:::     :::

"แค่ซื้อมายิงลิเวอร์พูลสองลูกก็คุ้มแล้ว" : Diego Forlan

วันพฤหัสบดีที่ 08 สิงหาคม 2562 คอลัมน์ #BELIEVE โดย ศาลาผี
2,153
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ฟอร์ลันเพิ่งจะประกาศแขวนสตั๊ดไปหลังจากค้าแข้งมานานถึง21ปี และสิ่งที่เขาเคยทำให้กับแมนยูไนเต็ดนั้น แค่ซื้อมายิงลิเวอร์พูลก็คุ้มค่าตัวแล้ว!!!

ประกาศแขวนสตั๊ดไปแล้วเรียบร้อยสำหรับตำนานกองหน้าชาวอุรุกวัยอย่าง Diego Forlan ที่ปัจจุบันอายุ40ปีแล้ว หลังจากที่เขาย้ายมาจากอินดิเพนเดนเต้ในปี 2002  ฟอร์ลันลงให้แมนยูไนเต็ดไปทั้งหมด 98 นัด ทำประตูไปได้ 17 ประตู โดยที่เป็นลูกยิงในพรีเมียร์ลีกไป 10 ลูก

หลังจากนั้นเจ้าตัวก็พเนจรไปอีกหลายสโมสร แต่หลังจากย้ายออกจากแมนยู เขาก็ประสบความสำเร็จกับ บียาเรอัล และ แอตเลติโกมาดริดอย่างสูงอย่างที่เราทราบกัน เขาได้รับรางวัลต่างๆมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งรางวัลส่วนตัวเขานั้นเยอะมาก โดยเฉพาะPichichi Trophyที่เป็นคนถัดมาต่อจากRonaldoที่ได้รางวัลนี้ถึง"สองครั้ง" (ไม่ธรรมดา) ยิ่งปี2004-2005กับบียาเรอัล นอกจากPichichiแล้ว ยังได้Golden Bootคู่กับอองรีอีก สุดยอดจริง ช่วงที่เขาฝีเท้าพีคที่สุดก็คือปี 2010 ตอนที่อยู่กับแอตฯมาดริด ทั้งยังได้Golden Ball ในWorld Cup 2010 ด้วย

ฟอร์ลันร่างทองโคตรultimate ยิ่งปี2010นี่คือ ร่างสุดยอด ทำไมไม่มาอัลติเมทกับทีมตูฟะ

หลังจากนั้น ฟอร์ลันก็ฝีเท้าดรอปลงตามอายุและช่วงเวลา ย้ายออกจากตราหมีไปจอยอินเตอร์มิลาน จากนั้นกลับอเมริกาใต้ไปอยู่กับ อินเตอร์นาซิอองนาล ไปญี่ปุ่นกับเซเรโสะ โอซาก้า / ย้ายไปอยู่กับ Peñarol, Mumbai City และ Kitchee ตามลำดับ ก่อนที่จะประกาศแขวนสตั๊ดแล้วเรียบร้อยในที่สุด ยุติชีวิตนักฟุตบอล21ปี ตั้งแต่ปี1997 นับตั้งแต่อยู่กับสโมสรแรกเริ่มอย่างอินดิเพนเดนเต้ ก่อนจะย้ายไปหลายที่ดังที่กล่าวไปแล้ว

การที่ฟอร์ลันยุติบทบาทในฐานะนักเตะไปเรียบร้อยแล้ว จึงถือเป็นโอกาสดีที่เราจะมาย้อนรำลึกถึงนักเตะผู้นี้อีกครั้ง ในฐานะของ "อดีตนักเตะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด" ที่จะอยู่ในใจและความทรงจำของแฟนบอลตลอดไป ซึ่งหากใครที่ดูบอลมาด้วยกันและยังจำช่วงเวลานั้น แมนยูไนเต็ดซื้อตัวฟอร์ลันมาจากอินดิเพนเดนเต้ ในราคาแค่ 6.9ล้านปอนด์ ก็ถือว่าไม่แพงแม้จะอยู่ในยุคนั้น เพราะสถิติสูงสุดมันเคยไปอยู่กับ รุด ฟาน นิสเตอรอย ที่แมนยูซื้อมาก่อนหน้านั้นหนึ่งปีในปี2001แล้ว


ก่อนที่ฟอร์ลันจะย้ายมาอยู่กับแมนยู ผมได้ดูฟอร์มมาก่อนนิดหน่อย และก็เห็นชัดเจนว่า นี่มันคือStrikerตัวโหดที่มีการยิงมันส์ตีนแบบระเบิดระเบ้อคนนึงเลย พาลทำให้คิดไปถึงหอกตำนานอเมริกาใต้คนนึงอย่างบาติโกลด้วยซ้ำเวลาที่เห็น ฟอร์ลันระเบิดตาข่ายคู่ต่อสู้ในสีเสื้ออินดิเพนเดนเต้  นั่นก็แปลว่านี่คือตัวถล่มประตูอีกคนนึงนั่นเอง ซึ่งอย่างที่รู้กัน เวลานั้นเรามีนิสเตอรอยอยู่แล้ว ที่เล่นเข้ากับระบบของแมนยูไนเต็ด ยึดตัวจริง และทำสกอร์ให้กับทีมได้อย่างต่อเนื่องจำนวนมาก

ในขณะที่ ฟอร์ลัน เมื่อย้ายมาแล้ว กลับทำประตูไม่ได้เลยอย่างน่าเป็นห่วง ถ้าใครจะจำได้ ไม่ว่าเขาจะลงไปแบบไหน ตัวจริงก็แล้ว สำรองลงไปก็แล้ว ก็ยังยิงไม่ได้จนในที่สุดผ่านไป8เดือน กับเกมพรีเมียร์ลีก13นัด UCLอีก5นัด กว่าที่ในที่สุด เขาจะยิงได้จากการลงไปเป็นตัวสำรองในเกมกับมัคคาบี้ไฮฟา และยิงได้ในที่สุดจากลูกจุดโทษท้ายเกม เป็นประตูแรกของเขาที่ยิงให้กับแมนยูไนเต็ดได้ในที่สุด


และพอประตูแรกมาแล้ว หลังจากนั้นประตูระดับ "โคตรสวย" และ "โคตรสำคัญ" ก็ทยอยออกมาจากเขาได้เรื่อยๆเป็นระยะๆ เริ่มตั้งแต่ ลูกโหม่งสุดสวยของอเมริกาใต้คอนเนคชั่นจากแอสซิสต์เวรอน และขวิดเข้าไปเนียนๆ และรวมถึงประตูที่ "โหดสัสอุรุกวัย" ที่สุด กับลูกยิงเต็มตีนระยะไกล เป็นระดับ ลูกไฟ เลยทีเดียวใส่เซาท์แธมตัน งดงามมากเข้าขั้นส่งประกวดได้เลย ก่อนที่ช็อตฮาในตำนานจะเกิดขึ้น เมื่อปกติพี่แกเป็นกองหน้าประเภท ยิงได้แล้วถอดเสื้อ เป็นท่าดีใจประจำ แมตช์นี้ถอดเสื้อฉลองออกมา แล้วใส่เสื้อกลับไม่ได้ พี่แกก็วิ่งไล่บอลทั้งๆล่อนจ้อนท่อนบนแบบนั้นแหละ โคตรฮา แต่หลังจากนั้นแล้ว คือสุดยอดความทรงจำที่ผมเชื่อว่า แฟนผีทุกคนในยุคนั้น จะไม่มีทางลืมแน่นอน กับคำกล่าวที่ว่า

"แค่ซื้อมายิงลิเวอร์พูลสองลูกแม่งก็คุ้มแล้ว"


แน่นอน ลูกแรกเป็นประตูฟ้าประทาน ที่ฟ้าก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ชายหนุ่มนิรนามที่ชื่อว่า เจมี่ การาเกอร์ (นิรนามตรงไหนวะบอกชื่อขนาดนี้) โหม่งคืนหลังให้เจอร์ซี ดูเด็ค โกล์แชมป์ยุโรปปี2005 แต่ก่อนที่จะไปถึงตรงนั้น พี่แกก็ออกลูกเป็นไข่ให้พวกเราดูกันก่อน โดยการตะครุบบอลลอดDark หลุดมาถึงเท้าฟอร์ลัน วิ่งแปเข้าไปง่ายๆ อย่างไม่มีวันลืมเลือน

แต่สงสัยกลัวใครจะค่อนขอดว่า ยิงประตูง่ายๆมันน่าภูมิใจตรงไหน พี่แกก็โชว์ความเป็นWorld Class Striker ตัวจริงให้ดูในประตูที่สอง กดลูกไหลจากิ๊กส์มาทางขวา แล้วซัดเต็มข้อล่อเต็มเครื่องในอัดใส่ดูเด็คไส้แตกอีกรอบ นอนจมกองเลือด พร้อมด้วยซากศพแฟนหงส์จำนวนมากในนัดนัด คาแอนฟิลด์ 1 ประตูต่อ 2 กลายเป็นแมตช์แห่งความทรงจำของแฟนผี และดิเอโก้ ฟอร์ลัน ไปแบบไม่มีทางลืม

ช็อตในตำนานที่จะอยู่ในใจแฟนผีแบบไม่มีวันลืมแน่ๆ

จากที่ก่อนๆหน้านี้มา ฟอร์ลันมีปัญหากับการปรับตัว และยิงประตูไม่ได้เลยเมื่อมาเล่นให้กับแมนยูไนเต็ด กว่าจะยิงได้ก็นานมากถึง8เดือน แต่ทันทีที่ประตูเบิ้ลนี้ใส่ลิเวอร์พูลมา ความสากที่เคยมีมาผมเชื่อว่า แฟนผีแทบทุกคนให้อภัยเค้านะ(ฮา) อย่างที่บอกไป ทุกคนพูดแบบนี้เป็นเสียงเดียวกันจริงๆว่า ซื้อมาแค่นี้แหละ พอแล้ว คุ้ม

เช่นเดียวกันกับดีลของ ไมเคิล โอเว่น แค่ซื้อมาชูถ้วยพรีเมียร์ลีกให้แฟนหงส์เห็นกันเล่นๆ และซื้อมาแค่เพื่อยิงท้ายเกมเฉือนเอาชนะแมนซิตี้แบบสุดมันส์ระดับโคตรตำนานลูกนั้น  แค่นั้นเอง ไมเคิล โอเว่น ก็เป็นดีลที่คุ้มค่าแล้วเช่นกันไม่ต่างกับฟอร์ลันเลย

ทุกดีลๆมันมีเหตุผลของมัน ฟอร์ลันก็เป็นเช่นนั้น

"ทุกๆดีลก็มีเหตุผลของมัน" ..ตำนานสโต๊คคอนเฟิร์ม

มันมีหลายสาเหตุที่ทำให้ฟอร์ลันเมื่อย้ายมาแล้วไม่เปรี้ยงปร้าง ยิงประตูแทบจะไม่ได้เลย รวมแล้วเกือบร้อยนัดเขายิงไปแค่17ประตูถือว่าน้อยมากๆ และไม่น่าแปลกใจอะไรหากจะถูกขายออกไปเพียงแค่สามฤดูกาล แต่สาเหตุที่ฟอร์ลันมาแล้วเล่นไม่ออก จะไปโทษเขาแต่เพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้ มันก็เหมือนกับดีลลูคาคูในปัจจุบันนี่แหละ ที่ผมมั่นใจว่า ไอ้รอมเมื่อย้ายไปอินเตอร์ในคืนนี้เรียบร้อยแล้วนั้น เขาจะยิงประตูกระจุยกระจาย เหมือนตอนที่เล่นในทีมชาติเบลเยี่ยมแน่นอน

ปัญหาของฟอร์ลันมีค่อนข้างเยอะหลายด้าน บางเรื่องก็เป็นปัจจัยที่พี่แกควบคุมไม่ได้ บางเรื่องแกก็ทำตัวแกเอง

ที่เขียนนี่ไม่ใช่ข้อแก้ตัวให้ไอ้ตัวกลางนะเฟ้ย!!!

1.โรคยอดฮิตเรื่องการปรับตัวของนักเตะอเมริกาใต้

เรื่องแรก ปัญหาของฟอร์ลันที่เจอ มันคือปัญหาการปรับตัวของนักเตะจากอเมริกาใต้ คือการมาเล่นกับฟุตบอลยุโรป มันก็จะอีกมิติหนึ่งเมื่อเทียบกับเกมในทวีปของเขาเอง ดังนั้นฟอร์ลันมาช่วงแรกๆก็ยังตามระบบการเล่นไม่ทัน ยิ่งมาเจอกับบอลอังกฤษที่มีเอกลักษณ์การเล่นบอลยาว และเกมหนักๆแล้วนั้น ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาจะยิงไม่ได้ ซึ่งหากให้เวลาฟอร์ลัน หรือเขาได้ไปยืมตัวมาจากสเปนก่อนหน้านั้นสักปีสองปี ผมว่าอาจจะดีขึ้น และฟอร์ลันอาจจะจับสปีดเกมภาคพื้นยุโรปได้ดีกว่านี้ นั่นคือเหตุผลแรก

2.ความไม่เข้ากันกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

อันนี้ก็น่าจะสำคัญมากๆ เมื่อแมนยูยุคนั้น คือทีมระบบ4-4-2 ที่เน้นการขึ้นเกมโดยปีก และใช้กองหน้าคู่กัน ซึ่งเจ้าตัวฟอร์ลันเองนั้น ในยุคที่มาแมนยูก็ถือว่าเป็นST Stikerตัวจบสกอร์เบอร์9ของแท้เลย อย่างที่กล่าวมาแล้วว่า เห็นฟอร์มตั้งแต่สมัยอินดิเพนเดนเต้มันก็ชัดเจน และป๋าคงซื้อมาหวังว่าจะให้ช่วยกันทำสกอร์คู่กันกับรุดฟานนิสเตอรอย เหมือนดั่งที่เราเคยมีคู่หูนิลกาฬอย่างคู่ ยอร์ค-โคล แต่ผลที่ได้มันไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อทั้งสองคนต่างก็เป็นกองหน้าสายจบสกอร์สไตล์เดียวกัน จริงๆแล้วหน้าคู่มันควรจะมีตัวกดตัวนึง กับตัวปั้นในแบบหน้าต่ำสักตัวนึง ถึงจะเข้ากันดี

แต่เมื่อสไตล์เดียวกันแบบนี้แล้ว จะเล่นให้เข้ากับรุดแล้วเปรี้ยงคู่มันก็คงยาก

นอกจากนี้แล้วนั้น ระบบของยูไนเต็ดก็ยังไม่ค่อยชินและเป็นธรรมชาติหากจะให้นำสูตรหน้าเป้าเดี่ยวๆมาใช้ ยิ่งในยุคนั้นลืมไปได้เลย ขนาดว่าแมนยูเองเคยใช้ตอนที่รุดอยู่เดี่ยวๆในสูตร 4-4-1-1 แล้วก็ตาม แต่มันก็ไม่ใช่ธรรมชาติของแมนยูอยู่ดี จนแม้กระทั่งเวรอนเองที่เป็นคีย์ในสูตรนี้ ก็ต้องกระเด็นไปตามformationนี้ด้วยเหมือนกัน เรียกได้ว่า ทั้งเวรอน ฟอร์ลัน ก็ตามๆกันไปเลยพร้อมกับการตายสนิทของ 4-4-1-1 ด้วย

ดังนั้นข้อนี้ผมจึงยกเคสเดียวกันกับเจ้ารอมมาว่า นักเตะบางคน อาจจะไม่ได้เข้ากับระบบของแมนยูไนเต็ดเฉยๆ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เก่งหรอก ความสามารถเขาสูงจริงๆ แค่เขาไม่เข้ากับเราแค่นั้นเอง ดังที่เห็นว่า พอย้ายไปบียาเรอัลปุ๊บ ฟอร์ลันยิงระเบิดเถิดเทิงจนคว้ารางวัลของลาลีกา และรางวัลระดับยุโรปให้เราเห็นกันจะจะ นั่นแปลว่า เขาแค่ไม่เข้ากับเรา หรือ แมนยูอาจจะไม่เหมาะกับเขาเฉยๆ ไม่ใช่ว่าฟอร์ลันกาก หลักฐานนี้พิสูจนได์จากทุกประตูที่ฟอร์ลันทำได้ มันคือโคตรประตูที่ยิงอย่างเหนือชั้นและทรงพลังสุดๆจริงๆ

เขาไม่เคยกากเลยแม้จะตอนเล่นกับเราก็ตามที

"Diego Forlan ไม่ถูกใจสิ่งนี้"

3. การยืนขวางหน้าประตูอยู่ ของรุด ฟาน นิสเตอรอย

ข้อนี้ผมให้น้ำหนักสูงพอๆข้อด้านบนทั้งหมด เหลื่อมๆบางข้อด้วยซ้ำ แต่เรียกได้ว่าทั้งสามข้อสำคัญหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่เรามีกองหน้าตัวหลักอยู่แล้วอย่าง นิสเตอรอย ดังนั้นฟอร์ลันเข้ามา จึงเข้ามาในฐานะของกองหน้าตัวที่2 และหลายๆครั้งในสูตร ฟอร์ลันก็เป็นเพียงตัวสำรองเท่านั้น โดยมีรุดเป็นตัวจริง นั่นก็คือ รุดยืนขวางหน้าฟอร์ลันในตำแหน่งตัวเป้าเหมือนกัน ถือว่าฟอร์ลันเข้ามาผิดเวลา(มากๆ) ที่ดันมาเจอกับกองหน้าระดับตำนานแมนยูที่ซัดไป150ประตูซะอีก

ดังนั้นโอกาสของเขาก็ถือว่าน้อยจริงๆ เพราะหลายๆครั้งก็ต้องเป็นเพียงตัวสำรอง และได้ลงมาช่วงท้ายๆเกมเท่านั้น อันนี้ผมเห็นจนชินตา ซึ่งก็ได้แต่คิดว่า ให้มันลงแค่ท้ายๆเกม แล้วเมื่อไหร่มันจะยิงได้ เมื่อไหร่มันจะได้ปรับตัวสำเร็จ แต่พอฟอร์ลันได้โอกาสลงตัวจริงบ้าง ก็กลับทำไม่ได้ในเวลาที่ต้องการ ดังนั้นแล้วสถานะของเขามันก็ค่อยๆลดลงเรื่อยๆ กว่าที่จะยิงประตูได้ในช่วงท้ายๆก็ถือว่า ย้ายมาแรกๆนี่ทุกคนบอกกันเป็นเสียงเดียวเลยว่า ล้มเหลว  ส่วนหนึ่งนั่นก็เป็นเพราะตัวเขาเองด้วย แต่ที่สำคัญกว่าคือ ดันซวยย้ายมาเจอรุดขวางตำแหน่งอยู่นั่นแหละ ซึ่งรุดก็ดีกว่าจริงๆ ต้องเข้าใจในส่วนนี้ด้วย

4. การไม่ฟังเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

เป็นเรื่องด้านระเบียบวินัย และattitudeเล็กน้อย เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เปิดเผยออกมาจากปากเจ้าตัวเอง ข้อนี้คือสิ่งที่ฟอร์ลันทำตัวเองนั่นก็คือ การไม่ฟังคำสั่งของโค้ช จนในที่สุดผลมันก็ออกมา และก็กลับตัวไม่ทันแล้ว โดยที่เขามีปากเสียงและโต้แย้งความคิดกับป๋าเล็กน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องของรองเท้าสตั๊ด ที่เจ้าตัวชอบใส่สตั๊ดสั้นๆมากกว่า แต่ป๋าบอกให้ฟอร์ลันใส่สตั๊ดยาว เพื่อที่จะรับมือกับสนามเปียกๆได้ดีกว่า

และในที่สุด ฟอร์ลันที่มีโอกาสยิงหน้าประตู แต่ก็ลื่นจนทำให้ทีมเสียโอกาสไปในเกมกับเชลซี

จากนั้นฟอร์ลันรีบกลับเข้ามาในห้องแต่งตัว และรีบหาสตั๊ดมาเปลี่ยน แต่ป๋าตามเขาเข้ามา และจับรองเท้านั้นเขวี้ยงทิ้ง และนั่นแหละคือเกมสุดท้ายของเขา ก่อนที่จะโดนขายไปให้ทีมเรือดำน้ำในที่สุด

แต่กระนั้นเอง ใช่ว่าเขาจะโกรธแค้นหรือมีปัญหากับป๋า ฟอร์ลันเองยังคงรักป๋า และกับมาร์ติน เฟอร์กูสัน ผู้ที่นำเขาเข้ามาสู่โรงละครแห่งความฝันนี้ด้วย ตอนที่ฟอร์ลันได้กลับมาสู่ลอนดอนเพื่อแข่งเกมแชมเปี้ยนสลีกกับอาร์เซนอล เฟอร์กี้ก็ไปหาฟอร์ลันที่โรงแรม และก็ได้พูดคุยกันอย่างดีนั่นแหละถึงพิสูจน์ว่า มันก็เป็นแค่เรื่องทางฟุตบอลเท่านั้นเอง แต่ไม่ได้ตัดสายสัมพันธ์ที่ดีในฐานะมนุษย์ บอส และ ลูกทีมแต่อย่างใด


จะเห็นได้ทั้งหมดนี้ว่า นี่คือเรื่องราวที่ผ่านมาของฟอร์ลันว่า เขาย้ายมาแล้วเป็นยังไง เกิดปัญหาอะไรขึ้นบ้างในช่วงเวลาที่อยู่กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด .. หลายๆคนก็อาจจะคิดเอาแค่สะใจดังที่ผมเขียนไว้ในหัวบทความเท่านั้น แต่จริงๆมันเป็นเพียงแค่คำโปรยเฉยๆเท่านั้น แท้ที่จริงแล้ว ฟอร์ลันไม่ได้มีค่าเพียงแค่ยิงลิเวอร์พูลหรอก แต่เขายังสะท้อนอะไรได้หลายๆอย่าง ทั้งการเซ็นสัญญากับนักเตะอเมริกาใต้ที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ  เรื่องแผนการเล่น เรื่องการปรับตัว อะไรหลายๆอย่าง

และที่สำคัญที่สุดก็คือ มันได้สะท้อนแล้วว่า นักเตะบางคนก็ใช่ว่าเขาจะไม่เก่ง แต่เขาแค่อาจจะไม่เหมาะ ไม่เข้ากับเรา หรืออาจจะย้ายมาไม่ถูกช่วงเวลาที่เหมาะสมเท่านั้นเอง(เจอรุดขวางทางอยู่) กรณีแบบนี้มันทำให้เรามองกว้างขึ้น และถ้าเทียบกับนักเตะปัจจุบัน เราก็อาจจะเข้าใจ และมอบความแฟร์ให้กับพวกที่เล่นไม่ออก แต่จริงๆมีของอย่าง ลูคาคู หรือ เฟร็ด

นักเตะที่เราเอามานั้นคือ"ของจริง"  หาใช่ของปลอมทำเหมือนโดนย้อมแมวขายแต่อย่างใด เพราะในทันทีที่เขาย้ายออก พรสวรรค์ที่แท้จริงของเขาก็ได้ปลดปล่อยออกมา ในที่ที่ใช่นั่นเอง


ด้วยรางวัลมากมาย และผลงานระดับพระกาฬที่พาทีมบินสูง จนกระทั่งเกียรติยศสูงสุดอย่างแบกทีมขึ้นอันดับ4ในWC 2010 ก็ยังมีการพาบียาเรอัลไปแชมเปี้ยนสลีกครั้งแรก พร้อมด้วยตำแหน่งแชมป์ยูโรป้าลีก และถ้วยซุปเปอร์คัพ พ่วงด้วยผู้ได้ชื่อว่า รู้ถึงน้ำหนักของถ้วยพรีเมียร์ลีก กับแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษในฤดูกาล 2002/2003 และก่อนที่ปีถัดมาก็จะได้FA Cupประดับบารมีอีกถ้วย รวมถึงถาดการกุศลคอมมูนิตี้ชิลด์ด้วยเช่นกัน ฟอร์ลันก็จากเราไปแบบมีถ้วยติดมือ และได้พิสูจน์ตัวเองแล้วในที่สุดว่าเขา ของจริง  .. ถามว่า จริงขนาดไหนพูดตรงๆเลยว่า ดิเอโก้ ฟอร์ลัน ในร่างที่ยังอยู่กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เอาแค่ตอนนั้นผมว่าก็ยังเก่งกว่ากองหน้าทุกคนในยุคปัจจุบันที่เรามีเลย

ล้มเหลวในยุคนั้น ยังเก่งกว่าทุกคนในยุคนี้


ไม่ว่าจะเป็นทักษะการเล่นที่ฟอร์ลันมี แม้โอกาสลงสนามน้อย แต่ทุกลูกที่ยิงได้คือ มันเหนือชั้นมากๆ มีทั้งเทคนิค ทั้งความคม พลังการยิง ทั้งใกล้ไกล ลูกโหม่ง ลูกชาร์จแบบstrikerสมัยอยู่อเมริกาใต้  ลูกยิงไกลแบบสุดยอดทั้งซ้ายขวา ซึ่งต่อมากลายเป็นท่าไม้ตายหลักตอนที่เขาอยู่กับทีมในสเปน ลูกยิงไกลนี่โดดเด่นมาก  ขอแนะนำให้แฟนผี ไปย้อนดูประตูทั้งหมดของฟอร์ลันภายใต้สีเสื้อปีศาจแดง (มีไม่เยอะหรอก คลิปไม่ยาว ดูได้ เพราะยิงไปไม่กี่ลูก 555) 

อยากบอกว่า แต่ละลูกของฟอร์ลันที่ยิงให้เรา แม่งสุดตีนทุกลูก สวยมากทุกลูก  การยิงระเบิดตาข่ายแบบ ยิงเต็มแรง ไม่มีกั๊ก และบอลอัดตาข่ายนั้น โคตรมันส์จริงๆ และสวยงามทุกลูก เห็นชัดเลยว่า สกิลมันเหนือชั้นแค่ไหน ดูได้จากการทำประตูนี่แหละผมถึงได้กล้าพูดว่า เขายังเก่งกว่ากองหน้ายุคนี้ของเราเยอะ แม้จะเป็นช่วงที่มาล้มเหลวกับเราก็ตาม


ไม่น่าเชื่อนะ ถ้าหากมองในยุคนั้น ใช่ ฟอร์ลันคือกองหน้าที่ซื้อมาแล้วล้มเหลวกับแมนยู แต่พอดูเส้นทางของเขาภายหลัง ถึงได้รู้กันว่า นักเตะคนนี้ไม่ได้กระจอกเลย แต่นี่แหละ ระดับโลกของจริง และลองย้อนไปเทียบกับสมัยนี้ มันยิ่งชัดเจนว่า ฟอร์ลันตอนที่ล้มเหลวที่ว่ากัน หากดูการเล่นของเขา ผมว่ายังเก่งกว่าพวกแรชฟอร์ด มาร์กซิยาล ลูคาคูพวกนี้ เยอะมากจริงๆ

ย้อนเวลากลับไปได้ จะขอเอาฟอร์ลันยุคนั้น มายืนหน้าเป้าในยุคนี้แทนคงจะเจ๋งมาก


แต่มันก็เป็นแค่ความคิดสนุกๆนะ เพราะบนโลกนี้มันไม่มีคำว่าถ้า และนี่ก็คือเรื่องราวของนักเตะคนหนึ่ง ที่เคยร่วมหัวจมท้ายกับทีมเรา และว่ากันตามตรง การที่ลงถึง98นัด ยิงได้แค่17ประตู มันก็ค่อนข้างแย่หากจะนับกันแต่ตัวเลข แย่ซะยิ่งกว่ารอมซะอีกที่ตอนนี้ 96 นัด 42 ประตูเข้าไปแล้ว ต่างกันแบบชัดเจนอย่างเทียบไม่ได้  แต่นั่นก็คือสถิติเฉยๆ ไอ้ที่กล่าวไปมันคือ ฝีเท้า และทักษะส่วนตัวของเขาเพียวๆเท่านั้น เพราะมันไปถูกพิสูจน์กับทีมอื่น ไม่ได้พิสูจน์ได้ที่ทีมเรา ดังนั้นที่ผมกล่าวเอาไว้ว่า เขาเก่งกว่า หมาก แรช รอม นั่นน่ะก็จริงแล้ว  ซึ่งตอนนี้ คนในสถานะเดียวกันอย่าง ลูคาคู ก็มีหน้าที่ที่จะต้องพิสูจน์ตัวเองเพื่อลบคำกล่าวนี้ของผมให้ได้ เพราะถ้ารอมย้ายไป แล้วสร้างimpactได้ระดับทวีป เหมือนที่ฟอร์ลันทำ ตอนนั้นถึงจะบอกได้ว่า รอมนั้นเทียบเท่าเขาได้หรือยังนั่นเอง

ก็ได้แต่หวังว่า เจ้าเด็กยักษ์จะมีเส้นทางอื่นที่ดี เหมือนที่ฟอร์ลันไปเกิดกับทีมอื่นเช่นกัน

"กองหน้ามือระเบิด" นอกจากจะชอบระเบิดประตูแล้ว ยังชอบระเบิดเสื้อทีม จนkit managerปวดกบาล!

เรื่องบางเรื่องเราไม่จำเป็นต้องหาเหตุผล ไม่จำเป็นต้องก่นด่าถึงความผิดพลาดหรือล้มเหลว สักวันนึงคำตอบของมันอาจจะออกมาก็ได้ เช่นเดียวกันกับดีลซื้อขายที่นำเอาตัวหัวหอกอุรุกวัยคนนี้เข้ามานั้น เขาอาจจะไม่ได้มาเพื่อผลิตสกอร์เป็นกอบเป็นกำเหมือนรุด

..เขาอาจจะมาเพื่ออยู่ในตำแหน่งถูกที่ถูกเวลา เพื่อให้คนจดจำไปตลอดกาลก็เป็นได้

สุดยอดกองหน้า"ระดับโลก" ที่ประทับใจที่สุดคนหนึ่งของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

กองหน้าแมนยูที่ผมชอบมากที่สุดคนนึงตลอดกาล เท่เหนือคำบรรยาย

"มัจจุราชผมทอง" ตีนระเบิดแห่งโอลด์แทรฟฟอร์ด.. Diego Forlan

-ศาลาผี-

source : https://www.theguardian.com/football/2009/sep/14/diego-forlan-alex-ferguson-studs

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด