:::     :::

ชีวิตที่มีแต่ลิเวอร์พูล. ... เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาโนลด์ (ตอนแรก)

วันพุธที่ 21 สิงหาคม 2562 คอลัมน์ Zero to Hero โดย บังคุง
2,791
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
แม้จะมีอายุเพียง 20 ปี

"เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์" กลับกลายเป็นนักเตะจากอะคาเดมี่ ที่ก้าวมายึดตัวจริงในตำแหน่งแบ็คขวาของลิเวอร์พูล ได้อย่างเต็มภาคภูมิ พร้อมกับเป็นฟันเฟืองสำคัญ ในการพาทีมคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

เขาจะมาบอกเล่าเรื่องราว และความทรงจำเกี่ยวกับสโมสรแห่งนี้ ดูกันหน่อยว่า แรงบันดาลใจที่ช่วยผลักดันให้เขากลายมาเป็นนักเตะของทีมที่ตัวเองรักนั้น ทรงพลังมากขนาดไหน

"คุณต่างรู้ว่า สำหรับการพูดถึงการเฝ้ารอรถบัส หลังจากนั้น รถบัสอาจแล่นมาพร้อมกัน 2 คัน นั่นอาจเป็นเรื่องจริงสำหรับคนส่วนมาก อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่สำหรับผมเลย .... เพราะผมต้องเฝ้ารอเวลายาวนานถึง 14 ปี สำหรับรถบัสคันที่สอง ในท้ายที่สุด ช่วงเวลาที่รถบัสมาถึง ผมก้าวกระโดดขึ้นไปอยู่บนนั้น มันเป็นเรื่องที่บ้ามาก เมื่อคอของผมมีเหรียญแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ห้อยอยู่ รวมถึงโทรฟี่แชมป์ที่สำคัญสุดของสโมสรฟุตบอล ในขบวนพาเหรดตามถนนในเมืองลิเวอร์พูล ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผมเติบโตมา หากเอ่ยคำว่า -เหมือนฝัน- อาจไม่ใช่คำที่ยุติธรรมเท่าไร รวมถึงคำว่า -มหัศจรรย์- ผมเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือนะ แต่ไม่แน่ใจว่า ผมจะสามารถหาคำที่เหมาะสม เพื่อมาอธิบายความรู้สึกของผมตอนอยู่บนรถบัสคันนั้นได้อย่างไร"

"นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่ผมเห็นขบวนพาเหรดฉลองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในบ้านเกิดของผมเอง โดยย้อนกลับไปในช่วงปี 2005 ผมเฝ้ารออยู่ที่บันไดหน้าบ้าน มันกินเวลายาวนานเหมือนตลอดกาลกว่าขบวนพาเหรดจะมาถึง ผมรู้สึกขนหัวลุก เมื่อผมได้ยินใครสักคนตะโกนบอกว่า -ขบวดพาเหรดมาแล้ว- ผมอธิบายออกมาไม่ถูกเลย สตีเว่น เจอร์ราร์ด และเพื่อนร่วมทีมลิเวอร์พูล เพิ่งผ่านหน้าผมไป พร้อมกับโทรฟี่แชมป์ยุโรป ถ้วยรางวัลที่บ่งบอกความเป็นสโมสรของเรา"

"ย้อนกลับไปเวลานั้น ผมเพิ่งอายุแค่ 6 ขวบ อย่างไรก็ตาม ผมก็รู้สึกว่าตัวเองโตพอที่จะรู้ว่า ผมต้องการเป็นอะไรเมื่อตัวเองเติบโตขึ้นมา ผมต้องการเป็นนักเตะของลิเวอร์พูล และต้องการอยู่บนรถบัสในขบวนพาเหรดฉลองแชมป์ ไม่มีอะไรพิเศษเกี่ยวกับเรื่องนี้ เด็กส่วนมากที่โรงเรียน ต่างต้องการแบบนี้เช่นกัน และเด็กส่วนมากในเมืองลิเวอร์พูล ก็ต้องการสิ่งนี้เช่นกัน"

"กรณีของผม มันให้ความรู้สึกเหมือนความเจ็บป่วย ทว่าเป็นความเจ็บป่วยในแง่ดี ผมไม่รู้จะเรียกความรู้สึกว่าอย่างไร ผมรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่ไหลเวียนอยู่ในตัว .... มันคือความหลงใหล"

"ผมเป็นคนที่จริงจังกับเป้าหมาย และแรงบันดาลใจ สิ่งเหล่านี้ไม่เคยจางหายไปไหน ผมเติบโตมากับคุณแม่, คุณพ่อ และพี่น้องอีกสองคน นั่นคือไทเลอร์ และมาร์เซล เราอยู่ในบ้านขนาดสามห้องนอนที่แทรกตัวอยู่ใกล้กับสนามฝึกซ้อมของสโมสรอย่างเมลวู้ด ช่วงเวลาดังกล่าว ผม และพี่น้องชอบยั่วอีกฝ่าย ทว่าสิ่งที่เรามีเหมือนกันก็คือสโมสรลิเวอร์พูล ผม และพี่น้องอยู่ใกล้กับบรรดาฮีโร่ลูกหนัง กิจวัตรประจำวันของพวกเราคือ การยืนบนถังขยะ หรือสอดส่องผ่านรั้วเข้าไป เพื่อที่จะได้เห็นนักเตะฝึกซ้อม ก่อนที่จะสมมติตัวเองเป็นนักเตะเหล่านั้น เมื่อพวกเรากลับมาเล่นฟุตบอลกันเอง"

"ด้วยความสัตย์จริง พวกเราไม่มีงานอดิเรกแบบอื่นเลย ค่อนข้างแย่ในการพูดแบบนี้ แต่มันคือเรื่องจริง พวกเราต่างอยู่กับฟุตบอลตลอดเวลา 24 ชั่วโมงตลอด 7 วัน (เป็นการเปรียบเปรย) คุณแม่ออกกฎว่า พวกเราสามารถไปเล่นที่ไหน ตามที่ใจต้องการ ข้อแม้เดียวคือ พวกเราต้องไม่อยู่ห่างจากสายตาของท่าน ดังนั้น ทางเลือกจึงมีแค่สวนหน้าบ้าน หรือสวนสาธารณะฝั่งตรงข้ามเท่านั้นเอง บางครั้ง คุณแม่ก็มองไม่เห็นพวกเราหรอก เพราะพวกเรากำลังวิ่งไปทางหลังบ้าน พร้อมกับลูกฟุตบอลที่ทำมาจากกระดาษฟอยล์ หรือถุงเท้าที่นำมาม้วน พวกเราทำให้แม่คลั่งเลย ท่านกำลังทำอาหารเย็น และเด็กสามคนในเครื่องแบบลิเวอร์พูล ก็วิ่งไปรอบๆบ้าน และสไลด์เข้ามาในห้องครัว !! ทุกอย่างคือเรื่องของฟุตบอล ฟุตบอล และฟุตบอล รวมถึงลิเวอร์พูล ลิเวอร์พูล และลิเวอร์พูล"

"ตอนที่ผมยังเป็นเด็ก ผมจำได้ว่านั่งรถผ่านตัวเมือง และมองเห็นสนามแอนฟิลด์ จากหน้าต่างรถยนต์ แค่การจ้องดูสิ่งก่อสร้างที่เป็นสัญลักษณ์แห่งนั้น หลายครั้งผมคิดในใจว่า -ข้างในมันเป็นอย่างไรนะ ?- มันน่าลึกลับเล็กน้อย คุณว่ามั้ยล่ะ ? หลังจากนั้น ในเดือนเมษายนของปี 2005 คุณแม่ของผมซื้อตั๋วเข้าชมศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย ให้กับผม และพี่ชาย โดยเป็นการแข่งขันเลกแรก เกมนั้นยูเวนตุส มีนักเตะอย่างบุฟฟอน, คันนาวาโร่, เนดเวด, อิบราฮิโมวิช และคนอื่นอีกมากมายเลย พวกเขาเป็นทีมที่ยอดเยี่ยม" 

"ค่ำคืนยุโรปที่แอนฟิลด์ ค่อนข้างแตกต่างออกไป การได้ไปอยู่บนเมนสแตนด์ ถือเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ คุณแค่พยายามจะซึมซับบรรยากาศทั้งหมด และหวังว่าจะสามารถจดจำทุกสิ่งทุกอย่างได้ในเช้ารุ่งขึ้น แสงไฟสาดส่องไปที่สนาม พลังงานมากมายจากเหล่าสาวกเดอะค็อป" 

"แต่ช่วงเวลาที่จะติดอยู่ในความทรงจำของผมตลอดไป คือตอนที่เด็กเก็บบอลเดินลงไปวงกลมกลางสนาม สักประมาณ 20 คนพวกเขาโบกธงสีแดง จากนั้น บทเพลงบรรเลงของยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็ดังขึ้น ปกติแล้ว ผม และไทเลอร์ ไม่เคยหยุดพูดเลย ตอนที่ดูการถ่ายทอดสดผ่านทางโทรทัศน์ แต่ครั้งนี้ พวกเราต่างเงียบ บรรดาเดอะค็อปเริ่มร้องเพลง -You’ll Never Walk Alone- ด้วยพลังของเพลง ผมบอกเลยว่ารู้สึกตกหลุมรัก และรู้ว่าต้องการทำอะไรในชีวิต ... คืนนั้นผมนอนไม่หลับเลยล่ะ"

"ไม่กี่เดือนต่อมา ลิเวอร์พูล กลายเป็นแชมป์ยุโรปอีกครั้ง ผมนั่งดูรอบชิงชนะเลิศกับครอบครัว แม้ว่าผมเป็นเด็กอายุแค่ 6 ขวบ ผมก็รู้ว่าคืนนั้นที่อินตันบูล มีความหมายอย่างไร 2-3 วันหลังจากนั้น ขณะที่เดินเล่นไปรอบเมือง และมองไปที่ใบหน้าของผู้คน คุณจะเห็นว่า ชัยชนะทำให้คนในชุมชนมีความสุขขนาดไหน พวกเราต่างรู้ว่าจะมีขบวนพาเหรดฉลองแชมป์ แน่นอนว่า ผม และพี่น้อง ต่างต้องการเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์นี้ น่าตลกคือ พวกเราไม่ต้องแหกกฎของคุณแม่ เพื่อที่จะได้ดูขบวนพาเหรด เพราะรถบัสของลิเวอร์พูล แล่นผ่านถนนหน้าบ้านของเราเลย พวกเราที่สวมใส่ชุดของลิเวอร์พูล กำลังยืนดูอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน พร้อมกับดูเหล่าฮีโร่ของพวกเรา และถ้วยแชมป์ยุโรปที่อยู่ด้านข้างของรถบัส ผมเกือบจะเอื้อมมือไปสัมผัสมันได้เลยด้วย"

"คุณไม่สามารถมีประสบการณ์แบบนี้อีกแล้ว พี่น้องของผมก็รู้สึกเช่นเดียวกัน นี่คือเรื่องที่สำคัญมาก สำหรับเรื่องราวของผมที่ผู้คนไม่ค่อยพูดถึงกัน พวกเราต่างมีความฝันเหมือนกัน ในตอนนั้น ผมเป็นส่วนหนึ่งของทีมเยาวชนลิเวอร์พูล สำหรับเด็กอายุประมาณ 6-7 ขวบ พยายามไล่ตามความฝันที่พวกเขาไม่รู้เกี่ยวกับมันทั้งหมด พวกเขามีผู้สนับสนุนมากมายอยู่เบื้องหลัง สำหรับผมก็ไม่แตกต่างไปเลย"

"มันเป็นเรื่องตลก ผม และพี่น้อง มักแข่งขันกันเสมอในวันที่ฝนตก มันเป็นแบบนั้นเกือบจะตลอดเวลา พวกเราอาจจะติดอยู่ในบ้าน และทำอะไรไร้สาระ พร้อมกับพยายามที่จะเล่นเกม กระทั่งวันหนึ่ง คุณแม่หมดความอดทนกับพวกเรา ท่านขอให้คุณพ่อสอนพวกเราเล่นหมากรุก มันเป็นเรื่องยอดเยี่ยมมาก เพราะหมากรุกอาศัยการแข่งขัน และกลยุทธ์เช่นเดียวกับฟุตบอลเลย ความรู้สึกที่คุณรู้ว่ากำลังจะชนะพี่น้องของคุณ โดยที่พวกเขาไม่สามารถตอบโต้ มันเป็นเรื่องที่เกินบรรยาย โดยเฉพาะการได้เห็นสีหน้าของพวกเขา"

"ที่สำคัญที่สุดคือ มันเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราสามารถทำด้วยกันได้ พี่น้องไม่ใช่แค่พี่น้อง พวกเขาคือเพื่อนที่ดีที่สุด เมื่อผมโตขึ้น และก้าวเข้ามาอยู่ในอะคาเดมี่ของลิเวอร์พูล ไทเลอร์ และมาร์เซล เสียสละความฝันของพวกเขา เพื่อมาสร้างความฝันของผมเอง ผมคิดว่า บางที, พวกเราต่างตระหนักตั้งแต่ยังเป็นเด็กแล้วว่า การเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ดูเป็นไปได้มากกว่าสำหรับผม คุณพ่อ และคุณแม่ก็คิดแบบเดียวกัน ถือเป็นเรื่องยากที่เด็กจะเข้าใจ มีสุดสัปดาห์ที่คุณแม่ไม่สามารถพาพี่น้องของผมไปแข่งขันได้ เพราะว่าผมต้องไปที่อะคาเดมี่ ช่วงเวลานั้น พวกเขาต้องเสียสละเสมอ ทุกวันนี้ ผมจึงรู้สึกขอบคุณพวกเขามาก"

"....... ทุกก้าวย่างที่ผมเดิน เราเดินด้วยกัน, ทุกครั้งที่ผมติดทีมชาติ เราติดด้วยกัน, ทุกประสบการณ์ที่ผมรับ เรารับด้วยกัน และนี่คือวิถีของพวกเรา"


(จบตอนแรก / source : theplayerstribune)


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด