:::   08:57 - ผลคอนคาเคฟ โกลด์ คัพ 2019 : คิวบา แพ้ มาร์ตินิก 0-3   :::   06:23 - ผลโกปาอเมริกา 2019 : โคลอมเบีย ชนะ กาตาร์ 1-0   :::   03:52 - ผลชิงแชมป์ยุโรปรุ่นยู-21 : อิตาลี แพ้ โปแลนด์ 0-1, สเปน ชนะ เบลเยียม 2-1   :::   03:52 - ผลบอลหญิงชิงแชมป์โลก : ญี่ปุ่น แพ้ อังกฤษ 0-2, สกอตแลนด์ เสมอ อาร์เจนตินา 3-3   :::

จากโคตรอริ สู่โคตรตำนาน .. ริโอ เฟอร์ดินานด์

วันอาทิตย์ที่ 09 มิถุนายน 2562 คอลัมน์ #BELIEVE โดย ศาลาผี
1,687
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ริโอ เฟอร์ดินานด์ กับเรื่องราวสมัยย้ายเข้ามาอยู่กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดใหม่ๆ และการถูกโซลชาBully ในวันซ้อมวันแรก!

กับการเป็นสถิตินักเตะค่าตัวแพงที่สุดในเกาะอังกฤษยุคนั้นของริโอ แถมทำลายสถิตินี้ด้วยตัวเองถึงสองครั้งในการย้ายทีม ถือว่านี่ไม่ใช่นักเตะธรรมดาเลยในยุคต้น2000s จากการที่ลีดส์สร้างสถิติ18ล้านปอนด์ดึงมาจากเวสต์แฮม ก่อนที่เซอร์อเล็กซ์ จะจัดการกระชากคอเขามาที่แมนยูไนเต็ดอีกต่อด้วยราคา 30ล้านปอนด์


อย่างที่กล่าวกันบ่อยๆว่า นี่คือดีลที่ผมมักจะพูดเสมอว่า แมนยูไนเต็ดไม่ได้มีภาพลวงตาที่ว่า ปั้นเด็กเยาวชนแล้วเก่งเพียวๆอะไรขนาดนั้น เอาจริงๆระบบอะคาเดมี่ของเราอาจจะยังด้อยกว่าหลายๆสโมสรด้วย ไอ้ที่ล้มเหลวย้ายทีมไปโตที่อื่นก็เยอะ  แต่สิ่งหนึ่งที่แมนยูไนเต็ดไม่เคยขาด คือการทุ่มซื้อ "โคตรนักเตะ" เข้ามาสโมสรเราสักคนนึงเพื่อที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมให้สุดๆ เพื่อไม่ให้คู่แข่งไล่ตามได้ทัน


หนึ่งในซุปเปอร์ดีลสะท้านโลกันตร์ในยุคนั้น คือดีลกระชากเฟอร์ดินานด์ มาจากอริตลอดกาลอย่างลีดส์ ยูไนเต็ด ด้วยสนนราคา 30ล้านปอนด์ อันเป็นค่าตัวแพงที่สุดบนเกาะอังกฤษในยุคนั้น


ช่วงเวลาที่ริโอย้ายมาอยู่กับทีมเราแรกๆ แน่นอนว่ามันจะต้องมีอะไรเหมือนๆกับนักเตะใหม่คนอื่นๆ แต่สำหรับคนค่าตัวระดับโลกอย่างเขา แถมย้ายมาจากลีดส์ล่ะ มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง อันนี้จากปากคำการสัมภาษณ์ของ"เฟอร์ดี้" เองเลยนั้น เขาบอกว่า เขารู้สึก "อาย" ตอนที่ย้ายเข้ามาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดสมัยใหม่ๆร่วมกับตำนานคนอื่นๆที่กำลังอยู่ในสโมสรช่วงนั้น

ซึ่งในช่วงนั้น เฟอร์ดินานด์เองก็มีชื่อเสียงแล้วจากการที่ได้ติดทีมชาติเรียบร้อย และก็ถูกยกย่องว่านี่คือนักเตะกองหลังอายุน้อยที่ดีที่สุดเลย (แหม คุ้นๆ งี้สงสัยต้องทุ่มงบไปที่ เดอลิกต์ แล้วล่ะ!!) สรุปก็คือ เขาดังและมีชื่อเสียงพอตัวนั่นแหละในตอนนั้นอย่างที่ทราบๆกันแฟนบอลยุคนั้นคงจะรู้ดี ผู้เขียนเองส่วนหนึ่งก็เชียร์ลีดส์ด้วยอยู่แล้ว ดังนั้นนี่คือนักเตะที่เรารู้จักฝีเท้าเค้าดีทีเดียวว่าร้ายกาจขนาดไหน

แต่ถึงกระนั้น ริโอได้เปิดเผยให้กับทางThe Oxford Unionว่า ชื่อเสียงเหล่านั้น เมื่อเดินเข้าไปสู่โอลด์แทรฟฟอร์ด มันไม่ได้มีความหมายอะไรเลย!

ริโอกล่าวว่า "ผมออกมาจากการที่เป็นกัปตันทีมของลีดส์ยูไนเต็ด และย้ายมาสู่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ซึ่ง ณ ตอนนั้นผมก็ยังไม่ได้มีถ้วยรางวัลอะไรเลย ดังนั้นตอนที่ผมเดินเข้าไปในห้องแต่งตัวรู้สึกเหมือนไม่มีอะไรติดตัวไปเลย เหมือนคนตัวเปล่า เพราะตอนนั้นผมรู้สึกตัวเล็กลีบเขินอายมาก"

ออร่าของเฟอร์ดินานด์ เมื่อยืนอยู่ในเฟรมเดียวกับคนอย่าง รอย คีน


ในตอนนั้นแมนยูมีนักเตะอายุไม่เยอะที่กำลังสดมากมายในทีมไม่ว่าจะเป็นไรอัน กิ๊กส์  เดวิด เบ็คแฮม หรือพอล สโคลส์ ที่ได้คว้าแชมป์มาแล้วมากมายทั้งยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก และพรีเมียร์ลีกอีกหลายสมัย

และถึงแม้ว่าเฟอร์ดี้จะมีค่าตัวสถิติเกาะอังกฤษที่30ล้านปอนด์ สูงที่สุดในยุคนั้น แต่เขารู้ดีว่ามันคงไม่ได้ช่วยให้เขาได้ยึดตำแหน่งตัวจริงได้เลยทันทีจากค่าตัวที่ว่านั่น

เฟอร์ดี้กล่าวว่า "สิ่งที่ง่ายที่สุดในเรื่องของผมก็คือ ผู้จัดการเขาเห็นฝีมือการเล่นของผม แล้วเขาก็เอาตังค์มหาศาลมาจ่ายซื้อตัวผมไป แค่นั้นเอง แต่ว่าไอ้เรื่องแบบนี้ผมก็เห็นมันจากอีก 10 20 30นักเตะจำนวนมากของแมนยูไนเต็ดที่เห็นตรงนั้น ผมจึงรู้สึกว่า เอาล่ะ ต้องสู้แล้ว"


ซึ่งกล่าวคือ แม้เฟอร์ดินานด์จะมาด้วยค่าตัวแพงระยับขนาดนั้น แต่การก้าวเข้ามาสู่แมนยูไนเต็ด มันไม่ใช่เรื่องพิเศษมากมายเลยสำหรับสโมสรเรา และระดับค่าตัวนั้น เขาเองก็ยังต้องสู้เพื่อแย่งตำแหน่งอยู่ดีเช่นกัน ไม่ใช่ว่าได้อภิสิทธิ์ลงทุกนัด เพราะการเป็นนักเตะ "ค่าตัวแพงที่สุดของเกาะอังกฤษ" เหมือนอย่างที่ยุคนี้นักเตะหลายๆคนปฏิบัติตัว และได้รับการtreatเหมือนราชา


เพียงเพราะค่าตัว แต่ไม่ใช่จากฝีเท้าและการต่อสู้แย่งตำแหน่งด้วยตัวเอง


สรุปแล้วด้วยสิ่งที่เฟอร์ดี้ต่อสู้ให้กับทีม เขาที่มาแบบตัวเปล่าไม่มีเกียรติยศใดๆติดตัวมานอกจากชื่อเสียงว่าเป็นดาวรุ่งกองหลังระดับท็อปและค่าตัวมหึมายิ่งกว่าขี้ปลาทองยักษ์บนเกาะในแกรนด์ไลน์ ริโอ เฟอร์ดินานด์ พิสูจน์ตัวเองด้วยการคว้า "โทรฟี่แรกในชีวิต" ให้ตัวเองได้สำเร็จ ในฤดูกาลแรกที่เดบิวต์กับแมนยูปีนั้นเลย ซึ่งเป็น1 จากทั้งหมดของการเป็น "แชมป์พรีเมียร์ลีก6สมัย" ของช่วงชีวิตริโอ เฟอร์ดินานด์ ตลอดกาลรับใช้ให้กับแมนยูไนเต็ดตั้งแต่การย้ายมาในปี 2002 2014

และยังรวมถึงการได้ถูกยกย่องให้เป็นขุนพลแมนยูไนเต็ดชุดตำนานทีมที่ดีที่สุดตลอดกาลหลังจากเป็นตัวหลักชุดคว้าแชมป์ยุโรปปี2008 และเป็นคู่เซ็นเตอร์ที่ดีที่สุดของแมนยูไนเต็ดเมื่อจับคู่กับ เนมันย่า วิดิช เรียกได้ว่า เขาอยู่ในeraที่ยิ่งใหญ่สุดๆพาร์ทครึ่งหลังของเฟอร์กี้และแมนยูไนเต็ดยุค90sแบบเต็มๆอย่างแท้จริง


เกร็ดสุดท้ายเล็กๆน้อยๆ ผู้สื่อข่าวเคยถามเฟอร์ดินานด์เรื่องที่ว่า ส่วนใหญ่นักฟุตบอลจะไม่ค่อยสนใจราคาค่าตัวของกันและกัน แต่สำหรับการย้ายเข้าไปแมนยูมันคือ30ล้านปอนด์ซึ่งเป็นสถิติในขณะนั้น มันคงจะสร้างความกดดันให้พอสมควรเลย

ริโอกล่าวว่า "ก็ไม่เชิงหรอกนะ ตอนที่รู้สึกกดดันประสาทมากที่สุดคือการซ้อมครั้งแรก เราเล่นเกมฝึกซ้อมกันอยู่กลางสนาม (คล้ายๆเล่นลิง) และผมได้ยินโซลชาพูดว่า ห๊ะ เท่าไหร่นะ สามสิบล้านเรอะ? คือผมคิดว่าไอ้แบบนี้มันน่าจะออกมาจากปากของคนระดับอย่าง คีโน่ หรือ บัตตี้ (นิคกี้ บัตต์) มากกว่า ไม่น่าจะเป็นเขานะ (ฮาาาาา)  นี่แหละคือเพื่อนๆร่วมทีมของคุณ และคุณจะต้องสร้างความประทับใจให้กับพวกเขา  แต่เมื่อถึงเวลาต้องลงสนามจริง มันแตกต่างออกไป ผมไม่เคยยกเอาเรื่องราคาค่าตัวผมเองมาพูดเลยนอกจากว่าต้องคุยกับสื่อเท่านั้น"


และทั้งหมดนี้คือเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของความรู้สึกจากเฮียของพวกเรา

กองหลังที่เก่งที่สุดคนนึงในตำนานของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

และนี่คือเกียรติประวัติทั้งหมดของริโอ เฟอร์ดินานด์ ตำนานหมายเลข5 ที่มีทั้งหมดกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

    Premier League: 2002–03, 2006–07, 2007–08, 2008–09, 2010–11, 2012–13
    Football League Cup: 2005–06, 2008–09
    FA Community Shield: 2003, 2007, 2008, 2011
    UEFA Champions League 2007–08
    FIFA Club World Cup: 2008


... อนึ่ง ริโอเซ็นสัญญาระยะยาวฉบับสุดท้ายที่ดีที่สุดในราคาค่าเหนื่อย 130,000 ปอนด์ ระยะเวลา5ปี ในวันที่15 พฤษภาคม 2008 ก่อนที่6วันต่อมา เขาจะพาทีมก้าวขึ้นเป็นแชมป์ยุโรปที่กรุงมอสโคว์ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2008 นั้นเอง

ส่วนนักเตะบางคนของเราในยุคนี้ ความสำเร็จไม่มี แต่กำลังจะได้รับ 130,000ปอนด์เช่นเดียวกัน!

-ศาลาผี-

source : https://www.mirror.co.uk/sport/football/news/rio-ferdinand-admits-embarrassed-first-16255837

https://www.fourfourtwo.com/features/rio-ferdinand-one-one-my-first-day-united-i-could-hear-solskjaer-saying-how-much-thirty

https://en.wikipedia.org/wiki/Rio_Ferdinand

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด