:::     :::

เทียบความพร้อม'บาร์ซ่า-มาดริด'ก่อนเปิดซีซั่น

วันอังคารที่ 13 สิงหาคม 2562 คอลัมน์ ลูกหนังนอกกรอบ โดย JOKE
2,294
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
เอแด็น อาซาร์ แม่ทัพคนใหม่ของ เรอัล มาดริด ในการต่อกรแย่งความสำเร็จกับ บาร์เซโลน่า ของแม่ทัพหน้าเก่าอย่าง ลิโอเนล เมสซี่

ฟุตบอลลีกเมืองกระทิงซีซั่น 2019-2020 กำลังจะเปิดฉากกันในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งประเดิมด้วยเกมระหว่าง แอธเลติก บิลเบา กับ บาร์เซโลน่า บนสังเวียน'ซาน มาเมส บาร์เรีย'ในวันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม ดังนั้นเราจึงนำเสนอความพร้อมของสองทีมเต็งอย่าง บาร์เซโลน่า กับ เรอัล มาดริด ว่ามีมากน้อยแค่ไหนก่อนเริ่มต้นซีซั่นใหม่ 

บาร์เซโลน่า เจ้าของแชมป์ลีกาสองสมัยล่าสุดและคว้าแชมป์ลีกเมืองกระทิง 8 จาก 11 ปีหลังสุดยังถูกยกให้เป็นเต็ง 1 ที่มีโอกาสคว้าแชมป์ลีกาซีซั่นนี้เหนือกว่าทุกทีม ตามมาด้วย เรอัล มาดริด ส่วน แอตเลติโก มาดริด ถูกมองว่าเป็นเพียงม้ามืดเท่านั้น สำหรับความพร้อมของสองทีมเต็งเป็นอย่างไรบ้างไปดูกันครับ

1.ตลาดนักเตะ

บาร์เซโลน่า

ทีมยักษ์กาตาลุนย่าทุ่ม 255 ล้านยูโรเพื่อเซ็นสัญญากับ 5 แข้งใหม่ โดยจ่ายหนักกับ อองตวน กรีซมันน์ (120 ล้าน) และ เฟรงกี้ เดอ ย็อง (75 ล้าน) ซึ่งจะเข้ามามีส่วนร่วมกับทีมชุดแรกโดยตรง ขณะที่ นอร์แบร์โต้ มูราร่า เนโต้ กับ เอคตอร์ จูเนียร์ ฟีร์โป เป็นการเสริมขุมกำลังสำรองและอนาคตระยะยาวของทีม ส่วน เอแมร์ซอน เดอ ซูซ่า จูเนียร์ แบ็กวัยรุ่นชาวบราซิเลียนที่ถูกกลับไป เรอัล เบติส พร้อมทำอ็อปชั่นซื้อกลับมาอีกครั้ง


ทัพอาซูลกราน่ายังปล่อยแข้งส่วนเกินออกจากทีมหลายคน อาทิ มัลคอม ซิลวา, เดนิส ซูอาเรซ และ อันเดร โกเมส เช่นเดียวกับ ยาสเปอร์ ซิลเลสเซ่น ที่เบื่อการเป็นตัวสำรองที่'คัมป์ นู' รวมถึงผู้เล่นอายุน้อยอีกหลายคนทำเงินให้สโมสรรวมกันราว 125 ล้านยูโร โดยยังไม่นับรวม ฟิลิปเป้ กูตินโญ่ ที่ยังไม่มีความชัดเจนแม้ว่านักเตะต้องการอยู่สู้ต่อก็ตาม

เรอัล มาดริด

ทัพ'โลส บลังโกส' ออกอาวุธเร็วตั้งแต่ช่วงตลาดนักเตะซัมเมอร์เปิดตัวไม่นานนักด้วยการเซ็นสัญญากับ 5 นักเตะใหม่ทั้ง อาแด็น อาซาร์, ลูก้า โยวิช, เอแดร์ มิลิเตา, แฟร์กล็องด์ เมนดี้ และ โรดรีโก้ โกเอส ซึ่งมีมูลค่ารวมกัน 303 ล้านยูโร ทว่าคงมีเฉพาะ อาซาร์ เท่านั้นที่การันตีตำแหน่งในทีมชุดแรก ขณะที่ โยวิช, มิลิเตา กับ เมนดี้ น่าจะสลับลงเล่นซึ่งขึ้นอยู่กับการเลือกแท็คติกของ ซีดาน ส่วน โรดรีโก้ อาจจะเริ่มต้นเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับ เรอัล มาดริด กาสตีย่า เหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับ วินิซิอุส จูเนียร์ ก่อนหน้านี้ 


ขณะเดียวกันทีมชุดขาวปล่อยแข้งส่วนเกินออกจากถิ่น'ซานติอาโก้ เบร์นาเบว'ทั้ง มาเตโอ โควาชิช, มาร์กอส ยอเรนเต้, เตโอ แอร์กน็องเดซ, ราอูล เด โตมาส รวมถึงผู้เล่นดาวรุ่งบางรายทำเงินรวมกันราว 110 ล้านยูโร แต่สโมสรยังมีแผนปล่อยนักเตะอย่าง ฮาเมส โรดรีเกซ, มาเรียโน่ ดีอาซ หรือ แกเร็ธ เบล เพื่อถอนทุนคืนอีกจำนวนหนึ่งก่อนตลาดช่วงซัมเมอร์ปิดทำการ

2.เทรนเนอร์

บาร์เซโลน่า 

เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ กำลังจะคุมทีมอาซูลกราน่าเป็นฤดูกาลที่ 3 หลังนำต้นสังกัดสอยแชมป์ลีกเมืองกระทิงตลอดช่วง 2 ปีแรก แต่พลาดโอกาสคว้า'ดับเบิ้ลแชมป์'สองซีซั่นติดต่อกันหลังพลิกพ่าย บาเลนเซีย ในนัดชิงชนะเลิศของศึก โกปา เดล เรย์ ครั้งล่าสุด 

ช่วง 2 ปีแรก เทรนเนอร์ชาวบาสโก้คุมบาร์ซ่าลงเล่นรวมกัน 119 เกม ชนะ 81 เสมอ 26 แพ้ 12 ยิง 279 ประตู เสีย 98 ประตู นำทีมคว้าแชมป์ 4 รายการ ลา ลีกา (2), โกปา เดล เรย์ กับ สแปนิช ซูเปอร์ คัพ อย่างละครั้ง


โจทย์ของ บัลเบร์เด้ คือการนำทัพอาซูลกราน่าคว้าแชมป์ทุกรายการที่มีส่วนร่วมโดยเฉพาะรายการ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ที่อกหักมาตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมาหลังการปราชัยต่อ โรม่า (รอบ 8 ทีม) และ ลิเวอร์พูล (รอบรองชนะเลิศ) ด้วยขุมกำลังชุดนี้ที่ลงทุนเกือบ 200 ล้านยูโรเพื่อเซ็นสัญญากับ อองตวน กรีซมันน์ และ เฟรงกี้ เดอ ย็อง ถ้าหากทีมยักษ์ใหญ่แคว้นกาตาลุนย่ายังไปไม่ถึงจุดหมาย เทรนเนอร์วัย 55 ปีคงไม่ได้ไปต่อ 

เรอัล มาดริด 

ซีเนดีน ซีดาน เคยสร้างปรากฎการณ์ด้วยการนำทัพ'โลส บลังโกส'คว้าแชมป์ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก 3 ปีติดต่อกัน รวมถึงการคว้าแชมป์ลีกา 1 สมัย, แชมป์สแปนิช ซูเปอร์ คัพ 1 ครั้ง และ แชมป์ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ กับ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ อีกรายการละสองครั้ง 

การคุมทีมช่วงแรกของ ซีดาน นำทัพชุดขาวลงสนามรวมกัน 149 เกม ชนะ 104 เสมอ 29 แพ้ 16 ยิง 393 ประตู เสีย 160 ประตู ก่อนประกาศอำลาตำแหน่งเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2018 หลังการคว้าแชมป์ยุโรปเพียง 5 วัน ซึ่ง เรอัล มาดริด ดึง จูเลน โลเปเตกี เข้ามารับงานต่อแต่ก็คุมทีมได้ไม่นานนัก เช่นเดียวกับ ซานติอาโก้ โซลารี่ ที่ก้าวขึ้นมาจาก เรอัล มาดริด กาสตีย่า เช่นเดียวกับเทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศส


ซีดาน หวนกลับมาคุมทีมชุดขาวรอบ 2 เมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา เขานำทีมลงเล่น 11 เกม ชนะ 5 เสมอ 2 แพ้ 4 ยิง 16 ประตู เสีย 14 ประตู ก่อนสโมสรจะลงทุนด้วยเม็ดเงินกว่า 300 ล้านยูโรเติมนักเตะใหม่ตามที่เทรนเนอร์วัย 47 ปีต้องการ ทว่าการกลับมารอบนี้ ซีดาน จะทำงานภายใต้ความกดดันจากความคาดหวังสูงลิบลิ่วในการนำทัพ'โลส บลังโกส'ทวงความยิ่งใหญ่กลับคืนมาอีกครั้ง

3.ผลงานปรีซีซั่น 

บาร์เซโลน่า 

บัลเบร์เด้ นำทีมตระเวณอุ่นเครื่องทั้งทวีปเอเชียและอเมริกาเหนือ แต่ลงสนามเพียง 5 เกม ชนะ 4 แพ้ 1 ยิง 11 ประตู เสีย 4 ประตู โดยประเดิมด้วยการปราชัยต่อ เชลซี 1-2 เนื่องจากสภาพร่างกายนักเตะยังไม่สมบูรณ์ ก่อนเดินหน้าเก็บชัยชนะตลอด 4 เกมหลังเหนือ วิสเซล โกเบ (2-0), อาร์เซน่อล (2-1), นาโปลี (2-1) และ นาโปลี (4-0)

เรอัล มาดริด 

ซีดาน นำทีมชุดขาวลงเตะอุ่นเครื่องช่วงปรีซีซั่นถึง 7 เกม ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 3 ยิง 14 ประตู เสีย 20 ประตู มีเพียงเกมเดียวที่เด็กๆของเทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศสไม่เสียประตูให้คู่แข่ง โดยเอาชนะทีมที่อ่อนชั้นกว่าอย่าง เฟเนร์บาห์เช่ (5-3) กับ ซัลซ์บวร์ก (1-0), เสมอด้วยสกอร์ 2-2 กับทั้ง อาร์เซน่อล และ โรม่า แต่พ่ายทั้ง บาเยิร์น มิวนิค (1-3), แอตเลติโก มาดริด (3-7) และ สเปอร์ส (0-1)

4.ระบบการเล่น 

บาร์เซโลน่า 

บัลเบร์เด้ ยึดระบบ 4-3-3 เป็นหลักโดยพยายามทำให้กองหน้าคนใหม่ กรีซมันน์ เรียนรู้แนวทางการเล่นของทีมอาซูลกราน่าเร็วที่สุดด้วยการส่งกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสลงเล่นทุกเกม โดยมีเพียงเกมกับ วิสเซล โกเบ เท่านั้นที่เทรนเนอร์ชาวบาสโก้เลือกใช้ระบบ 4-4-2 สืบเนื่องจากสภาพร่างกายนักเตะส่วนใหญ่ยังไม่พร้อมด้วยนั่นเอง


เทรนเนอร์วัย 55 ปี มีโอกาสทดสอบประสิทธิภาพ 3 แนวรุก 'อองตวน กรีซมันน์ - หลุยส์ ซัวเรซ - อุสมาน เดมเบเล่'พร้อมกันครั้งแรกในการลงเล่นเกมอุ่นเครื่องนัดสุดท้ายกับ นาโปลี ที่มิชิแกน ซึ่งแนวรุกทั้งสามคนใช้เวลาปรับจูนการเล่นร่วมกันตลอดช่วง 45 นาทีแรก ก่อนเริ่มลงตัวมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังจนร่วมด้วยช่วยกันยิง 4 ประตู จาก หลุยส์ ซัวเรซ สองประตูบวกอีกคนละหนึ่งจาก กรีซมันน์ และ เดมเบเล่ 

สามประสาน'กรีซมันน์ - หลุยส์ ซัวเรซ - เดมเบเล่' จะเป็นแผงกองหน้าของทีมอาซูลกราน่าในเกมประเดิมซีซั่นใหม่กับ แอธเลติก บิลเบา บนสังเวียน'ซาน มาเมส บาร์เรีย'ในวันศุกร์นี้ 

เรอัล มาดริด 

ซีดาน เลือกใช้การเล่นถึง 4 ระบบจากการลงเตะอุ่นเครื่องช่วงปรีซีซั่นทั้ง 4-3-3, 4-4-2, 4-2-3-1 กับ 3-5-2 หรือ 3-5-1-1 ซึ่งอาจมองได้สองแง่คือเทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศสต้องการสร้างความหลากหลายมากกว่าการยึดติดกับระบบ 4-3-3 หรือ ซีดาน ยังไม่มีระบบการเล่นที่เหมาะสมสำหรับขุมกำลังชุดนี้ โดยเฉพาะการเลือกแนวทางการเล่นที่เอื้อประโยชน์ต่อการเล่นของ อาซาร์ มากที่สุด 


จากการทดสอบการเล่นในช่วงปรีซีซั่น ซีดาน อาจตกผลึกกับการเล่นระบบ 3 เซนเตอร์ ซึ่งเทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศสเลือกใช้ระบบดังกล่าวตลอดการลงเล่น 2 เกมสุดท้ายกับ ซัลซ์บวร์ก และ โรม่า ซึ่ง อาซาร์ จะมีอิสระในการสรรสร้างเกมรุกเต็มตัวทั้งการเล่นเป็นหน้าต่ำหรือขยับขึ้นสูงมาเล่นหน้าคู่กับ คาริม เบนเซม่า อีกทั้งยังเอื้อประโยชน์ต่อการเติมเกมรุกจากวิงแบ็กสองฝั่งทั้ง มาร์เซโล่ กับ ดาเนียล การ์บาฆาล ซึ่งต่างเป็นฟูลแบ็กที่เล่นเกมรุกเป็นทุนเดิมดีอยู่แล้วด้วย 

ส่วนผลพลอยได้จากการปรับทัพมาเล่นระบบดังกล่าวน่าจะช่วยเกมป้องกันดีขึ้นกว่าเดิมบ้าง แม้ว่าจะถูกทีมหมาป่าทะลวง 2 ประตู รวมถึงการปล่อยให้แนวรุกซัลซ์บวร์กหลุดเข้าไปล่อเป้าบ่อยครั้งก็ตาม 

5.ปัญหา 

บาร์เซโลน่า 

ความกังวลเพียงเรื่องเดียวสำหรับ บัลเบร์เด้ คือสภาพร่างกายของ ลิโอเนล เมสซี่ หลังกัปตันทีมบาร์เซโลน่าบาดเจ็บกล้ามเนื้อน่องขวาตั้งแต่การกลับมาฝึกซ้อมช่วงปรีซีซั่นวันแรกทำให้ต้องพักราว 1-2 สัปดาห์ ซึ่งเทรนเนอร์ชาวบาสโก้เลือกที่จะไม่เสี่ยงใช้งานกองหน้าชาวอาร์เจนไตน์สำหรับเกมเปิดซีซั่นใหม่กับ แอธเลติก บิลเบา ในวันศุกร์นี้ 


การบาดเจ็บแบบกะทันหันของ เมสซี่ ทำให้แผนการที่วางไว้ผิดพลาดเล็กน้อยเนื่องจาก บัลเบร์เด้ หวังจะใช้ช่วงการทัวร์สหรัฐอเมริกาซักซ้อมการเล่นของสามประสาน 'อองตวน กรีซมันน์ - หลุยส์ ซัวเรซ - ลิโอเนล เมสซี่' ทว่าถึงตอนนี้มันคงจะต้องเกิดขึ้นระหว่างซีซั่นทั้งการซ้อมและลงแข่งจริง ซึ่ง กรีซมันน์ ที่เป็นนักเตะที่มีเซนส์ฟุตบอลสูงคงจะใช้เวลาไม่นานนักในการปรับแนวทางการเล่นให้เข้ากับซุปตาร์ชาวอาร์เจนไตน์

เรอัล มาดริด 

ซีดาน มีปัญหาปวดหัวในช่วงปรีซีซั่นมากกว่า เอร์เนสโต้ ทั้งเรื่องการบริหารจัดการทีม, การเลือกใช้ระบบการเล่น และ ปัญหานักเตะบาดเจ็บระหว่างเกมอุ่นเครื่อง โดยเฉพาะ มาร์โก อาเซนซีโอ ที่เทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศสวางตัวเป็น'อาวุธลับ'ของทัพ'โลส บลังโกส'โชคร้ายบาดเจ็บหนักถึงขั้นเอ็นเข่าฉีกขาดจนต้องปิดเทอมยาว ขณะสองแข้งใหม่อย่าง โยวิช กับ เมนดี้ ไม่มีส่วนร่วมกับช่วงปรีซีซั่นเต็มเม็ดเต็มหน่วยด้วยสาเหตุเดียวกัน


เทรนเนอร์วัย 47 ปี ยังต้องรับมือกับปัญหาคาราคาซังเกี่ยวกับอนาคตของ ฮาเมส โรดรีเกซ, แกเร็ธ เบล หรือ มาเรียโน่ ดีอาซ ซึ่งไม่อยู่ในแผนการทำทีม แต่เขาอาจต้อง'ทู่ซี้'ใช้งานต่อไปหากนักเตะไม่ยอมย้ายทีม 

6.ความหวัง

บาร์เซโลน่า 

บัลเบร์เด้ มีโจทย์ยากตั้งแต่เกมเปิดซีซั่นใหม่ในการนำทีมอาซูลกราน่าเยือน'ซาน มาเมส บาร์เรีย'โดยไม่มี ลิโอเนล เมสซี่ แต่เทรนเนอร์ชาวบาสโก้ยังมีขุมกำลังที่แข็งแกร่งพอที่จะบุกมาเก็บชัยชนะเหนือ แอธเลติก บิลเบา ในวันศุกร์นี้ ถึงแม้ซีซั่นล่าสุดที่พบกันจะลงเอยด้วยการเสมอ 0-0 ก็ตาม แต่การมาเยือนแคว้นบาสก์บนเวทีลีกา 5 ครั้งก่อนหน้านั้น ทีมเยือนกำชัยชนะเรียบวุธ 


เรอัล มาดริด 

ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า ซีดาน จะเลือกระบบ 3 เซนเตอร์สำหรับเกมเยือนสังเวียน'อาบังก้า - บาไลโดส'เปิดหัวซีซั่นใหม่กับ เซลต้า บีโก้ ในวันเสาร์นี้เพื่อเพิ่มความรัดกุมในระบบเกมป้องกันและมีส่วนทำให้ อาซาร์ มีอิสระการเล่นเกมรุกเต็มตัว แต่ถึงอย่างไรทีมชุดขาวยังสุ่มเสี่ยงและมีโอกาสเสียประตูให้คู่แข่งอยู่ดีเนื่องจากทีมดังเมืองบีโก้ขึ้นชื่อว่าเล่นในถิ่นดีและมีแนวรุกอันตรายพอตัว เพียงแต่เทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศสน่าจะนำทีมชุดขาวเก็บ 3 แต้มประเดิมฤดูกาลใหม่แบบหืดจับเท่านั้น 


7.เป้าหมาย

บาร์เซโลน่า 

ทัพอาซูลกราน่าลงทุนสร้างทีมด้วยเม็ดเงินจำนวนมหาศาลนับตั้งแต่ปี 2017 และเป็นทีมที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแข้งระดับซุปตาร์ตั้งแต่แนวรุกยันแนวรับ ทั้งฝ่ายบริหาร, เทรนเนอร์ และ นักเตะ ยังย้ำคำพูดเดิมทุกปีว่าเป้าหมายของสโมสรคือการสอยแชมป์ทุกรายการที่มีส่วนร่วม โดยมีแชมป์ลีกาเป็นเป้าเบอร์หนึ่ง ซึ่งหมายถึงการโค่นคู่ปรับตลอดชาติอย่าง เรอัล มาดริด แต่ถ้าหากบาร์ซ่ายังจั่วลมบนเวทียุโรปอีกครั้งในซีซั่นนี้คงต้องนับเป็นอีกหนึ่งปีล้มเหลวของยักษ์ใหญ่แคว้นกาตาลุนย่าแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ 


เรอัล มาดริด 

ซีดาน กลับมารอบ 2 พร้อมความคาดหวังสูงลิบว่าเทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศสจะนำทัพ'โลส บลังโกส'ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ไม่ต่างจากการคุมทีมรอบแรก ซึ่งเทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศสต้องพิสูจน์ให้เห็นฝีมืออย่างแท้จริงสำหรับการปั้นทีมชุดนี้ที่เปลี่ยนหัวใจสำคัญจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มาเป็น เอแด็น อาซาร์ กอบโกยแชมป์ตามรอยทีมชุดเก่า แม้ขุมกำลังชุดขาวจะแข็งแกร่งไม่ด้อยไปกว่าทุกทีมบนเวทียุโรป ทว่าพวกเขาพึ่งความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะมากกว่าการเล่นด้วยทีมเวิร์ค ซึ่งมันจะดีพอที่จะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้น อีกไม่นานเราคงจะทราบคำตอบ


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด