:::     :::

"โอกาส"ที่กลายเป็น"อากาศ" เมื่อมอบมันให้กับ"ลินการ์ด"

วันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562 คอลัมน์ #BELIEVE โดย ศาลาผี
4,057
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
มีเพียงแค่สองครั้งเท่านั้นที่นักเตะคนนี้ทำให้แฟนแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดผิดหวัง ครั้งแล้ว และ ครั้งเล่า...

การที่เขียนเรื่องราวในฐานะแฟนแมนยูไนเต็ดนั้น หากจะต้องมีบทความที่เป็นการโจมตีนักเตะของตัวเอง ถือว่าเป็นความลำบากใจทุกครั้งที่จะตัดสินใจว่า จะเขียนดีหรือไม่เขียน เพราะในการที่จะเชียร์สโมสรฟุตบอลสักทีมหนึ่ง มันก็ควรจะเชียร์ด้วยกันทั้งทีมไม่เลือกที่รักมักที่ชัง เมื่อเขาเป็นนักเตะของเรา ก็ควรจะซัพพอร์ตให้ถึงที่สุด .. ใช่แล้วหากพูดกันในมิติของนามธรรมและคุณธรรม ก็ควรจะเป็นเช่นนั้นแหละ

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทีมหนึ่งทีมมันไม่มีทีมไหนหรอกที่เต็มไปด้วยนักเตะดีๆซะทุกคน ในกลุ่มนักเตะมันก็จะต้องมีใครอย่างน้อยคนหนึ่งหรือสองคน ที่เป็นเหมือนตัวปัญหาและจุดบอดของทีมนั้นๆ ต่อให้เป็นทีมระดับแชมป์ลีกหรือแชมป์ถ้วยเมเจอร์ระดับทวีปก็ตามที มันไม่มีทีมอะไรที่สมบูรณ์perfectหรอก

"ทุกทีมล้วนแล้วแต่มีตัวปัญหาทั้งนั้น"

ไม่ใช่แค่แมนยูไนเต็ดทีมเดียวเสียเมื่อไหร่..


แต่เรื่องเหล่านี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ทีมไปได้ไกลมากเพียงไหนนั้น มันคือหน้าที่การจัดการของผู้จัดการทีม ที่จะtake action กับจุดปัญหานั้น จะจัดการกับปัญหาในทีมยังไงไม่ให้มันกระทบกับฟอร์มการเล่น หรือบรรยากาศของลูกทีมคนอื่นๆ  ผู้จัดการทีมที่เก่งจริงๆจะมีวิธีดีลกับเรื่องพวกนี้ได้อย่างเหมาะสมทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจขายนักเตะปัญหาทิ้งไปเลย / หรือว่าจะเป็นวิธีการดร็อปนักเตะนั้นๆออกจากทีมชุดใหญ่ไปเลยแบบขังลืม ไม่งั้นก็ไล่ให้ไปซ้อมแยก ไปซ้อมกับเด็กๆของทีม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นไม้แข็งในการบีบนักเตะกลายๆ ในกรณีที่อยากไล่แบบอ้อมๆ หรืออยากให้เขาหาทีมใหม่

แต่ในทางกลับกัน บางครั้งผู้จัดการทีมบางคนก็เลือกใช้วิธีนี้เพื่อที่จะ "เค้น" เอาศักยภาพสูงสุดของนักเตะที่ซ่อนอยู่ในก้นบึ้งให้ออกมาให้ได้ ด้วยการกดดันให้ถึงที่สุด และนักเตะที่เป็นของจริงก็มักจะสู้อย่างถึงที่สุดเพื่อที่จะได้กลับมาสู่ตำแหน่งตัวจริงของตัวเองอีกครั้ง จนกว่าผู้จัดการจะยอมรับ

จากที่กล่าวมานี้นั้น มันก็เป็นเรื่องในเชิงmanagementของผู้จัดการทีมเสียเป็นส่วนใหญ่ที่สำคัญที่สุดในการจัดการนักเตะปัญหาเหล่านี้ เพราะไม่ว่าจะทีมไหน หรือหน่วยงานองค์กรใดๆก็ตามบนโลก มันไม่สามารถทำให้ทุกๆภาคส่วน ทุกๆคนในองค์กรเป็นของดี เป็นบุคลากรที่ดี หรือนักฟุตบอลที่ดีได้"ทั้งหมดทุกคน"  แต่สิ่งที่สำคัญกว่าก็คือ ทำยังไงก็ได้ให้สามารถจัดการกับปลาเน่าผู้ที่ก่อปัญหานั้นให้ได้ เพื่อที่จะทำให้ทีมเดินหน้าต่อไปได้อย่างไร้ปัญหานั่นเอง

เกริ่นมายาวขนาดนี้เพื่อที่จะให้มองเห็นภาพว่า ในทีมมันก็ต้องมีจุดบอดอยู่บ้างทุกที่ อยู่ที่ว่ามันผู้นั้นคือใคร และทีมมีวิธีการจัดการยังไง และวันนี้เรามาพูดกันในฐานะแฟนปีศาจแดงแล้ว  ในทีมเราเองก็มีจุดบอดของทีมอยู่เช่นกันไม่ต่างจากทีมอื่น และจนถึงวินาทีนี้ ผมเชื่อว่าหลายๆคนแม้จะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันก็จริง แต่มีนักเตะอยู่คนหนึ่งที่มากจนเกือบจะทั้งหมดของแฟนผี เห็นตรงกันว่า หมอนี่คือตัวปัญหาที่ว่าของทีมเรา

คนๆนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก เจสซี่ ลินการ์ด หมายเลข14คนดีคนเดิม ร่างทรงเมสซี่ผู้นั้นนี่เอง

ที่บาซ่ายิ่งใหญ่ เพราะมี "ลินการ์ดแห่งอาร์เจนติน่า" นั่นเอง

Jesse Ellis Lingard เด็กหนุ่มดาวรุ่งวัย26ปี.. ที่ตอนนี้อายุเกินมานานแล้วแต่ยังเล่นฟุตบอลเหมือนตัวเองเป็นดาวรุ่งอยู่  (แถมจะพูดแบบนี้ก็น่าสงสารเด็กมันอีก เพราะดาวรุ่งบางคนยังเก่งกว่าเขาเลย!)  ชายผู้มีถิ่นกำเนิดจากWarrington, Cheshire ผู้ซึ่งเข้าทีมมาอยู่กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดตั้งแต่เด็กๆในปี2000 ตอนนั้นเขาก็อายุเพียง7ขวบเท่านั้น  ในความเป็นลูกหม้อสโมสร ลินการ์ดมีสิ่งที่ดีอยู่อย่างนั่นก็คือ เป็นเด็กฝึกหัดเยาวชนของทีมแท้จริงตั้งแต่เล็กๆ ไม่ใช่พวกที่ไปแต๊บมาจากไหนเพราะเห็นแวว แต่ปั้นเองตั้งแต่ยังเป็นเม็ดถั่ว จากรูปที่หลายๆคนเคยเห็นเขาตั้งแต่เด็ก นั่นแหละลินการ์ดอยู่กับเรามา19ปีแล้ว เรื่องวัฒนธรรมสโมสร ความสัมพันธ์อะไรต่างๆก็ถือว่าน่าจะเป็นคนเก่าคนแก่ในโอลด์แทรฟฟอร์ดอีกคนหนึ่งในสถานะภาพนักเตะ

และก็อย่างที่เราทราบกัน ลินการ์ดถือเป็นดาวรุ่งอดทนคนหนึ่งที่ถูกปล่อยยืมตัวออกไปเยอะมากสุดๆแถมหน้าไม่ซ้ำกันในแต่ละปี ทั้งๆที่ประสบการณ์การเล่นกับทีมอื่นๆก็มี น่าจะได้อะไรมากกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นยืมตัวที่เลสเตอร์ / เบอร์มิงแฮม / ไบรจ์ตัน และ ดาร์บี้ ตามลำดับตั้งแต่ปี2012 ถึง 2015 ก่อนที่จะเริ่มได้กลับเข้ามาสู่ในทีมชุดใหญ่ของแมนยูไนเต็ดเมื่อ4ปีที่แล้วในยุคของหลุยส์ ฟาน กัล

มูเลนสตีนน่าจะพาไอ้เด็กคนนี้ไปเรียนกวดวิชาอาจารย์อุ๊ เผื่อมันจะได้ไม่ต้องเตะบอลต่อจนถึงทุกวันนี้

นี่คือพื้นฐานเส้นทางของลินการ์ด อยากให้เห็นว่านี่คือเด็กปั้นแท้ๆของยูไนเต็ดตั้งแต่เล็กอีกคนหนึ่งที่มีเส้นทางนักฟุตบอลที่โชกโชน และก็ถือว่ากัดฟันอั้นสุดฤทธิ์จนได้กลับมาเล่นกับทีมจนได้ ในขณะที่ดาวรุ่งคนอื่นๆของทีมเรา แทบจะทั้งหมดในยุคก่อนหน้านี้นั้น ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะต้องถูกปล่อยตัวออกไปมากมายนับไม่ถ้วนเพราะไม่สามารถดันขึ้นมาสอดแทรกเล่นในทีมชุดใหญ่ได้  คงไม่ต้องเอ่ยชื่อเพราะว่ามันมีเยอะมากจริงๆที่ตัวเก่งๆแต่ถูกปล่อยตัวออกไป ก็ตามเส้นทางนักฟุตบอลนั่นแหละที่ดาวรุ่งเราไม่ใช่ทุกคนที่จะได้เล่นกับชุดใหญ่ เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องเข้าใจ ดังนั้นเคสนี้จึงถือว่าลินการ์ดมันก็เป็นอีกคนหนึ่งที่อดทนต่อสู้อยู่ที่แมนยูจนได้ลงในที่สุด คนอื่นๆนี่ย้ายหนีไปกันหมดแล้วถ้าโดนปล่อยยืมขนาดนี้

แต่ที่เขียนมานี่ก็เป็นคนละเรื่องกับการตำหนิข้อบกพร่องของเขากับการเล่นให้แมนยูไนเต็ดในปัจจุบันนี้เหมือนกัน

ย้อนกลับมาที่เรื่องจุดบอดของทีมนั้น ลินการ์ดถือว่ามีของดีอยู่กับตัว หมายถึงเล่นของจริงๆ ของดีไสยมนต์ดำ (ไม่รู้ไปทำพิธีกรรมกับคุณบอลเดอะโกสต์มารึเปล่า!) ที่ฝีเท้าระดับนี้ ก็ยังได้โอกาสให้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง คำตอบของเหตุผลที่ว่าทำไมเขายังได้วนเวียนอยู่ในทีมแบบนี้ทั้งๆที่ฝีเท้าสุดกาก นั่นเป็นเพราะเรื่องของจังหวะ โอกาส และ "ดวง" ล้วนๆ

เละเทะแค่ไหน ก็like a boss เสมอ

เรื่องแรกเลยที่ทำให้พวกคุณๆทั้งหลายต้องทนอยู่กับลินการ์ดจนถึงทุกวันนี้ คุณสามารถพอยท์มือไปที่ "บอร์ดบริหาร" ก่อนได้เลยเพราะว่าพวกเขาปล่อยให้ตลาดนักเตะล้มเหลวมาหลายซีซั่นติดต่อกันแล้วจนสภาพทีมพิการจนถึงตอนนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไม่ซื้อนักเตะเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาในตำแหน่งที่ขาด และนั่นเองหากพิจารณาไป  ทีมเราไม่ได้ซื้อ "กลางรุก" (Attacking Midfielder) เข้ามาเลยแม้แต่ตัวเดียว ก็อย่างที่ทราบกันไปว่า  บรูโน่ แฟร์นันเดสก็แห้ว / อีริคเซ่นก็ไม่อยากมา / แมดดิสันก็มีแค่ข่าว ฯลฯ

และก็นั่นแหละครับ หวยจึงมาออกอยู่ที่คนๆเดิมที่ได้ความเป็นนักเตะชาวอังกฤษเก่าในทีมที่ยึดตำแหน่งนี้ และมีความ"สนิท"ในการเล่นกับตัวหลักคนอื่นๆไม่ว่าจะเป็นป็อกบา หรือกองหน้าหลักอย่างแรชฟอร์ด หรือพูดง่ายๆว่า เด็กมันเส้นสายดี connectionดีนั่นเอง

มีทั้งดวงที่ สโมสรไม่ซื้อกองกลางตัวรุกเก่งๆเข้ามาในทีมเลย และภาพลวงตาของการได้ลงเล่นบ่อยๆ จึงทำให้เรายังต้องทนลินการ์ดมาหลายปีแล้วจนกระทั่งถึงบัดนี้เพราะการไม่เสริมทีมนั่นเอง และก็เป็นตำแหน่งมันนี่แหละที่โชคดี เพราะอย่าง โจนส์ สมอลลิ่ง ยัง พวกนี้เราไม่ต้องทนอีกต่อไปแล้วเพราะว่า ทีมซื้อกองหลังและแบ็คเข้ามาพอดี พวกเราจึงไม่ต้องร่ำรองว่า "สุดจะทนคนอย่างเช" กับพวกเขาอีกต่อไป

และเมื่อทีมก็ไปไหนไม่ได้ไกล คนแรกถ้าจะต้องโดนblameก่อนเลยก็คือ บอร์ดบริหาร เอ็ดเขร้ และปลิงเกลเซอร์นี่แหละ ไม่ต้องโทษลินการ์ดเลยเพราะมันก็อยู่ของมันอย่างนี้ และไม่มีใครมาแย่งตำแหน่งมันไปนั่นเอง

บทความด่าลินการ์ด ทำไมวกมาที่กูอีกแล้ววะเนี่ย

ข้างบนนั้นคือเบื้องต้นที่ทำให้ลินการ์ดยังคงเกาะตำแหน่งเหนียวแน่นต่อไปได้ แต่เมื่อพูดถึงเรื่องอื่นๆแล้ว ต้องบอกว่า ลินการ์ดก็ยังทำอะไรแย่ๆอีกเยอะ เรื่องหนึ่งก็คือไลฟ์สไตล์ และการใช้ชีวิต รวมถึงทัศนคติของมัน ที่ผมเชื่อว่า แฟนๆทั้งโลกก็เห็น ไม่ใช่แค่พวกเราเห็น  คนอื่นทั่วโลกก็ด่ามันด้วยหัวเรื่องเดียวกันนี่แหละ โดยเฉพาะความ beans beans beans ของมันที่น่าตบกบาลให้เกรียนแตกมากๆ  .. หากใครจะจำกันได้ ตลอดเวลาที่ลินการ์ดอยู่กับทีม เขาก็มีข่าวประเภททำตัวเล่นๆอะไรแบบนี้มานานแล้วโดยเฉพาะเรื่องอัดคลิปในเวลาที่ไม่ควรทำเนี่ย บ่อยมากๆ ซึ่งอ่ะโอเค อันนี้อาจจะโจมตีได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยเท่าไหร่ เพราะชีวิตคนเรามันชอบอะไรไม่เหมือนกัน คุณจะชอบอัดคลิปเล่น ทำอะไรไร้สาระเล่นสนุกๆเพื่อความสุข ทำไป ไม่มีปัญหา

แต่ระยะหลังสิ่งที่เขาแสดงให้เห็นก็คือ ไลฟ์สไตล์ที่หรูหราฟุ้งเฟ้อเกินกว่านักฟุตบอลคนอื่นๆจะทำกัน เอาจริงๆนะคนที่รายได้เยอะกว่ามันเขายังไม่ใช้ชีวิตในแบบที่มันเป็นเลย หลายคนที่เป็นซุปตาร์นั้น บางคนอาจจะทำจริงๆ แต่นั่นมันมาพร้อมกับ "ฝีเท้าที่ยอดเยี่ยม" อยู่แล้วของเขาด้วยจึงทำเช่นนั้นได้

พูดง่ายๆว่า เล่นให้มันดีก่อน จะทำตัวซุปตาร์ยังไงก็ทำเถอะ

คนซ้ายน่ะทำไรทำไปเถอะมึงเก่งจริง แต่ไอ้คนขวานี่สิ

แต่กับลินการ์ด เล่นยังไม่ดีเลย แต่กลับทำตัวเหมือนเป็นดาราฮอลลีวู้ด ทั้งการอวดโลกลงsocialต่างๆที่ดูไม่มีแก่นสารอะไรเลย แถมยังเป็นการประจานตัวเองอีกจนโดนเรียกตัวไปเตือนแล้วจากคดีถ่ายคลิปในห้องพักโรมแรมนั่น ทั้งการใช้จ่ายเงินไปกับการซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพง  ที่แม้จะบอกว่า "ก็ตังค์มัน มันจะใช้มึงไปเสือกอะไร" ก็ตามที  แต่มันสะท้อนทัศนคติการใช้ชีวิตได้อย่างดีเลยว่า สมาธิเขาอยู่ที่เรื่องอะไร และในคลิป ในโพสต์ มันก็บอกชัดเจนว่า ลินการ์ดสนใจการเข้าสังคม ใช้ชีวิตอู้ฟู่ มากกว่าที่จะโฟกัสอยู่กับเรื่องฟุตบอล

ตัวอย่างไม่ต้องหาไกลเลย จากเพื่อนสนิทซี้ปึ้กของเขาอย่าง ปอล ป็อกบานี่แหละ ที่เอาจริงๆไอ้ป็อกโคตรซุปตาร์กว่าอีกของแท้ คือถ้าเป็นบ้านเรานี่ก็ระดับดาราท็อปๆของประเทศแบบอั้ม แล้วอัพigทีนึงคนฟอลกระจุยส์   แต่แม้ป็อกบาจะทำตัวแบบนั้น แต่ความเป็นมืออาชีพในด้านฟุตบอล ไอ้ป็อกมันมีครบนะบอกเลย จนถึงตอนนี้หลายคนน่าจะเห็นความจริงกันแล้ว  แม้ว่าน้องมันจะอยากย้ายจริงๆก็ตาม แต่ก็เหมือนโด้อ่ะ มันก็ทำตัวprofessional มาซ้อม และเล่นเต็มที่ทุกครั้ง มีพลาดบ้างอย่างจุดโทษล่าสุดนี่ก็ตาม แต่มันก็พยายามแล้ว

อยากทำตัวแบบนั้นได้  ฝีเท้าฟุตบอลมึงต้องเก่งก่อนถึงค่อยทำ  ไม่ต้องถึงระดับป็อกหรอก นั่นมันworld class  ควรเล่นให้มันดีกว่านี้ก่อน จะทำบ้าอะไรไม่มีใครว่า  แต่ตอนนี้ที่เป็นอยู่ก็คือ ฝีเท้าห่วยแตกระดับ โคตรไร้ประโยชน์และลงไปเสียโควตานักเตะฟรีๆในสนามไปหนึ่งตำแหน่ง  แต่ทำตัวเหมือนกับเป็นชนาธิปแห่งเกาะอังกฤษยังไงยังงั้น

อยากเป็นซุปตาร์ มึงเล่นให้มันดีก่อนแล้วอยากจะทำก็ไม่มีใครว่า

พี่ฮะ อย่าเอาผมมายุ่งกับบทความนี้เลยครับ หยุดเลย

ซึ่งในส่วนดังกล่าวนั้น ลำพังแค่ตัวเองจะเป็นคนเดียว เชื่อว่าแฟนผีคงไม่แค้นกว่านี้แน่ แต่นี่ดันไปลากเอาแรชฟอร์ดเข้าไปอยู่ในแก๊งค์พฤติกรรมบ้าๆพวกนั้น แล้วพาลจะทำให้น้องมันเสียคนไปด้วย บางอย่างที่รู้เลยว่าทัศนคติมาจากลูกพี่ไอ้แรชมันแน่ๆ เราจะกลายเป็นเสียเพชรเม็ดงามที่ควรจะมุ่งมั่นในเรื่องฟุตบอลไป เพียงเพราะเพื่อนชวนไปไร้สาระเสียคนอย่างที่เห็นนี่

การที่เขาสนิทและพาให้แรชมีพฤติกรรมที่ไม่ดีไปด้วย จึงเป็นอีกเรื่องที่แฟนผีไม่พอใจลินการ์ดเท่าไหร่นัก  ทุกคอมเม้นในพื้นที่สาธารณะ ต่างชาติก็มักจะพูดทำนองว่า "อยู่ให้ห่างจากลินการ์ดซะ"  หรือ "อย่าไปยุ่งกับมันลูกกกกก" (บอกพวกเด็กๆดาวรุ่งในทีมเรา โดยเฉพาะกรีนวู้ดโกเมส 555)

สิ่งที่เขาเป็นอยู่ในขณะนี้นั้น ผมเชื่อว่า มันก็มีส่วนที่ทำให้ฝีเท้าของลินการ์ดไม่พัฒนา แถมยังสาละวันเตี้ยลงๆอีกตะหาก เพราะดูมันจะกระจอกกว่าตอนช่วงอายุน้อยกว่านี้ด้วย ในปี2015 2016 ยังดูเก่งกว่านี้ แต่สามปีหลังนี่ยิ่งเล่นยิ่งแย่ ยิ่งปัจจุบันนี่คืออาการหนักสุดเลย เพราะเมื่อไหร่ที่ลงสนาม มันมักจะกดสกิล Wind Walk แทบทุกครั้ง คือหายตัวไปจากเกม ไม่มีส่วนร่วม ไม่สร้างอะไรเป็นชิ้นเป็นอันทั้งนั้น  ทั้งๆที่เมื่อก่อนยังมีลากเลื้อยสวยๆ ยังเพิ่มมิติเล่นริมเส้นแบบwingerบ้างนิดหน่อย และรวมถึงประตูลูกไฟแถวสองนอกกรอบสวยๆชนิดที่วากาบายาชิน่าจะเซฟไม่ได้  เมื่อก่อนยังดีกว่านี้ในความกระหายของการเล่น

แต่เหมือนพอเจ้าตัวอยู่ในcomfort zoneนานเข้า..นานเข้า ที่ยังไงผู้จัดการทีมก็ส่งให้ลงตัวจริงแน่ๆแล้ว จากสาเหตุด้านบนที่เขียนมาก็คือ  ในทีมมันดันไม่มีกลางรุกที่เก่งกว่านี้แล้ว (มีเก่งกว่าแต่ก็ไม่เข้าแผนอย่างมาต้า) บอร์ดก็ไม่ซื้อใครเข้ามาแย่งตำแหน่ง  การอยู่ในcomfort zoneนานๆ จึงไม่มีการพัฒนา และยิ่งตกต่ำกว่าเดิมอีกนั่นเอง

ไปเสียทั้งคู่ ไปสู่ประตูสวรรค์

เมื่อทุกอย่างเป็นเช่นนี้ จากเหตุผลทั้งหมดข้างต้น เราจึงเห็นได้ทันทีเลยว่า เพราะอะไรทำไมฟอร์มการเล่นของเขาถึงตกต่ำเข้าขั้นเลวร้ายเช่นนี้ เอาจริงๆเลยนะตอนนี้ลินการ์ดนั้น ฝีเท้าอยู่ในระดับที่ว่า "แม้แต่จะนั่งเป็นตัวสำรองยังทำให้ทีมเสียหายเลย" เพราะโควตาสำรองก็ควรจะเก็บเอาไว้ให้นักเตะที่พร้อมลง และลงไปสามารถสร้างอะไรให้ทีมได้ เปลี่ยนแปลงทิศทางของเกมได้ แต่ลินการ์ดนั้น แม้แต่เป็นสำรองที่ม้านั่ง สำหรับผมก็ยังไม่ควรใช้เลยด้วยซ้ำ  ถ้าหากจะบอกว่า มันอยู่กับทีมมานาน เป็นเด็กปั้น  หากพูดด้วยเหตุผลเช่นนี้ ก็ต้องถามว่า ทำไมต้องสงสารมัน ในเมื่อเด็กปั้นเยาวชนของสโมสรเรา ก็มีอีกจำนวนมากที่ต้องดับความฝัน และย้ายออกจากทีมกันไปแล้วมากมายที่ไม่ได้ลงเล่นให้เรา

สโมสรต้องมาก่อนอันดับหนึ่งใช่หรือไม่ หรือว่าที่นี่ชื่อ Manjesster United?

ดาวรุ่งลูกหม้อทีมเรามีมากมายที่ไม่ได้มีโอกาสลงสนามอย่างน่าเสียดาย ดังนั้นจะมาบอกว่า ลินการ์ดเป็นเด็กปั้น เหตุผลข้อนี้เลิกพูดได้เลย มันไม่มีอภิสิทธิ์อะไรแบบนั้นทั้งนั้น  คนที่ควรได้ลง คือนักเตะที่ดีที่สุด และฝีเท้าคู่ควรจะลงเล่นให้แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเท่านั้นอย่างที่ รอย คีน เคยบอก และเจสซี่ ลินการ์ด พูดตรงๆเลยคือ เขาไม่ดีพอแม้แต่นิดเดียวที่จะเล่นให้กับปีศาจแดง เพราะฝีเท้าเขาเข้าขั้นย่ำแย่ระดับเลวร้าย พูดแบบนี้ได้เลย

บอกตรงๆนะโคตรเกลียดภาพนี้เลย

สิ่งที่น่าชื่นชมในตัวลินการ์ดที่เป็นข้อดีในการเล่น เท่าที่มีมันก็เป็นข้อดีที่ "ใครแม่งก็ทำได้ทั้งนั้น"  ไม่ได้แปลกใหม่หรือแตกต่างอะไรที่จำเป็นจะต้องใช้งานมันเลย ไล่ไปทีละข้อ

1.ลากเลื้อย เลี้ยงๆลากๆกลางสนาม ตัวอื่นก็เล่นได้ เปเรร่า โกเมสมันก็ทำได้ แถมทำได้ดีด้วย  แต่การลากเลื้อยของลินการ์ดที่หลายคนยังเห็นภาพลวงตานั้น จริงๆแล้วมันเป็นการเลี้ยงครองบอลที่ "ไม่ได้สร้างประโยชน์ให้กับเกมรุกของทีมเลย" เรียกง่ายๆว่า ประโยชน์=0 นั่นแหละ เพราะสิ่งที่เขาทำก็คือ ลากๆไป แล้วก็ไปจ่ายบอลต่อให้เพื่อนในลักษณะธรรมดาๆ แค่ต่อบอล ขวางบอลไปให้คนนู้นนิด คนนี้นิดเท่านั้น  แต่สิ่งที่นักเตะตำแหน่งattacking midfielderควรทำนั้น ควรจะมีความคิดสร้างสรรค์ในการเล่นและสร้างเกมรุกมากกว่านี้ เพราะตำแหน่งมันก็เป็นplaymakerอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ลินการ์ดทำ มันไม่ได้สร้างโอกาสการรุกสวยๆอะไรเลย 

การลากเลื้อยของเขาแค่พาบอลไปๆมาๆกลางสนามเท่านั้น

2.การเล่นเพรสซิ่ง ข้อนี้อาจจะเป็นข้อเดียวของลินการ์ดที่แผลน้อยหน่อย และดันมีกุนซือที่อยากได้เกมเพรสซิ่งจากตัวรุกด้านหน้าพอดี ลินการ์ดมันจึงเข้าแก๊ปในข้อนี้ รวมถึงความเร็วของการวิ่งที่เหนือกว่ามาต้าด้วย   ลินการ์ดที่เล่นเพรสซิ่งได้ และมีสปีดความเร็ว จึงถูกเลือกใช้เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่ง เหนือมาต้า เปเรร่า และโกเมสในขณะนี้  ข้อนี้มันก็โอเคแหละที่ลินการ์ดทำได้ดีที่สุดในบรรดาskillsทั้งหลายของมันแล้ว  แต่ถามว่าดีเด่อะไรขนาดนั้นไหม  ผมก็ตอบเลยว่า "ก็เป็นการเพรสซิ่งตามปกติที่ต้องเล่นกันให้ได้ทุกคนแบบนี้อยู่แล้ว"

เขร้ บาซ่ายังต้องรุม4-1 ของจริงสัสๆ (ประชด)

3.การจ่ายบอล คิลเลอร์พาส ข้อนี้ในเรื่องของการเล่นเกมรุกนั้น ลินการ์ดต้องบอกว่า "ไม่มีเลย" กับการจ่ายสวยๆให้เพื่อน ไม่ว่าจะวางบอลยาว แทงบอลสั้นอะไร ไม่มีเลย ที่เห็นก็คือ ลากๆไป เลื้อยๆเจอตัวที่2 แล้วก็พยายามจะคายบอลออก แต่การจ่ายบอลจังหวะสุดท้ายก็มักจะเสียบอลง่ายๆแบบโง่ๆทุกที จนทำให้เกมรุกของทีมชะงัก และเสียการครอบครองบอลไปเล่นต่อในที่สุด  ความย่ำแย่ก็พอๆกับที่ลูคาคูเสียบอลฟรีๆให้คู่ต่อสู้ที่ผ่านมานั่นแหละ เลวร้ายพอกัน  เอาง่ายๆแค่แทงบอลสั้นทะลุช่องให้เพื่อนวิ่ง แบบที่ใครๆสมัยนี้ก็ทำได้นั้น ยังไม่มีเลย

4.การยิงประตู ทุกวันนี้ไม่เห็นมานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นประตูลักษณะไหน หรือแม้กระทั่งไม้ตายก้นหีบลูกยิงไกล ลูกไฟผีจับยัดก็ตามที  เปเรร่ายังดูโอเคและยิงดีได้ลุ้นกว่า  แต่ทุกวันนี้ แค่จะให้มัน "ยิงให้โดนลูกบอล" มันยังว่าวยังวืดเลย .. จะไปเอาอะไรกับมันได้

5.การเล่นจังหวะสุดท้ายที่เข้าขั้นนรก ข้อนี้คือปัญหามานานแล้วที่ทำให้เกมรุกของเราห่วยเช่นนี้ ทุกครั้งที่ลินการ์ดลง เขามีการตัดสินใจที่ย่ำแย่มาก และประสบการณ์ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย  ซึ่งการเล่นของเพลย์เมคเกอร์จำเป็นที่จะต้องมีสิ่งนี้ ทั้งการจบเอง หรือการเล่นทีมเวิร์คจ่ายบอลให้เพื่อน  การตัดสินใจของเขาแย่มาก และมันทำให้ทุกอย่างพังลงเมื่อทีมเราไม่สามารถสร้างความอันตราย หรือเพิ่มโอกาสยิงได้เลย เพียงเพราะกลางรุกของเราเล่นได้ห่วยเช่นนี้

ท่าดีใจมึงเยอะกว่ากูเวลาวิ่งมาราธอนแล้วเห็นช่างภาพซะอีก

จากทั้งหมด4ข้อด้านบน 3ข้อล่างคือข้อเสียที่ห่วยแตกสุดๆล้วนๆ ส่วนภาพลวงตาในข้อที่1ที่หลายคนยังเข้าใจว่า มันลากเลื้อยได้ดีนั้น การเลี้ยงของเขาแทบจะไม่สร้างอะไรให้ทีมได้ประโยชน์เลย อาจจะดูหวือหวา แต่สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรทุกที ไม่สามารถสร้างโอกาสยิงให้ตัวเองหรือเพื่อนได้  ส่วนข้อ2นี่ก็เพลนๆธรรมดาๆ  การเพรสซิ่งที่ไม่ได้ถึงกับสุดยอดอะไรขนาดนั้น แต่ว่าความเร็วความขยันมันเข้าสูตรที่ผู้จัดการทีมต้องการพอดีเท่านั้นแหละ

เมื่อพูดถึงสกิลทักษะที่เขามีแล้วนั้น สุดท้ายมันก็นำพาไปสู่เรื่องที่ว่า แล้วการเล่นของมัน มันสร้างอะไรผลลัพธ์อะไรดีๆให้ทีมได้บ้างเวลาลงสนามไป .. ข้อนี้เป็นเหมือน "มีดประหาร" ของลินการ์ดเลยทีเดียวที่เป็นตัวตัดสินเรื่องทั้งหมดได้ง่ายดายและชัดเจนที่สุดว่า เขาไม่สมควรจะได้รับโอกาสลงสนามอีกต่อไป

สิ่งที่ว่านั่นก็คือ สถิติการยิงประตูและแอสซิสต์ของเขานั้น แทบจะไม่มีเลยมาเกิน1ปีแล้ว! ตั้งแต่พฤษภาคม 2018 ไล่มาเรื่อยๆจนปลายปี2018นั้น ไม่มีทั้งประตูและแอสซิสต์ ฤดูกาลที่แล้วมีเพียงแค่5ประตู และ4จากในนั้น ทำอยู่แต่ในเดือนเดียวคือ ธันวาคม2018 และก็ปลายมกราอีกหนึ่งลูกใส่อาร์เซนอล รวมแล้ว5เม็ด แต่หลังจากนั้นมาก็  "0" ยาวๆ

ถ้าหากตัดธันวามกราที่ผ่านมาไป เจสซี่ลินการ์ดไม่มีทั้งประตูและแอสซิสต์ทำให้ทีมเลยมาเป็นเวลา 1ปีกับอีกราวๆ 3เดือนเข้าไปแล้ว

โนส๊น โนแคร์

จากทั้งหมดที่กล่าวมานี้นั้น เห็นชัดแล้วล่ะว่า สิ่งที่ "ลินการ์ด" ได้รับ "โอกาส" ลงไปเล่นเป็นตัวจริงในสนามนั้น สิ่งที่คืนกลับมาให้กับสโมสรมันมีเพียง "อากาศ" เท่านั้น ไม่มีอย่างอื่นเลย อากาศล้วนๆที่พวกเราได้มา ไม่มีประโยชน์ ไม่มีส่วนร่วม ไม่มีความแตกต่าง หรือผลิตอะไรดีๆให้กับทีมได้  แต่พี่แกก็ยังได้ลงสนามต่อไป และคาดว่าเกมถัดๆไปจากนี้ แกก็จะยังได้ลงอีกนั่นแหละสุดท้ายแล้วมันก็ต้องส่งใช้อยู่ดี

เรื่องที่ว่าทำไมไม่ส่งดาวรุ่งอย่าง กรีนวู้ด โกเมสลงไปแทนนั้น ไม่แน่ใจว่าเพราะโอเล่มองว่าเด็กยังไม่พร้อม หรือยังไงก็ตามที อันนี้้ต้องบอกให้แฟนผีเข้าใจก่อนว่า เด็กดาวรุ่งก็ใช่ว่ามันจะส่งลงไปใช้งานได้เลยทุกคน บางคนก็ยังไม่พร้อม และอาจจะแย่กว่าตัวจริงกิ๊กก๊อกของเราอีก อันนั้นเข้าใจ แต่ลองคิดกลับกันดูว่า

