:::     :::

4 ทีมกับ 2 โควต้าแชมเปี้ยนส์ ลีก

วันศุกร์ที่ 26 เมษายน 2562 คอลัมน์ เด็กเก็บบอล โดย ยักษ์เดนส์
2,164
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ช่วงท้ายซีซั่นแบบนี้คงจะใช้คำว่าโค้งสุดท้ายไม่ได้อีกแล้ว เพราะมันคือทางตรงในช่วง 100 เมตรก่อนถึงเส้นชัยกันแล้ว

การลุ้นแชมป์ก็เป็นเรื่องของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล ไป ซึ่งตอนนี้ "เรือใบ" อยู่ในสถานการณ์ที่ได้เปรียบแบบจริงๆจังๆสักทีหลังลงสนามเท่ากันไปแล้ว จากที่เล่นเกมเอฟเอ คัพแล้วโปรแกรมเลื่อนมา

ส่วนโซนท้ายตารางหลังจากที่ได้ ฮัดเดอร์สฟิลด์ กับ ฟูแล่ม เป็นสองทีมที่ร่วงตกชั้นไปแล้ว ก็เหลือพื้นที่อีกหนึ่งทีม โดยมี คาร์ดิฟฟ์ (31 คะแนน), ไบรท์ตัน (34 คะแนน) และ เซาธ์แฮมป์ตัน (37 คะแนน) ดิ้นรนกันอยู่ในช่วง 3 เกมสุดท้าย

และที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือพื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีก 2 โควต้าที่มี 4 สโมสรกำลังเบียดแย่งกันอยู่ ซึ่งในนอกจากช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาทั้ง 4 ทีมพากันพลาดไปหมดแล้ว ในช่วงโปรแกรมตกค้างกลางสัปดาห์มีแค่ สเปอร์ส ที่เก็บชัยชนะได้เหนือ ไบรท์ตัน หวุดหวิดจากประตูในช่วงท้ายของ คริสเตียน เอริคเซ่น ส่วน อาร์เซน่อล และ แมนฯ ยูไนเต็ด ต่างลงเอยด้วยความพ่ายแพ้เป็นเกมที่สองติดต่อกันทั้งคู่

นั่นทำให้เส้นทางการลุ้นพื้นที่นี้ดูจะซับซ้อนอยู่ในช่วง 3 เกมสุดท้ายที่ สเปอร์ส มี 70 คะแนน, เชลซี 67 คะแนน, อาร์เซน่อล 66 คะแนน และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 64 คะแนน

วันนี้จะมาดูกันว่าโอกาสในการคว้าอันดับ 3-6 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกของแต่ละทีมเป็นยังไงกันบ้าง

สเปอร์ส

ตำแหน่งปัจจุบัน : 3 (70 คะแนน)

โปรแกรมที่เหลือ : เวสต์แฮม (เหย้า), บอร์นมัธ (เยือน), เอฟเวอร์ตัน (เหย้า)

        

จากที่เคยแทบจะนอนมากับการคว้าอันดับ 3 ของตาราง สเปอร์ส กลับมาทำตัวเองให้ลำบากในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ต่อเดือนมีนาคม ซึ่งทีมเก็บได้แค่คะแนนเดียวจาก 15 คะแนนเต็ม

แต่หลังเข้าสู่เดือนเมษายน ทีมเก็บชัยชนะมาได้ 3 จาก 4 เกมหลัง มีแค่เกมแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นัดเดียว ทำให้ "ไก่เดือยทอง" ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ได้เปรียบเหนือคู่แข่งทุกทีม

แม้ว่าจะเจอข่าวร้ายจากอาการบาดเจ็บของ แฮร์รี่ เคน ดาวยิงตัวเก่ง แต่คนที่เหลือถือว่าช่วยกันเล่นได้เป็นอย่างดี แม้ว่าความดุดันจะลดทอนลงไปบ้างก็ตาม

โชคดีจริงๆที่ เชลซี เก็บได้แค่แต้มเดียวจากสองเกมหลัง ส่วน อาร์เซน่อล แพ้มาสองเกม หากเปลี่ยนเป็น 6 คะแนนสถานการณ์ของ สเปอร์ส อาจจะยุ่งยากมากกว่านี้


เพราะนอกจากเกมลีกแล้วพวกเขายังมีโปรแกรมสำคัญในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกรออยู่ ซึ่งตอนนี้ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ให้ความสำคัญในทั้งสองรายการในขณะที่ขุมกำลังของทีมที่กรำศึกหนักมาตลอดยังต้องสู้กันต่ออีก

ช่วงสัปดาห์ที่จะถึงนี้ทีมจะทำศึก "ลอนดอน ดาร์บี้" กับ เวสต์แฮม ตามด้วยเกมกลางสัปดาห์กับ อาแจ็กซ์ ในแชมเปี้ยนส์ ลีก ก่อนบุกเยือน บอร์นมัธ, บุกไปเยือน อาแจ็กซ์ ก่อนปิดเกมสุดท้ายของฤดูกาลด้วยการบุกเปิดบ้านพบกับ เอฟเวอร์ตัน

แต่ด้วยการที่สองจากสามเกมหลังเป็นการเล่นในบ้าน แม้คู่แข่งจะมีศักยภาพที่ไม่ธรรมดาเหมือนกัน แต่เชื่อว่าท้ายที่สุดแล้ว สเปอร์ส จะเข้าป้ายคว้าอันดับ 3 ที่ยืนอยู่ ณ จุดปัจจุบันไปครอง

เชลซี

ตำแหน่งปัจจุบัน : 4 (67 คะแนน)

โปรแกรมที่เหลือ : แมนฯ ยูไนเต็ด (เยือน), วัตฟอร์ด (เหย้า), เลสเตอร์ ซิตี้ (เยือน)


การทำได้แค่เสมอกับ เบิร์นลี่ย์ ในบ้านเกมล่าสุดถือว่าเสียหายเลย หากมองดูผลงานของคู่แข่งที่พากันพลาดไปหมด ทำให้อดทิ้งห่างออกไป

จุดแข็งในบ้านของทีมที่ผ่านมาในปีนี้หลุดเสมอคู่แข่งบ่อยครั้ง เมื่อเทียบกับ อาร์เซน่อล ที่แม้เกมเยือนแย่แต่ในรังทำได้ดี ทำให้การต่อสู้แย่งพื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกยังสูสีในช่วงบั้นปลาย

ในเกมถัดไปวันอาทิตย์นี้ทีมมีโปรแกรมสำคัญกับการไปเยือน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ "สิงห์บลูส์" ไม่อาจจะแพ้ด้วยประการทั้งปวง เพราะมันอาจจะส่งผลให้ทีมกระเด็นออกจาก "ท็อปโฟร์" ไปจนจบฤดูกาลเลย

ถือเป็นเกมวัดใจเลยว่า เชลซี จะเอายังไง เพราะทีมยังมีลุ้นในยูโรปา ลีกที่เข้าถึงรอบรองชนะเลิศไปพบกับ แฟร้งค์เฟิร์ต โดยจะไปเยือนที่เยอรมันหลังจากเยือนโอลด์ แทรฟฟอร์ด


หลังจากนั้นจะกลับมาเล่นในบ้านเจอกับ วัตฟอร์ด ต่อด้วยเกมเลกที่สองในบอลยุโรปที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ และปิดท้ายฤดูกาลไปเยือน เลสเตอร์ ซิตี้

ซึ่งแน่นอนว่าหากผลงานในลีกไม่เป็นอย่างที่หวัง อาจจะเป็นไปได้ที่ทีมหันไปเอาดีกับแชมป์ยูโรปา ลีกแทน แต่อย่างดี เมาริซิโอ ซาร์รี่ บอก สิ่งสำคัญอันดับแรกคือในลีกก่อน 

รอดูเกมวันอาทิตย์นี้หากเกิดพ่ายแพ้และคู่แข่งพากันชนะได้หมด ก็อาจจะเห็น เชลซี ที่เน้นคว้าแชมป์ยูโรปา ลีกเพื่อเป็นประตูสู่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกแทน

อาร์เซน่อล

ตำแหน่งปัจจุบัน : 5 (66 คะแนน)

โปรแกรมที่เหลือ : เลสเตอร์ ซิตี้ (เยือน), ไบรท์ตัน (เหย้า), เบิร์นลี่ย์ (เยือน)


งามหน้าเลยสำหรับ อาร์เซน่อล ที่เล่นแพ้สองเกมติดต่อกันให้กับ คริสตัล พาเลซ และ วูล์ฟแฮมป์ตัน ซึ่งถ้าว่ากันตามหน้าเสื่อแล้วอย่างน้อยๆก็ต้องมี 4 คะแนน ซึ่งจะทำให้พวกเขามีแต้มเท่ากับ สเปอร์ส

หรือหากเก็บชัยชนะได้ทั้งสองเกมก็คงจะขึ้นไปอยู่ในอันดับ 3 ของตารางไปแล้ว

แต่เมื่อมันไม่เป็นอย่างนั้น มันก็เลยทำให้พวกเขาต้องอยู่ในอันดับ 5 ตามหลังทั้ง สเปอร์ส และ เชลซี 

ปัญหาใหญ่ที่สุดของทีมก็คือฟอร์มการเล่นนอกบ้านที่เก็บแต้มได้น้อยกว่าเพื่อนในบรรดาทีมที่แย่งพื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกกัน ซึ่งทีมเก็บได้เพียงแค่ 9 แต้มจาก 11 เกมหลังสุด


ที่สำคัญก็คือในช่วงสามเกมที่เหลือของฤดูกาลนี้ ทีมต้องออกไปเล่นนอกบ้านถึง 2 นัดเลย เริ่มจากเยือน เลสเตอร์ ซิตี้ ในวันอาทิตย์นี้ ต่อด้วยบอลยูโรปา ลีก รอบรองชนะเลิศที่ทีมเข้ารอบ โดยจะเปิดบ้านพบกับ บาเลนเซีย จากนั้นจะเปิดบ้านพบ ไบรท์ตัน ก่อนไปเยือน "ค้างคาว" ที่สเปน ปิดท้ายด้วยการไปเยือน เบิร์นลี่ย์

ด้วยการที่ต้องไปเยือนทั้งสองเกมนี่แหละน่าห่วง แม้ว่าคู่แข่งจะศักยภาพเป็นรอง แต่ผลงานที่ผ่านมาก็ทำให้น่าเป็นห่วงอยู่ว่าอะไรมันก็เกิดขึ้นได้

ด้วยฟอร์มแบบนี้ เกมรับแบบนี้ ทำให้หวั่นใจว่าเมื่อจบฤดูกาลแล้วอาจจะไม่มีชื่อของ อาร์เซน่อล ติด "ท็อปโฟร์" ของตารางคะแนน

แมนฯ ยูไนเต็ด

ตำแหน่งปัจจุบัน : 6 (64 คะแนน)

โปรแกรมที่เหลือ : เชลซี (เหย้า), ฮัดเดอร์สฟิลด์ (เยือน), คาร์ดิฟฟ์ (เหย้า)


ถ้าพูดถึงความได้เปรียบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถือว่าเหนือกว่าคู่แข่งทีมอื่น เนื่องจากไม่มีโปรแกรมฟุตบอลยุโรปให้ลงสนามเหมือนกับทีมอื่นๆ

แต่เมื่อดูจากผลงานที่แพ้มาถึง 7 จาก 9 เกมหลัง ซึ่งเกิดขึ้นในพรีเมียร์ลีก 4 นัด ต้องบอกว่าตอนนี้ "ปีศาจแดง" คือทีมที่ฟอร์มแย่ที่สุดเลย

หลังฟอร์มอันห่วยแตกในเกมกับ เอฟเวอร์ตัน ที่โดนถล่มไป 0-4 แม้ว่าจะเล่นได้ดีในเกมกลางสัปดาห์กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่สกอร์ที่ออกมาก็ลงเอยด้วยความพ่ายแพ้อยู่ดี

นอกจากผลงานที่ย่ำแย่ปัญหาเรื่อง ปอล ป็อกบา ที่โดนวิจารณ์เรื่องผลงานอย่างหนัก รวมถึง ดาบิด เด เคอา ที่ยังไม่ยอมต่อสัญญา ดูเหมือนว่าอาจจะเป็นชนวนที่ถูกดึงให้มาอยู่ในกระแสร่วมกับผลงานของทีม


วันอาทิตย์นี้ทีมจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ เชลซี ซึ่งจะว่าไปก็คงเป็นเกมชี้ชะตาว่าจะสามารถคว้าตำแหน่ง "ท็อปโฟร์" มาครองได้หรือไม่ แค่หนึ่งคะแนนก็คงไม่พอด้วย ต้องให้ได้ถึง 3

อีกสองเกมกับการไปเยือน ฮัดเดอร์สฟิลด์ ที่ตกชั้นไปแล้ว และเปิดบ้านพบทีมท้ายตารางอย่าง คาร์ดิฟฟ์ ซึ่งยังต้องหนีตกชั้น ซึ่งคงไม่เหนือบ่ากว่าแรงที่จะเก็บ 6 คะแนนเต็มได้

ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่เกมกับ "สิงห์บลูส์" ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดก่อน หากถึงขั้นแพ้ก็โบกมือลา "ท็อปโฟร์" ไปได้เลย


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด