:::     :::

อาเดรียโน่ ... เส้นทางลูกหนังที่ถูกทิ้งไว้กลางทาง

วันจันทร์ที่ 30 ตุลาคม 2560 คอลัมน์ Zero to Hero โดย บังคุง
7,308
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
เมื่อไม่นานมานี้ อาเดรียโน่ อดีตดาวยิงทีมชาติบราซิล ออกมาเปิดเผยว่า เขาเตรียมกลับมาฝึกซ้อมฟุตบอลอีกครั้ง ในช่วงเดือนมกราคมนี้ เพื่อต่อยอดในการกลับไปลงสนามอีกครั้ง

        อาเดรียโน่ ห่างหายไปจากวงการลูกหนังนานมาก ครั้งสุดท้ายที่เขาลงเล่นแบบจริงจังทั้งฤดูกาล เกิดขึ้นปี 2009 ตอนเล่นกับฟลาเมงโก้ ต้นสังกัดแรกที่คอยปลุกปั้นเขา หลังจากนั้น เขาลงเล่นเพียงน้อยนิด หรือฤดูกาลละไม่เกิน 5 เกมเท่านั้น

        ขณะที่สโมสรสุดท้ายที่เข้าไปเกี่ยวข้องอย่าง "ไมอามี่ ยูไนเต็ด" ทีมจากศึก "เมเจอร์ลีก ซอคเกอร์" เขาไม่ได้ลงสนามเลยแม้แต่เกมเดียว จนต้องยกเลิกสัญญาไป เนื่องจากไม่ยอมมาฝึกซ้อมกับทีม

        ในวัย 35 ปี การประกาศกลับมาฝึกซ้อมอีกครั้งหนนี้ ไม่การันตีว่าเขาสามารถหวนมาเป็นนักเตะอาชีพเหมือนเดิมได้หรือไม่ แต่อย่างน้อยเรายังชื่นใจว่า ขวัญใจของใครหลายคน มีความตั้งใจอย่างกลับมาแก้ไขอดีตของตัวเองอีกครั้ง

        "ผมไม่สามารถบรรลุเส้นทางอาชีพของตัวเองได้ มีบางอย่างเกิดขึ้น และผลักตัวผมออกไปจากฟุตบอล !!! ผมสามารถพูดได้เลยว่า ชีวิตการค้าแข้งของผมทั้งหมด ถูกทิ้งเอาไว้กลางทาง"

        อาเดรียโน่ ออกมาเปิดใจถึงสาเหตุที่ต้องกลับมาอีกครั้ง ช่วงนี้เราย้อนไปดูกันหน่อยว่า "บางอย่าง" ที่เขาได้กล่าวถึงนั้น มันคืออะไรกันแน่ ?

        อาเดรียโน่ เกิด และเติบโตที่ "ริโอ เดอ จาเนโร" ประเทศบราซิล เหมือนกับเด็กชายชาวบราซิเลี่ยน ส่วนใหญ่ที่อยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ

        นอกจากจะเป็นการทำในสิ่งที่ตัวเองรัก มันยังเป็นเครื่องมือในการช่วยเหลือครอบครัวให้มีชีวิต และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น "ผมอยากมีบ้านหลังใหญ่ให้กับครอบครัว" เขากล่าวเอาไว้แบบนั้น

        กระทั่งอายุ 15 ปี ความฝันของเขาเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เมื่อเขาได้เข้าร่วมทีมเยาวชนของสโมสรฟลาเมงโก้ ก่อนถูกดันสู่ทีมชุดใหญ่ในอีก 3 ปีต่อมา ... ย้อนกลับไปตอนนัน ดูเหมือนว่า ลีกบราซิล จะเล็กเกินไปสำหรับเขาแล้ว

       "ตอนที่คุณยังเป็นเด็กตัวเล็กๆ คุณย่อมฝันถึงการมีรถยนต์คันใหญ่ ครอบครัวคือสิ่งสำคัญสุดในชีวิตของคุณ ซึ่งความฝันของผมคือ การซื้อบ้านหลังโตให้กับพวกเขา" เจ้าของฉายาจักรพรรดิ กล่าวถึงความฝันวัยเด็ก ที่เขาพร้อมออกไปไขว่คว้าแล้ว

        ช่วงต้นยุคมิลเลนเนี่ยม เขามาหาความท้าทายในลีกที่นักเตะอเมริกาใต้ หลายคนถวิลหา นั่นคือกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี พร้อมกับผ่านการลงเล่นกับทีมดังจากดินแดนรองเท้าบู๊ตมากมาย

        ไม่ว่าจะเป็นอินเตอร์ มิลาน, ฟิออเรนติน่า, ปาร์ม่า และช่วงสั้นๆกับโรม่า ซึ่งทีมที่เขาประสบความสำเร็จมากสุด คงหนีไม่พ้นทีมดังจากเมืองมิลาน

        เมื่อเขาสามารถคว้าแชมป์กับ "เนรัซซูรี่" ทั้งกัลโช่ เซเรีย อา 4 สมัย, โคปปา อิตาเลีย และซูเปอร์ โคปปา อีกอย่างละ 2 ครั้งด้วยกัน

        พร้อมกับเสียงชื่นชม จากบรรดาเพื่อนนักเตะ และแฟนบอลว่า "พรสวรรค์" และ "เท้าซ้ายอันทรงพลัง" จะทำให้เขาก้าวมาเทียบชั้นรุ่นพี่ในทีมชาติอย่างโรนัลโด้ "R9" ได้ไม่ยาก 

        ซลาตัน อิบราฮิโมวิช อดีตเพื่อนร่วมทีมงูใหญ่ ออกมากล่าวถึงเขาว่า "ผมเล่นกับนักฟุตบอลระดับแชมเปี้ยนมาหลายคน อย่างไรก็ตาม มีนักเตะคนหนึ่งที่ทำให้ผมต้องร้องว้าว !!! ความสามารถของเขา ทำให้ผมตะลึง นักเตะคนนั้นคืออาเดรียโน่"

        "สมัยที่ผมยังค้าแข้งกับอินเตอร์ มิลาน สิ่งแรกที่ผมพูดกับประธานสโมสรคือ ผมต้องการให้อาเดรียโน่ อยู่กับทีมต่อไป เพราะผมอยากเล่นร่วมกับเขามาก"

        "แน่นอนว่าเขาเปรียบเสมือนสัตว์ป่า ที่สามารถกระหน่ำประตูได้จากทุกเหลี่ยมมุม ไม่มีใครหน้าไหนสามารถเข้าสกัด หรือแย่งบอลจากเท้าของเขาได้ เขาเป็นสัตว์ร้ายอย่างแท้จริง"

        อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านั้นค่อยๆมลายหายไป เมื่ออาเดรียโน่ พบกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิต และเส้นทางการค้าแข้ง นั่นคือการที่คุณพ่อเสียชีวิตลงอย่างสงบในช่วงปี  2004 ทำให้เขาตีตัวออกห่างจากฟุตบอลอย่างช้าๆ

        จากนักเตะที่เปี่ยมไปด้วยทักษะที่ยอดเยี่ยม กลับกลายเป็นหมดเวลาไปกับงานปาร์ตี้ และการข้องเกี่ยวกับแอลกอฮอล บ่อยครั้งที่เราเห็นภาพหลุดของเขา ในการเข้าไปเอี่ยวกับบรรดากลุ่มอันธพาลอีกด้วย

        ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ อดีตกัปตันทีมอินเตอร์ มิลาน ออกมาเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมดว่า "อาเดรียโน่ ได้รับโทรศัพท์ ที่ปลายสายมาจากประเทศบราซิล พร้อมกับแจ้งข่าวร้ายว่าคุณพ่อของเขาเสียชีวิตแล้ว สิ่งนั้นเปลี่ยนแปลงชีวิตเขาไปตลอดกาล"

       "ผมเห็นเขาร้องไห้ออกมา พร้อมกับเขวี้ยงโทรศัพท์ลงกับพื้น จากนั้นเริ่มตะโกนออกมาว่า สิ่งที่เขาได้ยินไม่ใช่เรื่องจริง !!! หลังจากการรับโทรศัพท์ครั้งนั้น เขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป พวกเราไม่สามารถช่วยเขาได้แล้ว"

        คำกล่าวของซาเน็ตติ ไม่ใช่สิ่งที่เกินเลยไปนัก เมื่อตัวของอาเดรียโน่ ยอมรับว่า ไม่มีใครสามารถช่วยเขาได้ นอกจากสิ่งที่เรียกว่าสุรา และนารี ที่คอยปลอบประโลมเขายามเศร้าหมอง 

        "คุณพ่อคอยสนับสนุนผมเสมอมา ท่านชอบมาดูผมลงสนาม การเสียชีวิตของท่าน ทำให้ผมพบเจอกับปัญหา ผมเริ่มไปยุ่งเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล ผมดื่มมันหนักมาก และไม่สามารถหลุดพ้นจากตรงนี้ได้เลย"

        "การที่คุณพ่อจากไป มันทิ้งรอยโหว่ขนาดใหญ่เอาไว้ ผมกลายเป็นคนโดดเดี่ยว และเศร้าหมอง ผมเจอช่วงเวลาตกต่ำที่ประเทศอิตาลี ผมเริ่มเมาหยำเป นั่นเป็นสิ่งเดียว ที่ผมสามารถเก็บเกี่ยวความสุขได้"

        คราวนี้ต้องมารอลุ้นว่า การกลับมาอีกครั้งของ "จักรพรรดิ" จะออกมาเป็นแบบใด แต่ในฐานะแฟนบอลที่เห็นเขามาตั้งแต่เป็นนักเตะวัยรุ่น ก็ดีใจมากแล้วที่เห็นเท้าของเขาสวมสตั๊ด กลับมาโลดแล่นบนผืนหญ้าอีกครั้ง แทนที่จะไปพัวพันกับอบายมุข

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด