:::     :::

แพ้...แต่ยังมีเรื่องดีให้พูดถึง

วันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม 2562 คอลัมน์ สิงห์สนามจริง โดย ยักษ์เดนส์
4,018
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
เปิดฉากเกมแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับฤดูกาลใหม่ภายใต้การคุมทีมของกุนซือคนใหม่สำหรับ เชลซี

หลังได้เห็นผลงานในช่วงปรีซีซั่นกันมาแล้ว ก็ถือว่าดูดีมีอนาคตอยู่ ถึงแม้ว่าจะโดนติงอยู่บ้างว่าเกมรับเสียประตูค่อนข้างง่าย

11 คนแรกในเกมพรีเมียร์ลีกยุคของ "แลมพ์ส" ในระบบ 4-2-3-1 มี เกปา อาร์รีซาบาลาก้า เฝ้าเสา กองหลังวาง เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, คูร์ท ซูม่า, อันเดรียส คริสเตนเซ่น และ เอแมร์ซอน กองกลางตัวรับเป็น จอร์จินโญ่ กับ มาเตโอ โควาซิช โดยมีทาง เปโดร โรดริเกซ, เมสัน เมาท์ และ รอสส์ บาร์คลี่ย์ เป็นแนวรุก กองหน้า แทมมี่ อบราฮัม ล่าตาข่าย

ถือว่าเซอร์ไพรส์เล็กน้อยกับการเล่นระบบนี้แต่คนที่เป็นตัวรุกทางฝั่งซ้ายกลับเป็น บาร์คลี่ย์ แทนที่จะเป็น คริสเตียน พูลิซิช แต่ก็ต้องยอมรับว่า มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษทำผลงานในช่วงอุ่นเครื่องได้ดีทีเดียว


ส่วนกองหลังยังไงก็คงต้องเป็นคู่นี้เมื่อ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ยังเจ็บ และทีมก็ปล่อย ดาวิด ลุยซ์ ไปแล้ว ส่วนในรายของ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ยังไม่ฟิตเต็มร้อยเลยเป็นแค่สำรองไปก่อน

ไม่ถึงสี่นาทีแรกของเกมเชลซีน่าขึ้นนำสุดๆเมื่อ แทมมี่ อบราฮัม ในกดเต็มข้อบอลพุ่งเป็นจรวดไปชนเสาเต็มๆ

แต่ทีมของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ก็เกือบพลาดถึงขั้นเสียประตูในจังหวะที่ต่อบอลในเขตโทษตัวเอง คูร์ท ซูม่า จะจ่ายบอลให้ จอร์จินโญ่ แต่ไม่ตรงกลายเป็นเข้าทาง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ซะงั้น ยังดีที่จังหวะยิง จอร์จินโญ่ วิ่งไปบีบทำให้ต้องรีบเลยยิงไม่ดีนัก เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ล้มตัวรับไว้ได้

เกมของ เชลซี ไม่ได้เป็นรองแถมจะดูดีกว่าด้วยซ้ำ แต่กลับต้องมาเสียประตูให้กับจุดโทษของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ในจังหวะที่ คูร์ท ซูม่า ไป ‘เสียเชิง’ ให้ดาวยิงทีมชาติอังกฤษจังหวะหลุดเข้าเขตโทษแล้วเตะร่วงลงไป


ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับกองหลังรายนี้หากหวังก้าวขึ้นมาเป็นแกนหลักของทีม เพราะจังหวะนั้นเพื่อนลงมาช่วยกันเพียบ เรียกได้ว่าล้อมเอาไว้หมดแล้ว แต่ดันไปเตะจนเสียจุดโทษอีก

หลังจากช็อตไปพักใหญ่ เชลซี กลับมาอยู่ในเกมของตัวเองอีกครั้ง ครองบอลมากกว่า ต่อบอลได้ดี และที่สำคัญได้ลุ้นประตูตีเสมอสองหนซ้อนจากจังหวะได้ยิงในเขตโทษด้านซ้ายของ รอสส์ บาร์คลี่ย์ ติดเซฟ ดาบิด เด เคอา และ เอแมร์ซอน กดชนเสา

จบครึ่งแรกกับสกอร์ที่ตามหลังแต่หากมองที่รูปเกมถือว่าดูดีมีอนาคตทีเดียว

ครึ่งหลัง เชลซี กลับมาเล่นพร้อมโอกาสที่ไม่น้อยกว่าครึ่งแรก แต่ขาดความเฉียบคมเหมือนเดิมในจังหวะสุดท้าย จนโดนลงโทษด้วยสองประตูในช่วงสองนาที เริ่มจาก คูร์ท ซูม่า ที่ช้าว่า เจสซี่ ลินการ์ด ที่ถึงบอลก่อนแล้วไหลให้ อันเดรียส เปเรยร่า เปิดมาหน้าประตู อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล อยู่หน้า เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ยิงจ่อๆเข้าไป ตามด้วย ปอล ป็อกบา วางบอลทะลุช่องให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด หลุดไปเกี่ยวบอลลงก่อนยิงผ่าน เกปา อาร์รีซาบาลาก้า เข้าไป


การแก้เกมก่อนหน้านี้ที่ส่ง คริสเตียน พูลิซิช ลงมาแทน รอสส์ บาร์คลี่ย์ ยังไม่ออกผลเกมก็แทบจะปิดฉากไปแล้ว ก่อนจะมาโดนตอกฝาโลงสนิทจาก แดเนี่ยล เจมส์

ในภาพรวมเกมแรกของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ต้องบอกว่ารูปแบบการเล่นนั่นใช้ได้เลย การต่อบอลสั้นแม่นยำโดยเฉพาะบอลจังหวะเดียวแสดงให้เห็นถึงการเคี่ยวกรำจากการซ้อมถึงได้รับผลเช่นนี้ (ก่อนจะโดนทะลวงยับ)

ความผิดพลาดของ คูร์ท ซูม่า คือตัวแปรสำคัญ แนวรับชาวฝรั่งเศสถือว่ามีเกมที่แย่ก็ว่าได้ จ่ายบอลเสียบ่อยครั้ง จังหวะเข้าสกัดบอลยังดูไม่เนียนตา ต้องปรับอีกหลายอย่างเลย


น่าเสียดายที่ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ยังไม่ฟิตเต็มที่ เพราะในจังหวะบุกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บ่อยครั้งบอลทะลุถึงหน้าเขตโทษอย่างรวดเร็ว ซึ่งการมีสตาร์ทีมชาติฝรั่งเศสอยู่ในสนามน่าจะไม่ถึงขั้นนี้

ในเกมรุกชัดเจนว่าการหายไปของ เอแด็น อาซาร์ ทำให้เกมริมเส้นทางซ้ายลดความน่ากลัวชัดเจน ยามที่ เอแมร์ซอน ลุยขึ้นมาหลายหนไม่รู้จะจ่ายให้ใคร เพราะ รอสส์ บาร์คลี่ย์ จะหุบเข้าไปตรงกลางมากกว่า

ส่วน เมสัน เมาท์ แม้จะมีจังหวะวูบวาบแต่ยังขาดประสิทธิภาพ ขณะที่ แทมมี่ อบราฮัม หากไม่นับจังหวะได้ยิงชนเสาก็ไม่ได้ช่วยทีมมากนัก อาจจะเป็นเพราะกระดูกบอลยังไม่แข็งพอ ต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์มากกว่านี้


แต่ก็อย่างที่บอก รูปเกมที่ออกมาภายใต้การคุมทีมของเจ้านายคนใหม่ถือว่าน่าพอใจทีเดียว

ในเกมรับถ้าได้ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ กลับมาคงจะแน่นขึ้นกว่านี้ รวมถึง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ที่ลงเล่นเป็นสำรอง หากฟิตเต็มที่คงช่วยทีมได้มาก

เหลือแค่การจบสกอร์ให้คมกว่านี้ เพราะจากโอกาสที่สร้างสรรค์ขึ้นมาได้คงไร้ประโยชน์หากไม่สามารถส่งบอลไปสู่ก้นตาข่ายได้

ให้เวลา แฟร้งค์ แลมพาร์ด กันหน่อย เชื่อว่าจะให้เห็นวันที่สดใสกันอย่างแน่นอน


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด