:::     :::

"ผมอยากลงเล่นนัดชิงอีกครั้ง" อองตวน กรีซมันน์

วันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม 2560 คอลัมน์ Zero to Hero โดย บังคุง
3,537
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
หากจะหานักเตะที่อาภัพมากสุด ในช่วงปี 2016 ที่ผ่านมา "อองตวน กรีซมันน์" ถือเป็นหนึ่งในนั้น

        ขวบปี 2016 ถือเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายของดาวเตะร่างเล็ก ทั้งในนามสโมสรที่แอตเลติโก้ มาดริด พ่ายต่อคู่ปรับเรอัล มาดริด ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ 2015-16 ต่อด้วยทีมชาติฝรั่งเศส ที่พ่ายต่อโปรตุเกส ในยูโร 2016 นัดชิงชนะเลิศ

        สิ่งเหล่านี้, ถือเป็นความชอกช้ำ 2 ครั้งติดต่อกัน และที่สำคัญมากกว่านั้น คือมันเกิดขึ้นภายในระยะเวลาห่างกันเพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้น

        อย่างไรก็ตาม เขายังสมบทหัวใจสิงห์ ด้วยการไม่ขอยอมแพ้ พร้อมกับประกาศกร้าวว่า อยากกลับมาเล่นในนัดชิงชนะเลิศ อีกครั้งให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นทัวร์นาเมนต์ใดก็ตาม

        ช่วงนี้เราไปดูบทสัมภาษณ์ และมุมมองกันหน่อยว่า เขามองความพ่ายแพ้ทั้ง 2 ครั้งนั้น และมีวิธีการรับมือกับความผิดหวังเหล่านั้นอย่างไรบ้าง ?  

อยากกลับไปแก้ตัว

        "แน่นอนเลย ความพ่ายแพ้ในนัดชิงชนะเลิศ ทั้งในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และยูโร 2016 ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าผิดหวังมากสุดในเส้นทางลูกหนังของผม"

        "นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมผมถึงอยากลงเล่นนัดชิงชนะเลิศอีกครั้ง และมันต้องเกิดขึ้นภายในระยะเวลาอันสั้น ผมเองมีความเชื่อมั่นว่า หากมันเดินทางมาถึงอีกครั้ง ผมจะเดินออกจากสนามในฐานะของผู้ชนะบ้าง"


ความคิดต่อความพ่ายแพ้

        "ผมมีความคิดทั้งเชิงบวก และเชิงลบ ช่วงเวลาก่อน และระหว่างการแข่งขันนั้น มันเป็นเรื่องราวที่น่าอัศจรรย์ใจมาก เพราะทั้งสองเกมอย่างยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2015-16 และยูโร 2016 ถือเป็นสองนัดชิงชนะเลิศครั้งแรกที่ผมมีโอกาสได้สัมผัส"

        "อย่างไรก็ตาม การพ่ายแพ้ถือเป็นเรื่องยากต่อการทำใจ ผมไม่เคยชอบความพ่ายแพ้ ผมเป็นแบบนี้มา ตั้งแต่สมัยที่ผมยังเป็นเพียงเด็กชายคนหนึ่งที่เติบโตในบ้านเกิด แถวย่านมากง ประเทศฝรั่งเศส"

        "ตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก ผมไม่สามารถทนดูทีมอื่นขึ้นรับถ้วยรางวัลได้ มันเป็นความรู้สึกแบบเดียวกัน กับที่เกิดขึ้นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ กับเรอัล มาดริด"

        "อย่างไรก็ตาม ศึกยูโร 2016 นัดชิงชนะเลิศ มีความแตกต่างออกไป ผมสามารถมองนักเตะทีมชาติโปรตุเกส เฉลิมฉลองชัยชนะได้"

        "นั่นเป็นเพราะผมบอกกับตัวเองว่า ครั้งหน้าอาจเป็นคราวที่ผมพบกับความสมหวังบ้าง ซึ่งความพ่ายแพ้เหล่านั้น ถือเป็นแรงผลักดันที่ยอดเยี่ยมสุดเท่าที่จะมีได้"


ไม่หวนกลับไปดูอีกครั้ง

        "ผมมีบางอย่างจะสารภาพ ผมย้อนกลับไปดูการแข่งขันยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2015-16 และยูโร 2016 อย่างไรก็ตาม ผมดูแค่ถึงรอบรองชนะเลิศเท่านั้นนะ (หัวเราะ)"


รางวัลส่วนตัว

        "ผมมีความสุขมาก ที่ได้รับเลือกเข้าไปติดอันดับ 3 ของนักเตะยอดเยี่ยมของฟีฟ่า (ช่วงปี 2016) มันเป็นความฝัน สำหรับการเป็นนักเตะที่ดีที่สุดของฤดูกาลที่ผ่านมา ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะทำมันแบบนั้นได้อีกครั้ง"

        "ผมอยากบอกกับทุกคนว่า ผมไม่สามารถทำแบบนี้ได้ หากปราศจากแรงผลักดันจากบรรดาเพื่อนร่วมทีม ทั้งสโมสร และทีมชาติ พวกเขาสมควรได้รับเครดิตเหมือนกัน"


บุคคลสำคัญ "ดิเอโก้ ซิเมโอเน่"

"แน่นอน !! ซิเมโอเน่ ถือเป็นคนที่เปลี่ยนแปลงผม เขานำหลายสิ่งหลายอย่าง มาสู่แนวทางการเล่นของผม มันเป็นเรื่องที่ยากมาก ที่จะอธิบายความเป็นตัวเราสองคน"

        "ผมกล่าวได้เพียงว่า ผมคงไม่มีโอกาสก้าวมาเป็นนักเตะที่หลายคนยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีสุดในโลก หากปราศจากเขา นอกจากนี้ เขาช่วยให้ผมมีประสิทธิภาพในการลุ้นทำประตูด้วย"

        "อีกอย่างคือ การปรับให้ผมเป็นคนที่วิ่ง, วิ่ง และก็วิ่ง พร้อมกับทำงานอย่างหนักเพื่อทีม คุณไม่สามารถเป็นนักเตะของทีมแอตเลติโก้ มาดริด ได้หรอก หากปราศจากคุณสมบัติเหล่านั้น"


คำพูดของซิเมโอเน่ ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ กับเรอัล มาดริด

        "เขาพูดบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งมีความสำคัญต่อตัวผมมาก สำหรับผม คิดว่าเป็นความผิดของตัวเอง เนื่องจากในวันนั้น ผมเป็นคนที่ยิงจุดโทษในเกมพลาด"

        "จากนั้น เขาเดินมาหาผม พร้อมกับบอกว่าผมเป็นส่วนสำคัญของทีม และผมไม่ควรวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถึงเวลาแล้วที่เราจะกลับมาทำงานหนักกันอีกครั้ง เพื่อกลับเข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศอีกหนให้ได้"


ความรู้สึกต่อแอตเลติโก้ มาดริด

        "ผมรู้สึกดี ทั้งกับสโมสร และเมืองมาดริด ในฐานะบุคคล ผมมีความสุขมากๆ ส่วนในฐานะนักฟุตบอล เราย้ายมาเล่นที่สนามแห่งใหม่ นั่นเป็นเรื่องที่สำคัญมาก"

        "เราต้องดูว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต แต่ตอนนี้ ผมมีความสุขมากที่นี่ และหวังว่าจะพาสโมสรแห่งนี้ กวาดถ้วยแชมป์เข้ามาประดับในตู้โชว์ให้จงได้"

ความเป็นสเปน

        "ผมรู้สึกดีมากกับการใช้ชีวิตที่สเปน ผมพูดคุยกับภรรยา และลูกสาวเป็นภาษาสแปนิช ด้วยนะ ขนาดช่วงเวลาที่ผมโกรธ ผมยังนึกเป็นคำเป็นภาษาสแปนิช เลย !!"

        "มันเป็นความจริงที่เกิดขึ้น แต่มันจะเปลี่ยนแปลงไปก็ต่อเมื่อ ผมกลับมาสวมเสื้อทีมชาติฝรั่งเศส เพราะบ้านเกิดถือเป็นความรักทั้งหมดของผม"


อนาคตกับทีมชาติฝรั่งเศส

"เราโชคร้ายเล็กน้อย เนื่องจากเรามีผลงานที่ดีในศึกฟุตบอลโลก 2014 และยังเกือบคว้าแชมป์ในยูโร 2016 อย่างไรก็ตาม ทีมชาติโปรตุเกส สามารถตั้งรับได้อย่างเหนียวแน่น"

        "ผมเป็นคนมองโลกในแง่ดี ผมคิดว่าทีมชาติฝรั่งเศส เป็นทีมที่เต็มไปด้วยนักเตะที่มีความสามารถ เรามีผู้จัดการทีมที่ดี และบรรยากาศภายในห้องแต่งตัวที่ยอดเยี่ยม"

        "เราเริ่มต้นได้ดีในเส้นทางสู่ฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย จากจุดนั้น ทำให้ผมคิดว่าเราสามารถมองถึงอนาคตที่สดใสได้"


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด