:::   03:58 - ผลลีก เอิง : ลียง แพ้ เปแอสเช 0-1, อองเช่ร์ ชนะ แซงต์ เอเตียน 4-1, แรนส์ เสมอ ลีลล์ 1-1   :::   03:51 - ผลลาลีกา : เซบีย่า แพ้ เรอัล มาดริด 0-1, แอธเลติก บิลเบา ชนะ อลาเบส 2-0, บาเลนเซีย เสมอ เลกาเนส 1-1, เอสปันญ่อล แพ้ เรอัล โซเซียดาด 1-3, เคตาเฟ่ ชนะ มายอร์ก้า 4-2   :::   03:37 - ผลกัลโช่ เซเรีย อา : ลาซิโอ ชนะ ปาร์ม่า 2-0, อตาลันต้า เสมอ ฟิออเรนติน่า 2-2, โบโลญญ่า แพ้ โรม่า 1-2, เลชเช่ แพ้ นาโปลี 1-4, ซามพ์โดเรีย ชนะ โตริโน่ 1-0, ซาสซูโอโล่ ชนะ สปาล 3-0   :::   02:53 - ผลเบลเยียม เฟิร์ส ดิวิชั่น เอ : ซูลเต้ วาเรเกม เสมอ เกนท์ 2-2, คลับ บรูช ชนะ อันเดอร์เลชท์ 2-1, สตองดาร์ ลีแอช ชนะ อูเปน 3-0   :::   01:58 - ผลปอร์ตูกัล ลีกา โนส : ทอนเดล่า แพ้ กิมาไรส์ 1-3, เซตูบัล เสมอ ปอร์ตีโมเนนเซ่ 0-0, กิล วิเซนต์ เสมอ เบาวิสต้า 0-0   :::

ปิดฉากอย่างสมบูรณ์แบบ

วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม 2562 คอลัมน์ สิงห์สนามจริง โดย ยักษ์เดนส์
1,265
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ท่ามกลางฤดูกาลที่เต็มไปด้วยปัญหาที่รุมเร้ามาตลอด คงไม่มีใครคิดว่าท้ายที่สุดแล้ว เชลซี จะบรรลุเป้าหมายที่วางได้สำเร็จ

ขออนุญาตตัดเรื่องการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เพราะเมื่อทีมเกิดการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งตัวกุนซือ แถมผลงานของทีมที่น่าผิดหวังจากฤดูกาลที่แล้ว แม้แต่ตั๋วลุยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกยังไม่ได้ คงไม่ถึงขนาดว่าจะพุ่งขึ้นมาเอาแชมป์ในปีถัดมา 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับฟอร์มที่สุดแข็งแกร่งของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่จัดแต้มเข้ากระเป๋าไปถึง 100 คะแนน ต้องยอมรับว่าบรรดาผู้ตามยังห่างอยู่พอสมควร

การมาของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ กับเป้าหมายกลับไปเล่นในถ้วยใหญ่ของยุโรปอีกครั้งให้ได้ กับการมีโทรฟี่บอลถ้วยสักรายการก็ถือว่าไม่ขี้เหร่แล้ว

เพียงแต่การเป็นกุนซือ "เชลซี" ไม่อาจจะทำให้เป้าหมายที่วางไว้ผิดเพี้ยนแม้แต่เพียงนิ้วเดียว ไม่อย่างนั้นชะตาอาจจะขาดได้

        

นายใหญ่ชาวอิตาเลี่ยนสร้างเซอร์ไพรส์อย่างยอดเยี่ยมในช่วงต้นซีซั่นที่พาทีมไร้พ่ายในลีก 12 เกมติดต่อกัน ขึ้นแท่นเป็นกุนซือทีมคุมทีมปีแรกแล้วไม่แพ้ใครนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก ทำให้เหล่าสาวก "สิงห์บลูส์" แอบฝันเล็กๆว่าทีมอาจจะได้ลุ้นแชมป์ลีกเหมือนกัน

ซาร์รี่ เข้ามาพร้อมกับปรัชญาการทำทีมที่ "เน้น" การครองบอล ในทุกนัดแทบจะเห็นพลพรรคสีน้ำเงินครองบอลอยู่แทบจะข้างเดียว แม้ว่าจะสร้างความหงุดหงิดให้กับเหล่าสาวกที่ทีมไม่เข้าทำสักที แต่ทีมก็ยังยึดมั่นแนวทางแบบนั้นมาเสมอ

แม้กระทั่งในยามที่ผลงานย่ำแย่จนถูกแฟนบอล "ด่า" อย่างหนักหน่วง ซาร์รี่ ก็ยังคงก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป

ทำไปด้วยทรัพยากรอันน้อยนิดที่มีอยู่


ต้องยอมรับว่าแข้งในทีมฤดูกาลนี้ที่มีอยู่นั้นยังไม่เพียงพอสำหรับการลุ้นแชมป์ ปัญหามีอยู่แทบทุกตำแหน่ง ผู้รักษาประตูทุ่มทุนดึง เกปา อาร์รีซาบาลาก้า เข้ามาด้วยค่าตัวระดับสถิติโลก กองหลังยังเป็นชุดเดิมจากเมื่อฤดูกาลที่แล้ว อาจจะมีการเปลี่ยนหน้าให้ ดาวิด ลุยซ์ ที่เป็นกองหลังในแบบที่ ซาร์รี่ ชื่นชอบกลับมาเป็นตัวหลักอีกครั้งหลังแทบจะหมดอนาคตไปแล้ว

เห็นได้ชัดว่า ซาร์รี่ ชอบกองหลังที่สามารถดันเกมขึ้นมาถึงกลางสนามและพร้อมจะวางบอลให้แนวรุกเล่น เราจึงเห็นทั้ง ลุยซ์ และ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ไม่ได้เป็นแค่เซนเตอร์คอยส่งบอลให้เพื่อนขึ้นเกมเท่านั้น แต่ทั้งคู่พร้อมสนับสนุนเกมรุกเช่นกัน

แดนกลางอาจจะไม่ถูกตาต้องใจแฟนๆนักเมื่อหนีบเอา จอร์จินโญ่ มาปักหลักตรงกลางจนต้องขยับเอา เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ไปอยู่ด้านข้างแถมยังเล่นเกมรุกมากกว่าเดิมทั้งที่ธรรมชาติของเขาคือคอยตัดเกมหน้าแผงหลัง

แนวรุกฝากผีฝากไข้กับ เอแด็น อาซาร์ ได้เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น ส่วน เปโดร โรดริเกซ กับ วิลเลี่ยน เอาแน่เอานอนไม่ได้ เกมนี้ดี เกมหน้าห่วย ลงตัวจริงไม่มีประโยชน์ ลงเล่นเป็นสำรองช่วยทีมได้ดีกว่า สลับกันแบบนี้มาตลอด


ส่วนหน้าเป้าธรรมชาติมีแค่ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ คนเดียวนั่นคือปัญหาที่หนักหน่วง การปล่อย อัลบาโร่ โมราต้า แล้วไม่ได้ใครเข้ามาดูเหมือนจะเป็นแนวคิดที่ผิดพลาด ยังดีที่ปีนี้ อาซาร์ เข้าฝักสุดๆช่วยอุดช่องว่างเอาไว้ได้

นั่นคือปัญหาที่ทุกคนมองเห็น ยังไม่รวมปัจจัยนอกสนามตามสไตล์ "สื่ออังกฤษ" ที่พร้อมลากไส้คุณออกมายำให้เละหากมีความผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว

เชลซี เผชิญหน้ากับช่วงเวลาแห่งความตกต่ำเมื่อแพ้ 3 จาก 4 เกมพรีเมียร์ลีกช่วงเดือนมกราคมต่อกุมภาพันธ์ ทำให้เส้นทางลุ้น "ท็อปโฟร์" ของตารางเริ่มสั่นคลอนไป แถมยังตกรอบเอฟเอ คัพ ด้วยการแพ้ให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด อีก ก่อนที่ปลายเดือนแห่งความรักจะดวลเป้าพ่าย แมนฯ ซิตี้ ในเกมคาราบาว คัพ ท่ามกลางปัญหาในเกมที่ เกปา ขัดคำสั่ง ซาร์รี่ ไม่ยอมเปลี่ยนตัวออกจากสนาม จนมีกระแสว่า เมาริซิโอ ซาร์รี่ อาจจะโดนเด้งฟ้าฝ่าจากทีม

ยังไม่รวมถึงข่าวลือเรื่องย้ายทีมของ อาซาร์ ที่ทำท่าจะเสร็จ เรอัล มาดริด แน่นอน อยู่ที่จะช้าหรือเร็ว, เจ้าของทีมอย่าง โรมัน อบราโมวิช ที่หายหน้าไปจากที่ปกติจะเข้ามาชมเกมอยู่เสมอก็ไม่มาเลย ก่อนมีการเปิดเผยว่าถูกแบนไม่ให้ต่อวีซ่าเข้าประเทศอังกฤษ


มันยังตามมาด้วยข่าวการโดนลงโทษแบนห้ามซื้อนักเตะในอีก 2 ตลาดถัดไป หลังซื้อดาวรุ่งมาร่วมทีมแบบผิดกฎอีก เอากันเข้าไป

ดูเหมือนว่าอะไรอะไรจะไม่เป็นใจและ เชลซี กำลังดำดิ่งลงสู่ช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุด

ลมหายใจเฮือกสุดท้ายของ ซาร์รี่ คือในยูโรปา ลีกที่ทีมยังคงเดินหน้าไปตามแผนงานเข้ารอบต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งต้องยอมรับกันตามตรงว่า เชลซี โชคดีอย่างมากที่ไม่เจอคู่แข่งที่แข็งเลยตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มกับทีมอย่าง วิดีโอตอน, บาเต้, พีเอโอเค เรื่อยมาจนถึงรอบร็อคเอาท์กับ มัลโม่, ดินาโม เคียฟ และ สปาร์ต้า ปราก

จะมีเสียวหน่อยในรอบตัดเชือกกับ แฟร้งค์เฟิร์ต ที่เกือบพลาดท่าแต่ก็ยังดวลจุดโทษเข้าชิงชนะเลิศสำเร็จ

ส่วนในลีกแม้จะกระท่อนกระแท่นไปบ้าง แต่การที่คู่แข่งอย่าง สเปอร์ส, อาร์เซน่อล และ แมนฯ ยูไนเต็ด ล้วนพร้อมใจพากันสะดุดหัวทิ่มจนทำให้ทีมก้าวไปยึดถึงอันดับ 3 ของตาราง แม้จะชนะแค่เกมเดียวจาก 5 เกมหลัง

เป้าหมายของทีมบรรลุไปหนึ่งอย่าง พร้อมกับเข้าชิงถ้วยยูโรปา ลีกที่มีทีม "ปืนใหญ่" คู่แข่งรวมลีกเป็นคู่ต่อกร


หลายสิ่งหลายอย่างดูไม่ค่อยสู้ดีกับข่าวที่ออกมาก่อนเกมว่า เมาริซิโอ ซาร์รี่ แอบตกลงกับ ยูเวนตุส ว่าจะรับงานคุมทีม หรือจะ เอแด็น อาซาร์ ที่จ่อจะไปร่วมทัพ เรอัล มาดริด เป็นสิ่งที่รบกวนจิตใจฝั่งสีน้ำเงิน แต่ทั้งคู่ก็เผยว่าขอเน้นกับเกมรอบชิงชนะเลิศก่อนเท่านั้น

เชลซี จัดการกับเกมรุกของ อาร์เซน่อล ได้อยู่หมัด แม้ทาง ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง และ อเล็กซ็องด์ ลากาแซ็ตต์ จะมีโอกาสส่องประตูไม่น้อย แต่ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นอันตรายแต่อย่างใด

ต้องยกเครดิตให้เกมรับ เชลซี โดยเฉพาะ จอร์จินโญ่ คนเดียวที่แทบจะคุมเกมกลางสนามได้เกือบทั้งหมด เป็นคนกำหนดจังหวะเกมของทีมด้วยการจ่ายบอลถึง 1 ใน 3 ที่ทีมทำได้ในเกมนี้ บีบให้ ลูกัส ตอร์เรยร่า และ กรานิต ชาคา ไม่ได้มีส่วนร่วมกับเกมมากนักนอกจากวิ่งไล่บอล

นั่นยังรวมถึงเกมรุกของทีมที่พากันเข้าฝัก โดยเฉพาะ เอแด็น อาซาร์ ที่เป็นตัวป่วนอยู่แล้ว เมื่อได้ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ที่โดดเด่นเหลือเกินยามลงสนามในเกมยูโรปา ลีกคอยช่วยบวกกับ เปโดร อีกคน เกมรุกของ เชลซี ก็มีความไหลลื่นมากกว่าเดิม

สกอร์ 4-1 ถือว่าสมเหตุสมผลกับรูปเกมที่ออกมา ชัยชนะของ เชลซี ก็คือการประกาศชัยชนะของ ซาร์รี่ ด้วยเช่นกัน

        

แม้จะมีเรื่องน่าเสียใจกับการกล่าวคำอำลาของ เอแด็น อาซาร์ แต่เชื่อว่าแฟนบอลเชลซีส่วนใหญ่คงทำใจกันไว้แล้ว แม้จะแอบหวังอยู่ลึกมากกว่าเจ้าตัวจะกลับลำอยู่กับทีมต่อไปก็ตามที

แต่ทั้งหมดทั้งมวลคงต้องขอยกความดีความชอบให้กับ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ผู้อดทนทำงานของตัวเอง แม้จะโดนวิจารณ์จากทั้งสื่อและแฟนบอลของทีมตัวเองหนักแค่ไหน ก็ก้มหน้าก้มตาพาทีมไปในตามแนวทางของตัวเองมาตลอด อย่างที่เจ้าตัวบอกว่าไม่เน้นซื้อนักเตะ แต่ขอใช้นักเตะให้เป็นแบบที่ตัวเองต้องการก่อน

มันก็คงจะทำให้สาวกสิงห์บลูส์หันมาสนับสนุนและให้ความรักกับ เมาริซิโอ ซาร์รี่ เหมือนที่เคยให้กับคนเก่าๆอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ หรือ กุส ฮิดดิ้งค์ กันบ้าง

ไม่ว่าท้ายที่สุดแล้ว เมาริซิโอ ซาร์รี่ จะยังอยู่ในตำแหน่งนายใหญ่ของทีมต่อไปในฤดูกาลหน้าหรือไม่ เขาก็ได้ฝากผลงานไว้เป็นที่จารึกแล้ว


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด