:::     :::

คุยกับ "เดอะตุ๊ก" ปิยะพงษ์ : "นิชิโนะคือโค้ชที่ใช่สำหรับผม"

วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2562 คอลัมน์ ONE MAN SHOW โดย แมน โกสินทร์
5,271
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
หลังจากทราบผลจับสลากแบ่งสายฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 ซึ่งไทยได้อยู่ในกลุ่มจีร่วมกับ ยูเออี, เวียดนาม, มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย หลายเสียงวิเคราะห์ว่าเป็นโอกาสดีของไทยที่จะลุ้นเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้าย แต่บางเสียง ก็มองว่านี่คือกรุ๊ปออฟเดธ เพราะทุกทีมมีความสูสีใกล้เคียงกันมากที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น ซึ่งในวันเดียวกัน ทีมชาติไทยก็ได้ข่าวดีว่า อากิระ นิชิโนะ เฮดโค้ชแดนปลาดิบจะเข้ามากุมบังเหียนทีมแดนปลาแดกแน่นอนแล้ว วันนี้ผมจะพาคุณผู้อ่านไปดูทรรศนะความเห็นของตำนานศูนย์หน้าทีมชาติไทยอย่าง "เดอะตุ๊ก" ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน

แมน : สวัสดีครับพี่ตุ๊ก มีหลาย ๆ คนทักผมมาว่าอยากให้ไปถามความคิดเห็นของพี่หลังจากทราบผลจับสลากบอลโลกรอบคัดเลือกครับ
ปิยะพงษ์ : ครับ พี่ว่าสายของไทย เป็นสายที่ทุกทีมที่ร่วมกลุ่มแฮปปี้กันถ้วนหน้าเลยครับ


แมน : ผมมองว่าโถ 4 กับ โถ 5 การจับมาเจอ มาเลเซีย กับ อินโดนีเซีย มันก็หนักอยู่นะพี่ แทนที่จะเจอทีมเบากว่านี้
ปิยะพงษ์  :  ที่พี่บอกว่าทุกทีมแฮปปี้ ก็เพราะว่าในสายนี้ทุกทีมมีโอกาสแพ้ชนะกันได้หมด ไม่มีทีมไหนที่การันตีได้ว่าจะเข้ารอบ และแม้แต่ทีมจากโถ 4 หรือ 5 เขาก็คิดว่าเขามีโอกาสเหมือนกัน เกมในบ้านของทุกทีมหวังชัยชนะได้ทุกนัด แม้แต่ยูเออีเอง ไปเยือนใครก็ใช่ว่าจะชนะได้ มีสิทธิ์แพ้ได้ทุกทีมเหมือนกัน
แมน : แบบนี้โอกาสเข้ารอบของไทยมีมากน้อยแค่ไหนครับ จะต้องหวังแชมป์กลุ่มเลยมั้ย โอกาสเข้ารอบเป็นอันดับ 2 ที่ดีที่สุดน่าจะยาก เพราะแต่ละทีมสูสี ไม่มีทีมแจกแต้ม ทำให้น่าจะตัดแต้มกันเองไปเยอะ
ปิยะพงษ์ : ก็มีโอกาสทั้งสองรูปแบบ การคัดเอาอันดับ 2 ดีที่สุด 4 ทีมจาก 8 กลุ่ม ก็อาจจะยากสักหน่อย เพราะอย่างที่แมนพูดน่ะแหละว่ามีโอกาสตัดแต้มกันเองเยอะ แต่ทุกทีมก็คิดเหมือนกันว่าในบ้านต้องเก็บ 3 คะแนนให้หมด ดังนั้นถ้าไทยทำได้ก็มีโอกาสเหมือนกัน ส่วนเกมเยือนพี่มองว่ามี อินโดนีเซีย นี่แหละที่เราน่าจะชนะไปกลับได้ เพราะเขามีการเปลี่ยนแปลงทีมค่อนข้างเยอะ และประสบการณ์ของนักเตะใหม่ๆ ก็ยังไม่มากเท่าไหร่
แมน : ไปเยือน อินโดนีเซีย, มาเลเซีย หรือ เวียดนาม ก็น่าจะหนักทั้งนั้นเลยนะครับ คนดูเรือนแสนคงจะกดดันนักเตะเราน่าดู
ปิยะพงษ์ : เป็นแสนแน่ ๆ ครับ อย่างที่บูกิตจาลิล เราไม่สามารถบุกไปชนะเขาได้หลายสิบปีแล้วนะ


แมน : น่าจะเกิน 30 ปีครับพี่ถ้าจำไม่ผิด
ปิยะพงษ์ : ใช่ แล้วที่เวียดนาม หรือ เสนายัน ของอินโดนีเซีย ก็โหด ๆ ทั้งนั้น สิ่งที่น่ากังวลก็คือทุกทีมต้องการชนะในบ้าน ดังนั้นเขาจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะให้ได้ โดยเฉพาะการเจอไทย มันเป็นสิ่งที่พี่คงพูดตรงนี้ไม่ได้ แต่บอกได้เลยว่าเขาเอาแน่
แมน : ตอนนี้ อินโดนีเซีย รู้สึกว่าจะใช้ สนามเกอโลราบุงกาโน่ อยู่นะครับ แต่ทุก ๆ ทีมที่เราต้องเจอก็เคยมีประวัติเรื่องการตัดสินแปลก ๆ ทั้งนั้นเลย
ปิยะพงษ์ : นั่นแหละ พี่ก็ไม่อยากพูดแบบนั้น แต่บอกได้เลยว่ามีอะไรแปลก ๆ ที่เราต้องเจอแน่นอน
แมน : อย่างน้อยก็ถือว่ายังโชคดีนะครับ ที่โถ1 หรือโถ 2 เราไม่ต้องเจอพวก ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, อิหร่าน, ออสเตรเลีย, ซาอุฯ หรือ อุซเบกิสถาน
ปิยะพงษ์ : แน่นอน นี่คือสิ่งที่ทุกทีมในกลุ่มแฮปปี้ โดยเฉพาะ ยูเออี น่าจะมีความสุขที่สุด เพราะเขาสามารถชนะได้ทุกทีม ซึ่งทีมอื่น ๆ ก็คิดแบบนี้เหมือนกัน ลองนึกภาพว่าถ้าโถ 1 เป็นญี่ปุ่นสิ ทีมที่เหลือก็แทบรับสภาพแล้วว่าคงได้แค่แย่งที่ 2 ลองนึกภาพ อินโด เปิดบ้านเจอญี่ปุ่นสิ พี่เชื่อว่านักเตะก็จะมีความรู้สึกเกรงศักดิ์ศรีตั้งแต่ก่อนแข่งแล้ว มันไม่เหมือนเวลา ยูเออี หรือ ไทย หรือ เวียดนาม ไปเยือน ซึ่งเขามองถึงการเอาชนะเลย
แมน : แล้วพี่คิดว่าไทยจะมีโอกาสเข้ารอบมากน้อยแค่ไหนครับ
ปิยะพงษ์ : พี่มั่นใจประมาณ 70% เลยนะ พี่เชื่อมั่นในศักยภาพของโค้ชอย่าง นิชิโนะ แล้วก็ศักยภาพของนักเตะไทยในตอนนี้ ว่าสามารถทำได้ โดยเฉพาะโค้ช เขาเป็นคนที่มีประสบการณ์เคยพาญี่ปุ่นไปแข่งมาแล้วทั้งโอลิมปิกและบอลโลก เขาประสบความสำเร็จมามากมาย ตอนบอลโลกญี่ปุ่นก็เกือบชนะเบลเยียมแล้วด้วยซ้ำ
แมน : โอลิมปิกเขาก็เคยพาญี่ปุ่นชนะบราซิลด้วยครับ
ปิยะพงษ์ : ใช่ คือพี่รู้สึกพอใจมากเลยนะกับการเลือกโค้ชของสมาคม โค้ชต่างชาติคนอื่น ๆ จะยังไงไม่รู้ล่ะ แต่สำหรับนิชิโนะ พี่คิดว่าเขาเหมาะสมมาก ๆ พี่ว่าโค้ชเกาหลีหรือญี่ปุ่นนี่แหละที่จะเข้ากับนักเตะไทยได้ดี พี่สามารถพูดได้เลยว่า นิชิโนะ คือโค้ชทีมชาติไทยที่ใช่ที่สุดสำหรับพี่ในตอนนี้


แมน : แต่ระยะเวลาในการเข้ามาทำงานของเขาค่อนข้างกระชั้นมากเลยนะครับ เขาจะรู้จักนักเตะไทยมากพอหรอ
ปิยะพงษ์ : ไม่รู้จักอยู่แล้ว เต็มที่ก็รู้จักแค่จากเทปที่เคยดู ถึงจะบอกว่ามีข้อมูลฟุตบอลไทยอยู่ แต่เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะรู้เยอะแยะมากมาย ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับคนไทยที่จะแนะนำนักเตะให้เขาแล้วว่ามีข้อมูลและจิตใจเป็นกลางแค่ไหน ไม่ใช่ว่าแนะนำแต่ผู้เล่นเดิม ๆ หรือผู้เล่นของทีมตัวเอง แบบนั้นมันก็จะเข้าอีหรอบเดิมอีก พี่เคยพูดในตอนเข้าประชุมคณะกรรมการทีมชาติแล้วว่า การเลือกผู้เล่นต้องเลือกจากความเป็นจริง ไม่ใช่เลือกจากความเชื่อ
แมน : ในฐานะที่พี่เป็นหนึ่งในคณะกรรมการทีมชาติ พี่จะได้ร่วมหารือกับนิชิโนะมั้ยครับ แล้วที่ผ่านมามีการเสนอแนะอะไรไปบ้างกับทางสมาคม
ปิยะพงษ์ : นิชิโนะยังไม่ได้เข้ามาเริ่มงานก็เลยยังไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง แต่พี่เคยเจอเขาอยู่ก่อนที่เขาจะกลับไปญี่ปุ่น เขาก็จำพี่ได้ ตอนสมัยเป็นนักเตะเขาแก่กว่าพี่ประมาณ 6-7 ปี แต่ก็พอทันกัน ก็คุยกันดีครับ เขาเป็นคนอัธยาศัยดี แต่ก่อนหน้านี้พี่ก็เสนอโครงการค้นหาศูนย์หน้าไปให้กับรองเลขาฯสมาคม (พาทิศ ศุภะพงษ์) เสนอวิธีการฝึกซ้อมของทั้งนักเตะและโค้ชไป รวมถึงแนวทางการเลือกผู้เล่นติดทีมชาติ ยกตัวอย่างเช่น แบ็คขวาของ สมุทรปราการ (จักพัน ไพรสุวรรณ) กำลังฟอร์มเด่นมาก ก็น่าจะลองพิจารณา ถ้าเราเลือกผู้เล่นจากความเป็นจริง ไม่ใช่จากความเชื่อ เราก็จะได้ผู้เล่นที่อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด ไม่ใช่เลือกจากนักเตะที่เคยเล่นได้ดีในทีมชาติ แต่ปัจจุบันสภาพเป็นยังไง อันนั้นมันคือความเชื่อ เชื่อว่าจะดี แต่ในความเป็นจริงมันอาจไม่ใช่
แมน : พี่ตุ๊กคิดว่านิชิโนะคงจะต้องมีคนแนะนำเรื่องตัวผู้เล่นให้ในช่วงแรก
ปิยะพงษ์ : ต้องมีอยู่แล้ว เขาไม่สามารถรู้จักนักเตะทุกคนได้หรอก
แมน : แต่เขาก็ต้องเลือกผู้เล่นที่เข้ากับแท็กติกของเขาด้วย
ปิยะพงษ์ : ส่วนใหญ่ทีมชาติญี่ปุ่นจะเล่นระบบ 4-4-2 แต่ระบบมันก็ไม่ตายตัว สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอด พี่ว่าเป็นเรื่องสำคัญเลยนะที่สมาคมจะต้องจัดหาผู้ช่วยคนไทยเข้าไปช่วยเหลือเขา แต่ต้องเป็นคนที่เข้าไปประสานในลักษณะช่วยกระตุ้น และสื่อสารให้ตรงกับที่นิชิโนะเขาสื่อ ไม่ใช่นิชิโนะบอกแผนนึง แต่โค้ชไทยไปสั่งให้นักเตะเล่นตามแผนของตัวเอง แบบนี้ไม่ใช่เข้าไปช่วยแล้ว
แมน : แฟนบอลก็เป็นห่วงกันว่าโค้ชไทยเข้าไปเดี๋ยวจะมีคลื่นใต้น้ำหรือเปล่า
ปิยะพงษ์ : ไม่หรอก พี่เชื่อมั่นว่านักเตะไทยเดี๋ยวนี้มีความเป็นมืออาชีพมากพอ โอเคที่ผ่านมามันอาจจะเคยมีตามนิสัยการทำงานแบบไทยแลนด์โอนลี่ ก็ต้องคัดคนหน่อย เอาคนที่มีจิตวิทยาที่ดีไปช่วยกระตุ้นนักเตะ เพราะคนไทยด้วยกันคุยกันแนะนำกันง่ายกว่า
แมน : งั้นก็ไม่จำเป็นต้องเป็นโค้ชที่มีโปรไลเซนส์ก็ได้ใช่มั้ยครับ
ปิยะพงษ์ : โอ๊ยไม่จำเป็นหรอก จะโปรก็ได้ หรือจะเอ หรือบี อย่างที่พี่บอก ขอให้เป็นคนที่มีจิตวิทยาที่ดี และเข้าไปช่วยประสานงานจริง ๆ ไม่ใช่ไปทำตัวเป็นโค้ชใหญ่ซะเอง 
มน : รอบคัดเลือก เราจะไม่ได้ใช้สนามราชมังคลากีฬาสถาน ที่ปิดปรับปรุง ความเห็นพี่ตุ๊กคิดว่าอยากให้ไปเตะที่ไหนดีครับสำหรับเกมเหย้า
ปิยะพงษ์ : พี่ไม่แน่ใจนะ จำได้ว่ามันมีกฎอยู่ว่าสนามต้องห่างจากสนามบินนานาชาติ เดินทางไม่เกิน 1 ชม. อะไรสักอย่าง สำหรับเกมแรกที่จะเจอเวียดนาม พี่อยากให้ไปเล่นทางภาคใต้ อาจจะที่สงขลาก็ได้ ส่วนเกมกับ มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย ก็ไปเตะทางเหนือแถวเชียงใหม่, เชียงราย เลย ไม่ใช่ว่าเตะกับมาเลเซียแล้วไปเล่นที่สงขลา แบบนั้นไม่เอานะเดี๋ยวกองเชียร์เขาก็ตามมากันเต็ม คือต้องให้มีซิกแซ็กมีลูกเล่นหน่อย


แมน : เกมแรกที่จะเจอกับเวียดนาม น่าสนใจมากเลยนะพี่ เพราะนิชิโนะ จะได้ดวลกับเพื่อนพี่ตุ๊ก โค้ชปาร์ค ซัง โฮ ซึ่งดูมันเป็นเกมศักดิ์ศรีทั้งระหว่างไทย-เวียดนาม และ ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ ด้วย
ปิยะพงษ์ : สุด ๆ ล่ะครับ คือถ้าทีมไทยเข้ารอบ 12 ทีม เกาหลีก็โดนปลดแน่ แต่ถ้าเวียดนามเข้ารอบ 12 ทีม ญี่ปุ่นก็มีสิทธิ์เด้งเหมือนกัน เกมแรกเนี่ยบอกได้เลยว่าสำคัญมาก 
แมน : ผมเห็นนักเตะไทยที่ไปเล่นเจลีกอย่าง ชนาธิป, ธีราทร หรือ ฐิติพันธ์ รู้สึกว่าเขาจะยินดีมากที่ได้นิชิโนะ มาเป็นโค้ชทีมชาติ แบบนี้จะส่งผลดีกับทั้งทีมมั้ย เพราะพวกนี้ก็อาจจะใช้คำว่าเป็นหัวโจกของทีมชาติไทย ถ้าเขาโอเคคนอื่น ๆ ก็น่าจะโอเคด้วย
ปิยะพงษ์ : ไม่ว่าใครจะเป็นโค้ช ผมว่านักเตะก็โอเคอยู่แล้วครับ พวกที่ไปเล่นเจลีกเขาย่อมรู้ดีว่าระบบฟุตบอลของญี่ปุ่นมันเป็นยังไง การที่เขายอมรับในตัวนิชิโนะ ก็แสดงว่าเขาเห็นแล้วว่าแนวทางของญี่ปุ่นดีแค่ไหน ซึ่งก็เหมือนพี่ พี่ยอมรับในระดับฟุตบอลของญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ การได้นิชิโนะมา พี่ก็รู้สึกดีใจเหมือนกัน  
แมน : พี่ตุ๊กได้ดู ธีราทร เล่นกับ โยโกฮาม่า มารินอส อยู่บ้างมั้ยครับ
ปิยะพงษ์ : ได้ดูครับ พี่ตามดูพวกที่เจลีกทุกคน
แมน : คิดว่า ธีราทร กับมารินอส เป็นไงบ้าง ผมเคยอ่านเจอว่าโค้ช อันเก ปอสเปโตกลู เล่นเกมรุกในระบบ 2-3-2-3 ซึ่งแบ็กอย่างธีราทรจะต้องหุบเข้ามาด้านในเวลาขึ้นเกมรุก พี่ตุ๊กว่าถ้าเอามาใช้กับทีมชาติไทยจะเวิร์คมั้ย


ปิยะพงษ์ : รู้สึกว่าจะเป็นแผนของเป๊ป (กวาร์ดิโอลาร์) นะ คือพอบุกก็จะใช้แบ็คขยับเข้ามาในแนวลึกเพื่อให้ตัวปีกแดนบนขยับขึ้นไปรับบอลริมเส้น พูดไปรายละเอียดมันก็เยอะ เดี๋ยวจะไม่เข้าใจเปล่า ๆ เอาเป็นว่าแผนการเล่นมันมีเยอะและเปลี่ยนแปลงได้ตลอด อยู่ที่นักเตะมากกว่าว่าจะสามารถเล่นได้หรือเปล่า
แมน : มันก็คงต้องใช้เวลานะพี่ อย่าง ธีราทร เองกว่าจะปรับเข้ากับระบบของ มารินอส ได้ก็นานเหมือนกัน ช่วงแรก ๆ ก็ดูยังงง ๆ อยู่
ปิยะพงษ์ : ธีราทรเขาเป็นนักเตะที่ฉลาดอยู่แล้ว เขารู้ว่าเวลาเล่นเกมรับจะเคลื่อนที่ยังไง แล้วเวลาขึ้นไปช่วยเกมรุกจะต้องเคลื่อนที่ยังไงเพื่อทำให้ทีมได้ประโยชน์ พี่บอกได้เลยว่าเซนส์บอลและไหวพริบของธีราทรคือของจริง ถ้าถึงเวลาที่เขาปรับตัวได้ เขาจะสามารถไปเล่นที่ไหนก็ได้  
แมน : โอเคครับ วันนี้ขอบคุณมากครับพี่ตุ๊ก ไว้โอกาสหน้าผมขอรบกวนใหม่นะครับ
ปิยะพงษ์ : ได้เลยครับยินดีครับ

ถ้าชอบก็กดไลค์ ถ้าใช่ก็ฝากกดแชร์กันด้วยนะครับ (แมน โกสินทร์ อัตตโนรักษ์)



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด