:::     :::

ฤดูกาลที่แสนมหัศจรรย์

วันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม 2562 คอลัมน์ ศาสดา On The Ball โดย ศาสดาลูกหนัง
993
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
การต่อสู้ที่ยาวนานมาทั้งฤดูกาล ในที่สุดก็จะได้รู้กันซักทีนะครับว่าสุดท้ายแล้วแชมป์พรีเมียร์ลีกจะอยู่ในมือของใคร


          ในที่สุดการต่อสู้ในพรีเมียร์ลีก ก็เดินทางมาถึงบทสรุปจนได้นะครับ การต่อสู้อันแสนยาวนานกำลังจะจบลงแล้วในวันอาทิย์ที่ 12 พฤษภาคมนี้แล้ว บทสรุปต่างๆ ของทุกทีมในพรีเมียร์ลีกแทบจะได้ข้อสรุปกันไปหมดแล้ว ทั้งทีมที่ตกชั้น หรือทีมที่ได้ไปเล่นแชมเปี้ยนลีกส์ในฤดูกาลหน้า (อาจจะได้เพิ่มอีกถ้าอาร์เซน่อลคว้าแชมป์ยูโรป้า คัพได้) เหลืออีกเพียงอย่างเดียวนี่ล่ะครับ ที่ยังไม่ได้บทสรุป นั่นก็คือ แชมป์พรีเมียร์ลีกนี่แหละครับ



                                                    ถ้วยพรีเมียร์ลีกใบนี้ จะไปอยู่ในมือใครกันนะ !

คู่ควรทั้ง 2 ทีม   


          มีไม่น้อยครับ ที่การขับเคี่ยวลุ้นแชมป์ของพรีเมียร์ลีก จะต้องมาลุ้นกันจนถึงฏีกานัดสุดท้ายแบบนี้ แต่ในฤดูกาลนี้นั้น พิเศษยิ่งไปกว่านั้นอีกระดับนึง เมื่อทั้งลิเวอร์พูล และแมนฯ ซิตี้ทำแต้มได้สูงมากที่ 94 และ 95 แต้ม ถ้าเป็นฤดูกาลอื่นๆ นั้นถ้าได้แต้มสูงขนาดนี้ทั้งคู่จะสามารถหยิบแชมป์ไปได้อย่างสบายๆ แล้วครับ แต่ในฤดูกาลนี้ กลับต้องมีทีมใดทีมหนึ่งที่ต้องพลาดหวังไปในท้ายที่สุด และคงต้องรับตำแหน่ง “รองแชมป์ที่แข็งแกร่งที่สุดประวัติศาสตร์”  ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะมีทีมไหนอยากได้ไปแน่ๆ(ฮา)  แมนฯซิตี้นั้นถึงจะมีช่วงที่สะดุดไปบ้างช่วงกลางฤดูกาลที่ทำแต้งหลุดมือไปจนกระทั่งตามทีมจ่าฝูงอย่างลิเวอร์พูลในตอนนั้นอยู่ถึง 7 คะแนน แต่พอพวกเขาตั้งหลักได้และติดเครื่องพวกเขาก็เดินเครื่องไม่หยุดและเก็บชัยชนะ มาแล้ว 13 นัดรวด!!! และอาจจะเพิ่มเป็น 14 นัดก็ได้ถ้าพวกเขาไม่พลาดในการเจอกับไบรท์ตันในเกมปิดท้ายนี้ ซึ่งถ้ามันเป็นแบบนั้นก็ต้องยอมรับกันจริงๆ ว่าพวกเขานั้นสุดยอดและเล่นได้คงเส้นคงวามากๆ และสมควรจะเป็นแชมป์อย่างแท้จริง


                                       แมนฯซิตี้ ที่แข็งแกร่งเหมือนเดิม และมาตรฐานของพวกเขานั้นสูงมากจริงๆ


          ทางด้านลิเวอร์พูลที่ปีนี้พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด จนมาสามารถเป็นผู้ท้าชิงทีมสุดแกร่งอย่างแมนฯซิตี้ได้ ก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน โดยพวกเขาพัฒนาในส่วนที่พวกเขาขาดหายไป อย่างการขันเกมรับให้เหนียวแน่นขึ้น ด้วยการมาของเฟอร์กิล ฟาน ไดค์  และ อลีสซง เบ็คเกอร์ ทำให้จากที่พวกเขาเป็นทีมที่พร้อมจะเสียประตูอยู่ตลอดเวลา กลายเป็นทีมที่เกมรับแข็งแกร่งที่สุดในลีกไปเลย และนอกจากนั้นพวกเขาก็ยังพัฒนาฟอร์มการเล่นและมีความคงเส้นคงวามากกว่าเดิมแบบหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว จริงอยู่ที่พวกเขาอาจจะทำแต้มหล่นไปช่วงหนึ่งของฤดูกาล ที่ทำให้จากที่นำ 7 คะแนน กลับต้องมาตามหลังแมนฯซิตี้อยู่ 1 คะแนนแบบนี้  และตอนนั้นทุกคนก็อาจจะคิดว่าลิเวอร์พูลคงทำแต้มหล่นเรี่ยราดต่อไป จนโดนแมนฯซิตี้ทิ้งห่างไปในที่สุด  แต่เปล่าเลย!! หลังจากที่พวกเขาตามหลังแมนฯ ซิตี้ด้วยช่องว่างเท่านี้ กระทั่งถึงตอนนี้ช่องว่างนั้นก็ยังเท่าเดิม ซึงเท่ากับว่าพวกเขาก็ยอดเยี่ยมและเก็บชัยชนะมาได้เรื่อยๆ แบบไม่มีตกหล่นเช่นเดียวกัน และนั่นทำให้การลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้ ต้องมาตัดสินกันในเกมสุดท้ายแบบนี้ ซึ่งตรงนี้เป็นเครื่องยืนยันได้ว่าพวกเขาก็ยอดเยี่ยมและถ้าแชมป์เป็นของพวกเขา มันก็เป็นเรื่องที่สมควรมากๆ เช่นเดียวกัน


                                                     ลิเวอร์พูลยกระดับตัวเองขึ้นมาได้อย่างสุดยอด

ลิเวอร์พูลยังมีลุ้นไหม ?

          สถานการณ์ที่เป็นในปัจจุบัน ดูแล้วดูจะเป็นการยากอยู่พอสมควร ที่ลิเวอร์พูลจะปาดหน้าแมนฯ ซิตี้ไปคว้าแชมป์ได้แบบที่เราคาดหวังกัน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่ไม่มีหวังหรือง่ายซะจนหมดลุ้นจนเกินไปนักครับ เมื่อแมนฯซิตี้นั้น มีคิวจะต้องไปเยือนไบรท์ตัน ซึ่งดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่เราเห็นกันแล้วครับ ว่าผู้เล่นแมนฯซิตี้เอง ก็ยังมีความเป็นมนุษย์อยู่ และพวกเขาก็ ”ออกอาการ” กดดันอยู่เหมือนกัน กับสถานการณ์ที่ลิเวอร์พูลกัดไม่ปล่อยขนาดนี้ ยิ่งกับนัดเลสเตอร์ซิตี้ ยิ่งออกอาการให้เห็นมากอยู่พอสมควรเลย เพียงแต่มาได้ประตูผีจับยัดจากแว็งซ็องต์ กอมปานีช่วยไว้ ไม่งั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นในนัดนั้น และกับเกมนี้ที่เป็นเกมเยือนซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้ว และยิ่งการเป็นการเยือนในเกมปิดท้ายฤดูกาลแบบนี้ ไม่มีทีมไหนอยากแพ้ส่งท้ายต่อหน้ากองเชียร์ตัวเองหรอกครับ นั่นทำให้พวกเขาต้องเต็มที่และทำทุกอย่างที่จะหยุดแมนฯซิตี้ให้ได้เช่นกัน แม้ว่าพวกเขาจะรอดจากการตกชั้นไปแล้วก็ตาม เพราะฉะนั้นลิเวอร์พูลยังมีความหวังแน่นอนครับ มันไม่ใช่งานที่ง่ายของแมนฯซิตี้่อย่างแน่นอน แต่กระนั้นลิเวอร์พูลก็ต้องทำตัวเองให้ได้ด้วยครับ เมื่อพวกเขามีโปรแกรมรับการมาเยือนของทีมแกร่งอย่างวูลฟ์แฮมตันฯ เงื่อนไขที่พวกเขาต้องทำให้ได้ก็เหมือนเดิมนั่นแหละครับ คือทำยังไงก็ได้ให้ชนะ แล้วค่อยมาลุ้นกันว่าผลสุดท้ายจะเป็นยังไง แต่ดูเหมือนสถานการณ์ในเกมของลิเวอร์พูลจะเข้าทางพวกเขาอยู่พอสมควรเหมือนกัน เพราะว่าพวกเขาได้นักเตะตัวหลักกลับมา ยิ่งมาเล่นในแอนฟิลด์แบบนี้ โอกาสเก็บชัยชนะน่าจะสูงอยู่พอสมควร แต่กระนั้นก็ต้องไม่ประมาท เพราะก่อนหน้าเราก็ได้เห็นสิ่งที่เหลือเชื่อกันมาแล้ว แต่เชื่อว่าการเล่นในบ้านนั้นลิเวอร์พูลไม่น่าจะพลาด สุดท้ายก็น่าจะต้องไปลุ้นกับผลการแข่งขันของคู่แมนซิตี้นั่นแหละ ว่าจะออกมาเป็นใจให้กับพวกเขาหรือเปล่า และก็อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่า “อะไรก็เกิดขึ้นได้” จริงๆ ครับ   


                                                  
                                             คริสตัล พาเลซยังเคยพลิกล๊อคสุดๆ โดยการคว่ำแมนฯซิตี้มาแล้ว



                                       ลิเวอร์พูลเป็นจอมสร้างปาฏิหาริย์ประจำฤดูกาลนี้ ครั้งนี้พวกเขาจะทำได้อีกครั้งไหม?

ฤดูกาลแห่งปาฏิหาริย์   


          ไม่ว่าฤดูกาลนี้จะจบแบบไหนก็ตาม แฟนลิเวอร์พูลก็สามารถภาคภูมิใจกับทีมได้เต็มที่อยู่แล้วครับ กับพัฒนาการของทีม ทั้งในและนอกสนาม ลิเวอร์พูลในวันนี้นั้นต่างกับลิเวอร์พูลในวันที่คล็อปป์เข้ามาทำงานในวันแรกอย่างลิบลับจริงๆ ถ้าพวกเขาไม่ได้แชมป์ในวันนี้ แต่ในปีหน้าก็จะไม่มีใครกล้ากาชื่อพวกเขาทิ้งจากสารบบการลุ้นแชมป์อย่างแน่นอน และเชื่อว่าทุกคนจะมองลิเวอร์พูลด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมไปโดยสิ้นเชิง แต่มันจะจบสวยงามมากยิ่งขึ้น ถ้าปาฏิหารย์นั้นเกิดขึ้นอีกครั้งในค่ำคืนสุดท้ายของการแข่งขันในฤดูกาลนี้ และอย่างที่เห็นกันนั่นแหละครับ  ว่าฤดูกาลนี้นั้นมันเต็มไปด้วยความมหัศจรรย์เหลือเกิน  และถ้ามันจะเกิดขึ้นอีกครั้งคงไม่แปลกอะไรกับทีมที่เป็นจอมสร้างปาฏิหาริย์อย่างลิเวอร์พูลใช่ไหมล่ะ





ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด