:::     :::

ยังไม่ End game

วันอาทิตย์ที่ 05 พฤษภาคม 2562 คอลัมน์ ศาสดา On The Ball โดย ศาสดาลูกหนัง
2,763
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
สิ่งที่ลิเวอร์พูลทำได้ดีที่สุดในซีซั่นนี้อาจจะไม่ใช่แต้มที่พวกเขาโกยได้เป็นกอบเป็นกำ แต่เป็น"หัวใจนักสู้" ของพวกเขานี่แหละครับ

          เกมรองสุดท้ายของฤดูกาลที่ต้องไปเยือนทีมหินอย่างนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดแบบนี้ หลายๆ คนก็น่าจะพอคาดได้ล่ะครับ ว่าเกมนี้มันไม่ง่ายอย่างแน่นอน แต่รูปเกมหรือเรื่องราวในเกม ก็สุดโหดมหาหินอย่างที่คาดกันไว้จริงๆ จนช่วงนึงหลายๆ คนน่าจะถอดใจไปแล้วว่าฤดูกาลนี้ของลิเวอร์พูลน่าจะ “จบสิ้นแล้ว” แต่สุดท้ายก็อย่างที่เราเห็นกันครับ หัวจิตหัวใจของนักเตะลิเวอร์พูลและเจอร์เก้น คล็อปป์นั้นไม่เคยมีคำว่ายอมแพ้หรือถอดใจง่ายๆ ให้เราเห็นเลยในฤดูกาลนี้ และนี่เป็นอีกครั้งที่พวกเขาพลิกสถานการณ์กลับไปได้เปรียบและกดดันแมนฯซิตี้ได้อีกครั้ง และส่งสัญญาณให้แชมป์เก่าเห็นว่า เกมการลุ้นแชมป์ครั้งนี้นั้นยังไม่จบง่ายๆ แน่นอน

เป้าหมายมีอย่างเดียว


          คล็อปป์จัดทีมแบบ “ดีที่สุด” เท่าที่ทำได้ด้วยผู้เล่นชุดหลักทั้งหมดเท่าที่จะมีได้ มีเพียงแค่โชเอล มาทิป ที่ได้พักและถูกแทนที่ด้วยลอฟเรน ส่วนฟีร์มีโน่ ไม่สามารถลงสนามได้และน่าจะต้องมาลุ้นกันว่าวันอังคารกับเกมปะทะบาร์เซโลน่าจะพอเข็นลงไหวไหม คล็อปป์ก็ส่งสเตอร์ริจ มาแทนที่เพราะต้องการประตูให้ได้เร็วและได้มากที่สุดนั่นแหละครับ


                                               ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ได้รับโอกาสลงสนามอีกครั้ง

          เริ่มเกมมาก็พอจะเดาได้แล้ว ว่าเกมนี้ไม่ง่ายแน่นอนเมื่อกองเชียร์และนักเตะของนิวคาสเซิ่ลคึกคักเป็นพิเศษ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร เพราะนี่คือเกมนัดสุดท้ายในบ้านของพวกเขา และไม่มีใครที่อยากเป็นทางผ่านให้ทีมอื่นได้แชมป์ในบ้านของตัวเองหรอกครับ เรื่องของศักดิ์ศรีสำหรับพรีเมียร์ลีกนี่เป็นเรื่องใหญ่พอสมควรครับ ไอ้ที่จับตากันว่า ราฟาจะยอมปล่อยให้ลิเวอร์พูลใช้เป็นทางผ่านอะไรแบบนั้นไม่มีแน่นอน ซึ่งนิวคาสเซิ่ลนั้นก็แสดงให้เห็นได้ชัดเจนแล้ว พวกเขาวิ่งสู้ฟัด ทุกจังหวะ เกมรับแข็งแกร่ง สู้ไม่ถอย เกมรุกสวนกลับได้อย่างน่ากลัวและได้ รอนดอน ที่เกมนี้คึกเหลือเกิน ค้ำไว้ในแดนหน้า แต่แล้วคุณภาพความต่างของทั้งสองทีมก็ทำให้ลิเวอร์พูลขึ้นนำไปก่อนจากลูกเซ็ทพีช ที่ต้องบอกว่าเป็นความผิดพลาดของเจ้าบ้านเสียมากกว่า เพราะดันประกบตัวสับสนกันเอง แล้วปล่อยให้คนที่เล่นลูกกลางอากาศได้ดีที่สุดคนนึงในพรีเมียร์ลีก อย่างฟาน ไดค์ได้โหม่งโล่งๆ แบบนั้น ไม่มีทางรอดแน่นอน ลิเวอร์พูลได้ประตูนำอย่างง่ายดาย 1-0 ทำให้เกมนี้ดูผ่อนคลายลงไปได้พอสมควรเลย



                                              ฟาน ไดค์ได้โหม่งโล่งๆ แบบนี้มีเหรอจะพลาด

จุดเปลี่ยนสำคัญ

          อย่างที่ได้บอกไปในข้างต้นครับ ในวันนี้นิวคาสเซิ่ลสู้ไม่ถอยและไม่ยอมแพ้ง่ายๆ จริงๆ ยิ่งประกอบการการลงสนามมาของลอฟเรน ที่นานทีปีหนจะได้ลงกับเขาซักที มันก็ทำให้เกิดการสับสนในแนวรับเกิดขึ้นครับ และประตูตีเสมอก็มาจากการประสานงานกันที่ผิดพลาดอย่างชัดเจน  คือเทรนด์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ นั้นหุบเข้าไปช่วยประกบตัวตรงกลาง แต่นั่นทำให้แมตต์ ริตชี่ ยืนโล่งโจ้งอยู่คนเดียวเลยในพื้นที่ฝั่งขวาได้หวดบอลจากการโยนครอสเข้ามาของเพื่อนร่วมทีม แต่ก็หวดได้ไม่เต็มเท้าเท่าไร แต่กลายเป็นดีไป เพราะไปเข้าทางโซโลมอน รอนดอนได้ยิงจ่อๆ แต่ก็ดันยิง “ไปติดแขน” เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ก่อนที่บอลมากระดอนมาถึง คริสเตียน อัตซู ซ้ำเข้าไปไม่เหลือ ซึ่งถ้าว่ากันตามตรงแล้ว ฝั่งลิเวอร์พูลต้องขอบคุณ คริสเตียน อัตซู งามๆ เลยด้วยซ้ำนะครับ เพราะว่าถ้าอัตซูไม่ซ้ำเข้าไปแบบนั้น ดีไม่ดีลิเวอร์พูลอาจจะโดนจุดโทษและเจ้าหนูเทรนท์ ก็น่าจะโดนไล่ออกจากสนามแถมไปอีกอย่างแน่นอน และเมื่อเขายังอยู่ในสนามก็ทำให้หลายๆ อย่างในเกมนี้เปลี่ยนไปอีกครั้งครับ เมื่อเขาเป็นคนครอสบอลไปให้กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์แปบอลเล่นทางหนีมือผู้รักษาประตูนิวคาสเซิ่ลเข้าไป ต้องนับว่าเป็นโชคดีของลิเวอร์พูลสุดๆ จริงๆ ครับที่เหตุการณ์มันออกมาในรูปแบบอย่างที่เห็นนี้




                                                        รอดใบแดงอย่างเหลือเชื่อ !!!!!!!!!!!!!!!!!



                                             หลังจากรอดใบแดง ก็มาเปิดบอลให้ซาลาห์ยิงเข้าไป

ภาวะวิกฤติ   

          ลิเวอร์พูลนำ 2-1 ไปจนจบครึ่งแรกและพอมาเข้าสู่ครึ่งหลัง เกมส่วนใหญ่ก็ยังเป็นของพวกเขามากกว่าอยู่ดี และพวกเขามีโอกาสทำสกอร์หนีเจ้าบ้านได้หลายต่อหลายหน แต่ก็ยังไม่เฉียบคมพอ และแล้วสิ่งที่แฟนบอลลิเวอร์พูลแอบกังวลก็เกิดขึ้นจริงๆ เมื่อนิวคาสเซิ่ลที่ไม่ค่อยจะได้บุกอะไรมากมายเท่าไร แต่มาได้ลูกเตะมุมจากจังหวะที่ไม่มีอะไรแต่ลิเวอร์พูลนั้นเคลียร์กันได้ไม่ดีเท่าไร ทำให้โซโลมอน รอนดอนที่เกมนี้เจ้าตัวทุ่มเทเหลือเกิน ซัดด้วยซ้ายเต็มๆ เข้าประตูแบบเฉียบขาด และหลังจากลิเวอร์พูลโดนตีเสมอ ก็ออกอาการรวนอย่างเห็นได้ชัด แต่คล็อปป์เองก็ไม่รอช้า รีบเปลี่ยนตัวแก้เกมทันที ส่ง เซอร์ดาน ชากิรี่ ลงเล่นแทน จอร์จินโย่ ไวนัลดุม เพราะยังไงเกมนี้ผลเสมอก็แทบจะไม่มีความหมายอะไรอยู่แล้ว แต่แล้วสถานการณ์ก็ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก เมื่อความหวังอันดับ 1 อย่างโมฮาเหม็ด ซาลาห์ โดนมาร์ติน ดูบราฟก้า นายประตูของเจ้าถิ่น จนเล่นต้องไม่ไหวทำให้ต้องส่ง ดิว็อค โอริกี้ ลงมาเล่นแทน .... เรียกได้ว่า ซวยซ้ำซวยซ้อนเลยทีเดียว 


                                ซาลาห์เจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว สร้างความกังวลให้เดอะ ค็อปเป็นอย่างมาก

เดิมพันครั้งสุดท้าย!!!

          ยิ่งเวลาผ่านไปความกดดันก็ยิ่งถาโถมมาสู่ลิเวอร์พูล พวกเขาพยายามหาทางเจาะนิวคาสเซิ่ลให้ได้แต่ก็ยังหาโอกาสจะแจ้งไม่ได้แม้แต่หนเดียว จนทำให้คล็อปป์ต้องทำการ “เสี่ยง” แบบเกหมดหน้าตัก โดยการต้องส่ง เจมส์ มิลเนอร์ ลงมาแทน เดยัน ลอฟเรนในนาทีที่ 82 เพื่อต้องการเพิ่มโอกาสในเกมรุกให้ได้ และการเดิมพันครั้งนี้ของเจอร์เก้น คล็อปป์ก็ได้ผลตามที่คาดไว้ เมื่อลิเวอร์พูลที่ดูจะตีบตันและหาโอกาสยิงประตูในลูกโอเพ่นเพลย์ไม่ได้ พวกเขาก็พยายามหาโอกาสจากลูกตั้งเตะที่เป็นอาวุธสำคัญของเขาอีกอย่างนึง โดยพวกเขามีโอกาสได้ฟรีคิกทางฝั่งขวาของสนาม และก็เป็นตัวสำรองอย่าง ชากิรี่ เปิดมาให้ตัวสำรองอีกคนอย่างโอริกี้ ขึ้นโขกเบียดแนวรับเจ้าถิ่นก่อนบอลเปลี่ยนทางเสียบเสาสองให้ ลิเวอร์พูล แซงนำอีกหน 3-2 และพอได้ประตูขึ้นนำ พวกเขาก็นิ่งพอที่จะรักษาสกอร์นี้เอาไว้ได้จนจบเกม และทำให้ลิเวอร์พูลนั้นผ่านเกมที่เรียกได้ว่า ตึงเครียดที่สุดในฤดูกาลนี้ไปได้อีก 1 ครั้ง
   

                                                             เดิมพันของคล็อปป์ได้ผล

          ฤดูกาลนี้นั้นเดินทางมาถึงนัดสุดท้ายจนได้ และดูเหมือนว่าลิเวอร์พูลนั้น เอาตัวรอดจากสถานการณ์อันตรายมาได้อยู่บ่อยครั้ง บางคนอาจจะเรียกว่า “ดวง” แต่นอกเหนือจากนั้น มันก็แสดงให้เห็นถึงว่า จิตใจของพวกเขานั้นก็แข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิมมากมายขนาดไหน และตอนนี้ความกดดันก็ถูกส่งต่อไปให้กับแมนฯซิตี้ ที่มีคิวเตะวันจันทร์กับเลสเตอร์ซิตี้แทนอีกครั้ง  เรียกได้ว่าเป็นปีทืี่พรีเมียร์ลีกลุ้นระทึกที่สุดแล้วจริงๆ และทัั้งสองทีมก็ทำได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้กันเลยทีเดียว ผลัดกันนำ ผลัดกันตามตลอดช่วงท้ายฤดูกาล แต่ก็อย่างที่เจอร์เก้น คล็อปป์ว่าไว้หลังเกมนั่นแหละครับ “โชคชะตามันลิขิตไว้แล้ว หากเราจะเป็นแชมป์ เราก็ต้องเป็นแชมป์” และถ้าตามที่เห็นมาตลอดฤดูกาล ว่าลิเวอร์พูลเป็นทีมที่ “ดวงดี” มาตลอดปี .... ถ้าจะขอเบิกโควต้าดวงอีกซักครั้งในวันจันทร์นี้ เทวดาบนฟ้าก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนะครับ  ฮรี่ๆ 
   



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด