:::   03:55 - ผลแชมเปี้ยนส์ลีกรอบแบ่งกลุ่ม : อาแจ็กซ์ (ฮอลแลนด์) ชนะ ลีลล์ (ฝรั่งเศส) 3-0, เบนฟิก้า (โปรตุเกส) แพ้ ไลป์ซิก (เยอรมัน) 1-2, ซัลซ์บวร์ก (ออสเตรีย) ชนะ เกงค์ (เบลเยียม) 6-2   :::   03:54 - ผลแชมเปี้ยนส์ลีกรอบแบ่งกลุ่ม : ดอร์ทมุนด์ (เยอรมัน) เสมอ บาร์เซโลน่า (สเปน) 0-0, นาโปลี (อิตาลี) ชนะ ลิเวอร์พูล (อังกฤษ) 2-0, เชลซี (อังกฤษ) แพ้ บาเลนเซีย (สเปน) 0-1   :::   03:50 - ผลเซกุนด้า : อัลกอร์กอน ชนะ กาดีซ 3-0, อัลเมเรีย ชนะ คีโรน่า 3-1, มาลาก้า เสมอ ราโย บาเยกาโน่ 1-1, ราซิ่ง ซานตานเดร์ ชนะ มีรานเดส 4-0   :::   01:50 - ผลแชมเปี้ยนส์ลีกรอบแบ่งกลุ่ม : อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี) เสมอ สลาเวีย ปราก (เช็ก) 1-1, ลียง (ฝรั่งเศส) เสมอ เซนิต (รัสเซีย) 1-1   :::

เสียดาย

วันพุธที่ 10 กรกฎาคม 2562 คอลัมน์ ในกะลาครอบ โดย พาสต้า
3,544
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
หากย้อนเวลากลับไปได้ เชลซี จะยังขายเขาพวกนี้ออกไปง่ายๆ อยู่ไหม...

    ???

    นั่นคือคำถามที่สิงห์บลูส์คงตอบได้ยากเหมือนกัน และสำหรับสาวกของพวกเขาก็ยังเป็นที่ถกเถียงถึงความเสียดายมาจนถึงทุกวันนี้

    อดีต 3 นักเตะของ เชลซี ช่วยให้ทีมคู่แข่งของพวกเขาคว้าแชมป์รายการใหญ่มาครองอย่างสง่าผ่าเผย

    มันก็เหมือนกับขยะของชายคนหนึ่ง แต่ขยะเหล่านั้นดันกลายมาเป็นสมบัติอันมีค่ามหาศาลของชายอีกคน

    สิงห์บลูส์ เหมือนทำตัวเองให้ติดนิสัยชอบทิ้งเหล่านักเตะมากพรสวรรค์ออกไปแบบไม่ค่อยเห็นค่าตลอด 5 ปีที่ผ่านมา

    เควิน เดอ บรอยน์, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โรเมลู ลูกากู คือตัวอย่างชั้นดีของแข้งโปรไฟล์สูงที่สิงห์บลูส์ก่อความผิดพลาดในช่วงเวลาเมื่อไม่นานมานี้

    บางคนคงคิดว่าทั้ง 3 คนนั้นคือที่สุดแห่งความน่าเสียดายแล้ว

    แต่อาจมีอีกคนหนึ่งที่ทำให้พวกเขาต้องหันกลับไปมอง และร่ำร้องถึงความผิดพลาด

    เขาคนนั้นก็คือ นาธาน อาเก้ ที่กำลังฉายแสงสุดขีดอยู่กับ บอร์นมัธ ในปัจจุบัน

    ซาลาห์, เดอ บรอยน์ และ ลูกากู มีโอกาสลงสนามในสีเสื้อ เชลซี บนเวทีพรีเมียร์ลีกรวมกันเพียงแค่ 26 นัดเท่านั้น ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่ามีความยากลำบากแค่ไหนในการที่จะทะลุขึ้นมาแจ้งเกิดในทีมชุดใหญ่ของสโมสรจากกรุงลอนดอน

    จากนั้น ทั้ง 3 คนก็ถูกสิงห์บลูส์เขี่ยทิ้งเหมือนบุคลากรที่ไร้ค่ากับสโมสร โดย ซาลาห์ เก็บข้าวของไปอยู่กับ โรม่า, เดอ บรอยน์ ระเห็จไปเล่นที่ โวล์ฟสบวร์ก ส่วน ลูกากู ต้องไปที่ เอฟเวอร์ตัน เพื่อโอกาสลงสนามอย่างสม่ำเสมอ และแจ้งเกิดบนเวทีลูกหนังให้ได้เสียที

    แล้วอะไรที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นน่ะเหรอ...

    ???

    ซาลาห์ คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของทีมหมาป่าเหลืองแดงในปี 2016 ส่วน เดอ บรอยน์ นั้นได้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของเวทีบุนเดสลีกาในปี 2015 ขณะที่ ลูกากู กลายเป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีที่ค่ายทอฟฟี่ในปี 2017 รวมทั้งยังมีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมของพีเอฟเอในฤดูกาลเดียวกันอีกด้วย

    พวกเขาพากันเก็บข้าวของกลับมาพิสูจน์ตัวเองในพรีเมียรลีกอีกครั้ง ยกเว้นเพียง ลูกากู ที่ปักหลักในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีอยู่แล้ว ซึ่งนั่นเองคือคำตอบถึงความผิดพลาดอันใหญ่หลวงของ เชลซี

    สำหรับ อาเก้ เขามีดีกรีเป็นดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของสิงห์บลูส์ เมื่อปี 2013 โดยเคยถูกยืมตัวไปเล่นกับ วัตฟอร์ด และ บอร์นมัธ มาแล้ว ก่อนที่เขาจะถูกขายไปอยู่กับเดอะ เชอร์รี่ส์ อย่างถาวรในปี 2017

    เมื่อมองย้อนกลับไป ดาวเตะดัตช์แมนมีโอกาสลงเล่นในพรีเมียร์ลีกให้กับ เชลซี เพียง 9 นัดเท่านั้นจากช่วงระหว่างปี 2012 ถึง 2016 โดยส่วนใหญ่จะได้รับโอกาสจากบอลถ้วยเสียมากกว่า

    กระนั้น เขาได้กลายเป็นคีย์แมนของ บอร์นมัธ และลงสนามในพรีเมียร์ลีกให้ทีมในทุกเกมตลอด 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา

    แน่นอน ฟอร์มของเขามันช่างยอดเยี่ยมอยู่แล้ว แต่ที่น่าสนใจคือมันดันไปเตะตา เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เข้าเนี่ยสิ!!!

    แมนฯ ซิตี้ เพิ่งจะสูญเสีย แว็งซ็องต์ ก็องปานี ไปในซัมเมอร์นี้ และแม้ว่าพวกเขาจะมีเหล่าเซนเตอร์แบ็กชั้นดีอย่าง จอห์น สโตนส์, เอมเมอริก ลาปอร์กต์ และ นิโกลัส โอตาเมนดี้ อยู่ แต่พวกเขาก็ยังต้องการตามหาคนที่จะมาอุดรูโหว่ของปราการหลังเบลเยียมอยู่ดี

    เห็นได้ชัดว่า เป๊ป เองก็ยังไม่พอใจถึงขุมกำลังเหล่านั้น และจากรายงานข่าว เขาก็พร้อมที่จะเบิกงบเรือใบทุ่มเงิน 40 ล้านปอนด์เพื่อกระชากตัว อาเก้ มาสู่ทีม โดยที่เป้าหมายเก่าอย่าง แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ดูจะแพงจนเกินตัวกับราคา 70-80 ล้านปอนด์

    เวลานี้ เชลซี ที่กำลังติดโทษแบนห้ามซื้อนักเตะใหม่ 1 ปีคงทำอะไรไม่ได้นอกจากภาวนาให้แข้งวัย 24 ปีเลือกอยู่ในถิ่นไวทาลิตี้ สเตเดี้ยม ต่อไป เพื่อไม่ให้อดีตนักเตะกลับมาหลอกหลอนพวกเขาในฐานะคู่แข่งตัวฉกาจเหมือนที่แล้วมา

    ซาลาห์ กลายเป็นนักเตะดีที่สุดของ ลิเวอร์พูล ตลอด 2 ซีซั่นหลังสุด และก็มีส่วนสำคัญในการพาทีมซิวถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก รวมถึงรองแชมป์พรีเมียร์ลีกด้วยการมี 97 คะแนน เมื่อฤดูกาลที่แล้ว

    ลูกากู อาจไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดของเขาก็จริงจาก 2 ปีที่ผ่านมา แต่ด้วยสถิติเขาก็ยังยิงประตูได้มากกว่านักเตะทุกคนของ เชลซี ตั้งแต่ย้ายออกจากถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อปี 2014

    ส่วน เดอ บรอยน์ นี่แทบไม่ต้องพูดถึง เขากลายเป็นหนึ่งในนักเตะยอดเยี่ยมที่สุดในโลกภายใต้การทำทีมของ กวาร์ดิโอล่า และร่ายมนต์จนเรือใบทุบสถิติต่างๆ ในปี 2017-18

    หลากเรื่องมากมายที่ถูกพูดถึงตลอดเส้นทางอาชีพของทั้ง เดอ บรอยน์, ซาลาห์ และ ลูกากู แต่ไม่ค่อยมีใครที่จะหันมองมายัง อาเก้ เท่าไหร่นัก

    หากในอนาคตเขาได้ย้ายไปเป็นสมาชิกใหม่ของ แมนฯ ซิตี้ จริงตามข่าวลือ

    ทีนี้แหละ เมื่อเขามีแชมป์กับทีมเรือใบขึ้นมาเมื่อไหร่ อาเก้ จะถูกบรรจุชื่อเข้าไปอยู่ในลิสต์หลักที่ เชลซี จะต้องเสียดายอีกหนึ่งคน

    "นึกถึงคนที่เคย คนที่เคยอยู่ตรงนี้ นึกถึงทุกทุกที ที่เห็นฟ้ากว้างใหญ่ นึกถึงบางคน ที่รักเสมือนดวงใจ ที่เพิ่งจากไป เสียดาย…ที่วันนี้ไม่มีเธออยู่"

    เพลงพี่เบิร์ด ธงชัย ลอยตามสายลมมาเลย

    พาสต้า


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด