:::     :::

ผมจะพิสูจน์ให้เห็นถึงความเป็นยูไนเต็ด ..... สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์

วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม 2562 คอลัมน์ Zero to Hero โดย บังคุง
2,656
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังอยู่ในช่วงการสร้างทีม

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กำลังสร้างทีมคนหนุ่มเข้ามา นักเตะแกนหลักหลายคนมีอายุน้อย และเติบโตมาจากอะคาเดมี่ของทีม โดยสถิติบ่งบอกว่า เกมพรีเมียร์ลีก นัดแรกของฤดูกาล 2019-20 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใช้ผู้เล่นตัวจริงที่มีค่าเฉลี่ยอายุน้อยที่สุดในลีกที่ 24 ปี 227 วัน

หนึ่งในคนสำคัญที่เป็นฟันเฟืองในแดนกลางคือ "สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์" ดาวเตะวัย 22 ปีทีมชาติสกอตแลนด์ ที่ฤดูกาลนี้ เขาจะต้องเข้ามาเป็นตัวหลักในทีมชุดใหญ่ และเติบโตไปอีกขั้นหนึ่ง

ช่วงนี้ เราไปดูบทสัมภาษณ์ของเขากันหน่อย ถึงความมุ่งหวังในสีเสื้อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และแรงผลักดันในการพาสโมสรแห่งนี้ พุ่งชนกับความสำเร็จเหมือนในวันวาน

แม็คโทมิเนย์ เริ่มกล่าวว่า "ผมมีความสุขมากในช่วงปรีซีซั่น มีความแตกต่างออกไป เราทำงานกันมากขึ้น เราสามารถแสดงออกถึงการเล่นฟุตบอลเกมบุก อย่างไรก็ตาม เรามีหลายอย่างที่ต้องปรับปรุง จากความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆ การทำงานในช่วงปรีซีซั่น ถือเป็นการเตรียมความพร้อม ก่อนเกมแรกของฤดูกาล"

"สำหรับผมแล้ว ร่างกายของผมมีความฟิตสมบูรณ์มากกว่าที่เคยเป็นมา ผมรู้สึกสดชื่น และพร้อมที่จะลงไปแข่งขัน เพื่อก้าวไปยึดตำแหน่ง 11 ผู้เล่นตัวจริงของทีมให้ได้ ย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างแท้จริง (ทีมจบอันดับ 6 ในพรีเมียร์ลีก) แต่เราต้องลืมมันไป ผมยอมรับตามตรงว่า หลังจบเกมที่ไปเยือนเอฟเวอร์ตัน (แพ้อย่างขาดลอย 0-4) ผมกลับบ้านไป และร้องไห้ออกมา มันเป็นความรู้สึกที่ยากจะรับมือจริงๆ"

แม้จะพบกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก ทว่าเขายังมีช่วงเวลาที่น่าจดจำเหมือนกัน โดยเสริมว่า "ค่ำคืนที่กรุงปารีส อาจเป็นสิ่งที่ดีสุดในชีวิตของผม (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกชนะเปแอสเช 3-1) เราได้ประตูชัยจากลูกจุดโทษ ห่างออกไปไม่ไกลคือแฟนบอลของเราที่เดินทางมาให้กำลังใจ เราต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อให้มั่นใจว่าเราสามารถทำได้อีกครั้ง"

แม้ว่าจะได้รับโอกาสในการลงสนามจากผู้จัดการทีมคนเก่าอย่าง "โชเซ่ มูรินโญ่" ทว่าแม็คโทมิเนย์ ยังไม่หยุดยั้งในการพัฒนาตัวเอง โดยพร้อมพิสูจน์ผลงานให้กุนซือคนปัจจุบันอย่าง "โอเล่ กุนนาร์ โซลชา" เห็นว่า เขาเหมาะสมกับการสวมเครื่องแบบของอสูรแดง 

เขากล่าวถึงโซลชา ไว้ว่า "ผู้จัดการทีมดีกับผมมาก ผมต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้น ผมแสดงให้เขาเห็นว่า ผมสามารถเป็นนักเตะของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ ผมอยากให้เขาเชื่อมั่นในตัวผม ในการส่งลงสนามไปเล่นในเกมใหญ่ มันเป็นสิ่งที่ผมลงมือทำตลอดปีที่ผ่านมา"

"ขณะที่สตาฟโค้ชอย่างคีแรน แม็คเคนน่า และไมเคิ่ล คาร์ริค ก็ยอดเยี่ยมเช่นเดียวกัน พวกเขาใส่ใจในรายละเอียด รวมไปถึงการวางแผน และการให้คำแนะนำมากมายอย่างไม่น่าเชื่อ คุณพ่อมักบอกกับผมเสมอว่า หากผมไม่เปิดใจรับฟัง และเรียนรู้ สุดท้ายแล้ว จะมีคนอื่นเข้ามาทำหน้าที่แทนผมอย่างแน่นอน"

เขาบอกต่อว่า "ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากกับสโมสรอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในการมอบโอกาสให้กับกลุ่มนักเตะเยาวชน ผมยังจำไม่เคยลืมว่า ความรู้สึกในการประเดิมทีมชุดใหญ่ครั้งแรกมันเป็นยังไง นั่นเกิดขึ้นหลังจากต้องฝ่าฟันมาตั้งแต่ระดับอะคาเดมี่ นักเตะแต่ละคนต่างภาคภูมิใจ กับการเป็นส่วนหนึ่ง ผมอยากเป็นคนนั้นเช่นเดียวกัน ในการเดินตามรอยเท้าของเจสซี่ ลินการ์ด และมาร์คัส แรชฟอร์ด (2 เยาวชนของทีมที่ถูกดันมาเล่นทีมชุดใหญ่) นั่นคือตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจน"

"มันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมนะ เมื่อผู้เล่นมาจากทีมเยาวชนเดียวกัน เมื่อพวกเขารู้จักกันมาเป็นระยะเวลา 10 ปี ถือว่าเป็นการสร้างจิตวิญญาณขึ้นมาอย่างแท้จริง" แม็คโทมิเนย์ กล่าว โดยเขาเคยเล่นร่วมกับแรชฟอร์ด มาตั้งแต่รุ่นยู-16 

นอกจากแรงบันดาลใจของการเป็นเด็กอะคาเดมี่แล้ว แม็คโทมิเนย์ ยังบอกว่า เขาพร้อมที่จะเรียนรู้ จากบรรดาผู้เล่นมากประสบการณ์ภายในทีม พร้อมกับนำมาประยุกต์ใช้กับตัวเอง 

"เนมานย่า มาติช และปอล ป็อกบา ดีกับผมมากเช่นกัน ผมเรียนรู้จากพวกเขา เกี่ยวกับรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ไม่เพียงแค่การเล่นฟุตบอลในสนาม แต่ยังรวมถึงชีวิตนอกสนามด้วย ทั้งในแง่ของการจัดการกับตัวเอง การใช้ชีวิตท่ามกลางแฟนบอล และการให้ความเคารพต่อแฟนบอลด้วย แน่นอนว่า ผมถูกเลี้ยงดูมา โดยเน้นไปที่ความอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นหลัก เพื่อชีวิตจะได้มีมาตรฐานที่ยอดเยี่ยม"

"มาติช ช่วยสอนให้ผมเป็นคนที่มีอุปนิสัยของความติดดิน พร้อมกับมีสมาธิกับการเล่นฟุตบอลเท่านั้น เขาจะคอยสอนผมว่า อย่าไปให้ความสำคัญกับเรื่องราวนอกสนามมากเกินความจำเป็น เช่นเรื่องของการสนใจรถยนต์สุดหรู เป็นต้น ความจริงคือ ผมรักเขามาก เขาเป็นเหมือนกับพี่ชายคนโตของผมเลยล่ะ"

แม็คโทมิเนย์ บอกว่า "ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่คิดว่าผมสามารถปรับปรุงได้ ผมจะมุ่งมั่นทำงานอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่า ผมไม่อยากอยู่กับที่ และอยากก้าวไปอีกระดับหนึ่ง"

ขณะที่โซลชา ปิดท้ายว่า การทำทีมของเขานั้น จะมีแม็คโทมิเนย์ เป็นแกนกำลังสำคัญอย่างแน่นอน โดยกล่าวว่าสก็อตต์ เป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยม สะท้อนถึงความหวังที่เราอยากได้จากแข้งเยาวชนสักหนึ่งคน เขาเป็นเด็กที่มีความอดทนอย่างมหาศาล ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เขาจะฝ่าฟันในฤดูกาลนี้อย่างเหมาะสม และสร้างแรงขับเคลื่อนให้กับทีม"


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด