:::     :::

ต้องมาตรฐานเดียวกัน!

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ศึกลูกหนังไทยลีกสัปดาห์ที่เพิ่งผ่านพ้น มีหลายเหตุการณ์ ชวนให้ตั้งวงถกกันอย่างดุเดือดมากมาย

โดยเฉพาะประเด็นการทำหน้าที่ของ ผู้ตัดสิน ที่กลับมาเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้งหนึ่ง

วีกที่เพิ่งจบไป มี 2 เคสใหญ่ ที่แฟนบอลหยิบมาพูดถึงกันอย่างมาก ในเกมคู่ของ การท่าเรือ เอฟซี พบ ทรู แบงค็อกฯ และ สุพรรณบุรี เอฟซี พบ เอสซีจี เมืองทองฯ

ที่ต้องใช้คำว่า “เคสใหญ่” เพราะเป็นความผิดพลาดที่ไม่น่า “ผิดพลาด”

ค่ำวันเสาร์ที่แพท สเตเดียม แฟนบอล-นักเตะ การท่าเรือ ถึงกับเลือดขึ้นหน้า เมื่อเขาเสียผลประโยชน์ที่ควรจะได้ จากความผิดพลาดของ อาคม เจริญสุข ผู้ตัดสินในเกม

จังหวะดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วง 10 นาทีสุดท้ายของเกม เซร์คิโอ ซัวเรส ของเจ้าถิ่น ถูก วิศรุต อิ่มอุระ เตะล้มในเขตโทษแบบชัดเจน และผู้ตัดสินอยู่ห่างจุดเกิดเหตุไม่ถึง 10 เมตร และไม่มีนักเตะคนไหนบังวิสัยทัศน์

มองแบบไม่ต้องมีภาพช้าหรือเหล่ตาข้างเดียวยังไงก็จุดโทษ 100 เปอร์เซ็นต์ ทว่า อาคม เจริญสุข กลับทำเซอร์ไพรส์ด้วยการให้เป็น “ฟรีคิก” แทน แน่นอนคำตัดสินนี้มีผลต่อ 3 คะแนนของ การท่าเรือ

แม้หลังจบเกม “เปาบุ้นจิ้นลูกหนัง” อย่าง  พล.ต.ท. อำนวย นิ่มมะโน โฆษกสมาคมฟุตบอลฯ จะประกาศแบน อาคม เจริญสุข ที่ทำหน้าที่ผิดพลาดในเกมจนจบซีซั่น ซึ่งเป็นบทลงโทษอันสมน้ำสมเนื้อ แต่สิ่งที่ “สิงห์เจ้าท่า” ไม่สามารถได้คืนกลับมาคือ ผลการแข่งขันในเกมดังกล่าวที่อาจเป็น 3 คะแนน

หากการตัดสินแบบที่ไม่น่าผิดพลาดในจังหวะดังกล่าว “เป็นจุดโทษ”


กลิ่นความบัดซบของผู้ชี้ขาดบนผืนหญ้าเกมวันเสาร์ยังไม่ทันจางไป ค่ำวันอาทิตย์ คลื่นความผิดพลาดระลอกใหม่ถูกเข้ามาแทนที่ในเกม “ช้างศึกยุทธหัตถี” เปิดบ้านรับ “กิเลนผยอง”

หลังเกมดำเนินผ่าน 25 นาที่แรก จังหวะที่ เมืองทองฯ ได้บุก มาริโอ ยูรอฟสกี ดีดบอลคิลเลอร์พาสให้ อดิศร พรหมรักษ์ ที่เติมขึ้นมาทางกาบขวาหลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษ ก่อนกระดกบอลหลบแนวรับ สุพรรณบุรี เอฟซี และกำลังจะง้างยิง

ทว่า ทินกร อสุรินทร์ แนวรับเจ้าถิ่นเข้ามาเสียบใส่อย่างจังอย่างที่ “ไม่โดนบอล”

หากแต่ ภาณุมาส พันธ์สะโม ผู้ตัดสินในเกมดังกล่าวกับ “เฉยเมย” ไม่ชี้เป็นจุดโทษ ทั้งที่ช็อตดังกล่าวสมควรฟาล์วอย่างชัดเจน และ ทินกร สมควรถูกคาดโทษขั้นต่ำด้วย ใบเหลือง

เกมจบแบบไร้สกอร์พร้อม “ผลประโยชน์” ที่เมืองทองฯ สมควรได้รับถูกหักดิบทิ้งอย่างค้านสายตา

มองน้ำหนักการตัดสินของจังหวะนี้ กับ ช็อตที่ เซร์คิโอ ซัวเรส ถูกเตะล้มในกรอบเขตโทษแต่ไม่ได้จุดโทษ หาก อาคม เจริญสุข ถูกแบนตลอดทั้งซีซั่นที่เหลือ  ภาณุมาส พันธ์สะโม เองสมควรได้รับโทษที่คล้ายกัน หรือไม่ต่างจากนี้มาก

เพราะเป็น “ข้อผลิดพลาด” ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นกับผู้ตัดสินระดับ “ไทยลีก”

ขณะที่ผู้เขียนปั่นคอลัมน์นี้ ยังไม่มีบทลงโทษออกมาอย่างชัดเจนจากสมาคมฟุตบอลฯ ซึ่งในจะนำเรื่องเข้าพิจารณาในที่ประชุมมันที่ 21 พ.ค.นี้

ทั้งการท่าเรือ และ เมืองทอง เสียผลประโชน์ในเกมอย่างที่ไม่ควรจะเสียเหมือนกัน ด้วยความผิดพลาดที่ใหญ่พอกัน

ฉะนั้น “มาตรฐาน” การลงโทษใน 2 เคสนี้ก็ต้องปฏิบัติไม่ต่างกันด้วย

หวังว่าท่านเปาบุ้นจิ้น(ลูกหนัง) จะตัดสินอย่างซื่อตรง


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด