟ์เองก็ตระหนักเรื่องนี้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะนีล วอร์น็อค โค้ชของคาร์ดิฟฟ์นั้นเป็นโค้ชที่มีประสบการณ์สูงมากๆ (แถมยังไม่ถูกกับลิเวอร์พูลเอามากๆ อีกด้วยนะ ฮ่าๆ)เขาสามารถสร้างทีมคาร์ดิฟฟ์จากทรัพยากรที่ดูแย่เอามากๆ มามีลุ้นหนีตกชั้นได้ เกมนี้เขานั้นไม่วางแผนอะไรซับซ้อนเลย เขาต้องการเพียงแค่แบ่งแต้มกับลิเวอร์พูลให้ได้เท่านั้น แต่ถ้าเผลอๆ สวนกลับดีๆ ได้ 3 คะแนนคือโบนัสครั้งใหญ่ของทีม  ดังนั้นรูปเกมที่เห็นจึงเป็นลิเวอร์พูลที่เป็นฝ่ายครองเกมอยู่ฝ่ายเดียว โดยมีอยู่ช่วงนึงที่กราฟฟิคแสดงเปอร์เซนต์การครองบอลถึง 80-20 ด้วยซ้ำ และก็ไม่ใช่ว่าลิเวอร์พูลจะหาโอกาสยิงไม่ได้ พวกเขาควรได้ประตูนำอย่างยิ่ง โดยเฉพาะจังหวะที่หลุดกับดักล้ำหน้าไปยิ่งเหน่งๆ ของฟีร์มีโน่ แต่ก็ยิงออกนอกกรอบไปเองอย่างน่าเสียดาย และก็ยังมีลุ้นกับทั้งลูกยิงของมาเน่ และซาลาห์แต่ก็ยังไม่คมพอ ทำให้จบครึ่งแรกไปแบบไร้สกอร์ 0-0 แต่รูปเกมแบบนี้ แฟนๆ ลิเวอร์พูลดูจะไม่ค่อยเครียดมากนัก เพราะรูปเกมเป็นต่อบานเบอะเพียงแต่ยังหาประตูแรกไม่เจอเท่านั้นเอง


                                                  ฟีร์มีโน่ได้โอกาสทอง แต่ดันยิงออกไปอย่างน่าเสียดาย


ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็ต้องเอาด้วยกล   


           เริ่มครึ่งหลังมา จากที่แฟนๆ สบายใจ กลับค่อยๆ เครียดและกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะคาร์ดิฟฟ์ยังเล่นด้วยความอดทนมากๆเหมือนเดิม ผู้เล่นของพวกเขาลงไปตั้งรับทั้ง 11 คนในแดนของตัวเอง ส่งผลให้ลิเวอร์พูลนั้นหาช่องเจาะเข้าไปได้ยากยิ่งกว่าในครึ่งแรกเสียอีก แต่อย่างที่เห็นมาตลอดฤดูกาลนั่นแหละ  ว่าลิเวอร์พูลนั้นไม่ได้มีอาวุธแค่ลูกโอเพ่น เพลย์เท่านั้น ลูกเซ็ตพีชของพวกเขาก็อันตรายสุดๆ เช่นกัน โดยซีซั่นนี้ลิเวอร์พูลยิงเซ็ตพีซไป 20 ลูกแล้ว (มากที่สุดในพรีเมียร์ลีก) และในเกมนี้พวกเขาได้ลูกเตะมุมค่อนข้างเยอะ แต่ก็โยนไม่เข้าเป้าเสียที โดยส่วนใหญ่จะไปติดที่กองหลังที่สูงใหญ่ของคาร์ดิฟฟ์นั่นเอง ทำให้ลิเวอร์พูลงัดลูกสูตรแบบ “ดัดหลัง” กองหลังคาร์ดิฟฟ์เสียเลย คือพวกเขาเลือกที่จะใช้พวกตัวสูงใหญ่เข้าไปเป็นตัวล่อกองหลังของคาร์ดิฟฟ์เข้าไปข้างในหรือบริเวณเสาสอง แล้วเลือกที่จะเปิดเรียดมาให้กับไวนัลดุมในจุดนัดพบ ซึ่งตรงนั้นไม่มีใครคาดคิดมาก่อน และไวนัลดุมก็ไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไป เขาซัลโวเต็มข้อส่งบอลตุงตาข่ายอย่างสวยงาม ถือเป็นการปลดล็อคความเครียด และความประหม่าของนักเตะและกองเชียร์ของลิเวอร์พูลได้ทันที และจากนี้ไปก็ไม่มีอะไรกดดันเท่าไรแล้ว ถ้าพวกเขาเพียงแค่เดินหน้าทำประตูเพิ่มให้ได้อีกซักประตูเกมนี้ก็น่าจะเป็นของพวกเขา 100% ทันที



                                       ลูกเซ็ตพีชที่เป็นอีกอาวุธเด็ดของลิเวอร์พูลในซีซั่นนี้ แผลงฤทธิ์อีกครั้ง

บรรยากาศเริ่มไม่ค่อยดี ....   

           หลังจากลิเวอร์พูลได้ประตูขึ้นนำนั้น พวกเขาก็คึกคักและเป็นฝ่ายเดินหน้าเอาประตูที่ 2 ให้ได้ แต่ก็ได้แต่เฉียดไปเฉียดมา โดยเฉพาะลูกยิงของเฮนโด้ที่ได้ยิงเหน่งๆ แต่เจ้าตัวก็ดันเน้นเกินไป ส่งบอลลอยข้ามคานไปเสียอย่างนั้น และเมื่อเดินหน้าแล้วทำไม่ได้แบบนี้ ความกดดันก็ส่งผลกลับมาสู่ฝั่งลิเวอร์พูลเสียเอง คาร์ดิฟฟ์นั้นพวกเขาไม่มีทางเลือกอยู่แล้ว นอกจากจะเดินหน้าทวงประตูคืนให้ได้ และพอถึงเวลาบุก พวกเขาก็ทำได้อย่างน่าหวาดเสียวอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะการเดินหน้าเจาะทางแบ็กขวาอย่างเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่เกมนี้ดูจะเป็นบ่อน้ำมันให้ฝั่งคาร์ดิฟฟ์เจาะอย่างเมามันเลยทีเดียว และที่สำคัญพวกเขามีทีเด็ดที่ลูกตั้งเตะด้วยนี่ล่ะ ทำให้พอถึงเวลาลากบอลไปสุดเส้นหลัง พวกเขาไม่ลังเลเลย ที่จะเตะบอลให้โดนกองหลังลิเวอร์พูลเพื่อเอาลูกเตะมุม แล้วก็มีจังหวะที่แฟนๆ ลิเวอร์พูลต้องใจหายวาบ! เมื่อพ่อหมีอลีสซง ออกไปชกบอลพลาด แล้วบอลเลยไปถึง ฌอน มอร์ริสัน ได้โหม่งเหน่งๆ แต่เหมือนลิเวอร์พูลนั้นยังมีบุญ ที่บอลดันไม่โดนศรีษะของฌอน มอร์ริสัน แต่ดันไปโดนท้ายทอยซะอย่างนั้น ทำให้ลิเวอร์พูลรอดเสียประตูมาได้อย่างหวุดหวิดที่สุด และถึงตรงนี้บอกเลยว่ากองเชียร์ลิเวอร์พูลเริ่ม “หลอน” แล้ว



                                                  ถ้าโขกโดนเต็มๆ ........  รูปโฉมของเกมนี้อาจจะไม่ใช่แบบนี้ก็ได้

จุดโทษปัญหา ?

           โชคยังเป็นของลิเวอร์พูลอย่างต่อเนื่อง จากที่พวกเขารอดพ้นจากการเสียประตู พวกเขาก็มาได้จุดโทษจากจังหวะที่ฌอน มอร์ริสันไปเหนี่ยวซาลาห์ไว้ในกรอบเขตโทษ ซึ่งจัวหวะนี้ถามว่าฟาวล์ไหม ? ก็ต้องบอกว่าตามกฏแล้วมันก็มีการเหนี่ยวรั้งกันนั่นแหละครับ ถ้าลูกแบบนี้อยู่ในนอกเขตโทษอาจจะไม่เถียงกันมากมายแต่พอมันเกิดขึ้นในกรอบเขตโทษมันอาจจะเป็นการฟาวล์ที่ “น้ำหนักน้อย” ไปนิดนึงเหมือนกัน  ตรงนี้ถือว่าเป็นดุลพินิจของกรรมการมากกว่า ซึ่งตรงนี้ก็อย่างที่กล่าวไว้ครับว่า ถือเป็นโชคดีของลิเวอร์พูลนิดๆ เหมือนกัน ที่กรรมการมาร์ติน แอ๊ตกินสันนั้นเห็นว่ามันมีน้ำหนักมากพอที่จะเป่าเป็นจุดโทษ และก็เป็นเจมส์ มิลเนอร์ที่แย่งบอลจากซาลาห์มาได้ (ฮ่า) ยิงเสียบเสาเข้าไปอย่างเด็ดขาด  และความกดดันที่มีอยู่ของลิเวอร์พูลทั้งกองเชียร์และนักเตะ ก็ถูกปัดเป่าออกไปอย่างหมดสิ้น จากฝีเท้าของชายแก่ผู้นี้นี่เองงงงงง .... (ดูจากท่าดีใจจะเข้าใจมากขึ้นครับ ฮ่าๆ )


                                                                              สมควรได้จุดโทษหรือไม่ ?




                                                  อย่าแย่งปู่ยิงเลยยยย ...... ปู่แก่แล้ววววววว (ฮา......)

สถานการณ์ล่าสุด   


           ลิเวอร์พูลกลับขึ้นมาเป็นจ่าฝูงได้อีกครั้ง โดยทำคะแนนนำหน้าแมนฯซิตี้อยู่ 2 คะแนนแต่แข่งมากกว่า 1 นัด และวันพุธนี้ทั้ง 2 ทีมจะแข่งเท่ากันอีกครั้งโดยแชมป์เก่าอย่างแมนฯซิตี้ ต้องเล่นเกมสำคัญที่ตกค้างอยู่กับคู่แข่งร่วมเมืองอย่างแมนฯยู  ซึ่งจะเป็นสถานการณ์ที่ปั่นป่วนและน่าเวียนหัวอยู่พอสมควร เมื่อจ่าฝูงลิเวอร์พูลต้องไปเอาใจช่วยอริตลอดกาลอย่างแมนฯยูให้เอาชนะ หรืออย่างน้อยก็แค่เสมอกับแมนฯซิตี้ให้ได้ก็ยังดี อย่างล่าสุดที่แมนฯยูเพิ่งโดนเอฟเวอร์ตันถล่มยับมา 4-0 ก็เป็นกองเชียร์ลิเวอร์พูลหลายๆ คนไปให้กำลังใจทีมแมนฯยูกันอย่างล้นหลาม (ฮา)  กลับกันเสียอีก ที่กองเชียร์ทีมแมนยูที่ไม่อยากเห็นคู่แข่งตลอดกาลอย่างลิเวอร์พูลได้ชูถ้วยพรีเมียร์ลีก พวกเขาก็ประกาศตัวยอมแพ้ และอยากถวายชัยชนะให้กับทีมร่วมเมืองอย่างแมนฯซิตี้เสียให้มันรู้แล้วรู้รอดไปซะงั้น !!!!! มันช่างน่าปวดหัวอะไรอย่างนี้ (ฮา)



                                                  ฝากด้วยนะพ่อหนุ่ม ไม่เอาแบบ 2 นัดล่าสุดนะ !!


           ต้องยอมรับจริงๆ ครับ ว่าการแข่งขันแย่งชิงแชมป์พรีเมียร์ลีกในปีนี้เข้มข้น  สนุก  สูสี และมีสีสันมากที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาจริงๆ ครับ ถึงตรงนี้ผู้เขียนต้องขอตัวลาไปซื้อเสื้อแมนฯยู มาใส่เชียร์คืนวันพุธนี้ก่อนนะครับ เจอกันคืนวันพุธครับทุกคน YNWA 

   



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})