"ถ้าส่งคนอย่างลินการ์ดลงไปในสนาม แล้วทำอะไรให้ทีมไม่ได้เลยแม้แต่อย่างเดียว เหมือนปล่อยตัวฟรีให้ฝั่งตรงข้ามคนนึง  ถ้าเป็นแบบนั้นแล้ว  สู้ส่งดาวรุ่งที่ดูมีแววลงไปเล่นแทนเสียยังจะดีกว่า ถ้าน้องมันเล่นไม่ออกหรือทำอะไรไม่ได้ อย่างน้อยที่สุดเด็กเหล่านั้นมันก็ยังได้ประสบการณ์พัฒนาตัวเอง   หรือต่อให้ลงไปทำเสีย ก็เท่าทุนอยู่ดีเพราะไม่ต่างอะไรกับเบอร์14เลย"

เรื่องนี้มันเป็นแบบนี้จริงๆ ถ้าไหนๆก็จะต่อให้1ตัวในสนามแล้วนั้น สู้เอาโควตาลินการ์ดให้เด็กๆมันลงไปเล่นดีกว่า หรือคนอื่นๆในทีมก็ได้ไม่ว่าจะเป็น มาต้า เปเรร่า ก็ตามที แล้วใช้วิธีปรับการเล่นเอาที่ หากยังต้องการเพรสซิ่งอยู่  วางตำแหน่งการยืนของมาต้าดีๆมันก็เข้าแผนได้ ไม่จำเป็นจะต้องให้มาต้าไปวิ่งไล่บอลด้วย / เปเรร่าที่แม้จะยังเล่นไม่ดีก็ตาม แต่ผมมั่นใจว่าตัวนี้เก่งกว่าลินการ์ดแน่นอน อย่างน้อยการเล่นก็มีอะไรมากกว่าเยอะ ทั้งการเปิดบอล การยิงไกล ดีกว่าลินการ์ด2เท่าพูดง่ายๆ

หรือจะเป็น อังเคล โกเมส ที่ผมเชื่อว่าตัวนี้มีของ ร่างเล็กไม่ใช่ปัญหา แต่การเล่น การเลื้อยปั้นเกม มันเด่นชัดและกล้าเล่น สร้างสรรค์กว่าที่ลินการ์ดเล่นเยอะ โกเมสลงไปจะต้องดีกว่า หรืออย่างแย่ที่สุดก็เล่นไม่ออกเท่ากับลินการ์ดเท่านั้นเอง แต่ไม่มีอะไรแย่ไปกว่ามันละ

นั่นหมายความว่า ส่งใครลงไป ต่อให้เล่นไม่ออกก็ยังกำไรอยู่ดีไม่เสียหาย ส่งเด็กลงไปก็กำไรจัดๆเพราะให้พวกเขาเก็บประสบการณ์และสร้างกระดูกขึ้นมาด้วยอีกต่อหนึ่ง

ไอ้หนูนี่เก่งกว่ามึงเยอะนะ พูดเลย ระวังตำแหน่งให้ดีๆ

เรื่องพวกนี้ส่วนหนึ่งนั้นหากพิจารณาละเอียดลึกๆถึงแทคติกและformationการยืนแล้ว ต้องบอกว่า เหมือนทีมเราเลือกใช้แผนได้แบบ ถูกครึ่ง ผิดครึ่ง ในสูตร 4-2-3-1 การที่ใช้กลางยืนคู่กันสองคนนั้น ผมถือว่า ปิดบังจุดอ่อนที่เราไม่มีกลางรับดีๆในทีมแล้ว เพราะไม่ใช้คนเล่นในลักษณะนั้นเลย คือกลางคู่สองคน ค่อยๆสลับกันลงมาปิดพื้นที่เอา แล้วปล่อยงานให้แผงแบ็คโฟร์แทน 

ในเมื่อไม่มีกลางรับ ก็ไม่ต้องใช้แม่งเลย ข้อนี้ถือว่าสูตรนี้เข้ากับ "นักเตะที่มีอยู่ในมือ" ของเราดี

แต่สิ่งที่มันพลาดไปอีกครึ่งหนึ่งก็คือ ตัวกลางของเลข3ในตำแหน่งกลางรุกนั้น เราก็เป็นอีกทีมที่ ไม่ควรจะใช้สูตรนี้เลย เพราะว่าเรา "ไม่มีกลางรุกเก่งๆในทีมเลย" เพราะมาต้า เปเรร่า ลินการ์ด สามคนนี้ใครลงไปก็ฟอร์มไม่ดีโดดเด่นจริงๆสักคนนึง รวมถึงโกเมสเองที่อาจจะเก่ง แต่ถ้าไปเจอทีมโหดๆเขี้ยวๆ ก็อาจจะเล่นไม่ออกเหมือนกัน ดังนั้น กลางตัวรุก จึงไม่ใช่จุดเด่นที่เรามี และนักเตะที่มีในมือนั้น มีแต่ปริมาณ แต่ไร้คุณภาพ  ปัญหาเดียวกันกับ "กองหลัง" ของเราในช่วงก่อนหน้านี้เลย

กลางรุกมีแต่ปริมาณ แต่ไร้คุณภาพ ดังนั้นแผนที่ใช้กลางรุกเล่น ก็ไม่ควรจะเอามาใช้เหมือนกัน

สูตรที่เราควรจะใช้ในตอนนี้ เมื่อเทียบกันกับตัวที่มี ความเหมาะสมแล้วนั้น ที่ผมมองเห็นว่าจะมากู้หน้าเราได้ มันคือ 4-4-2 winger ที่ใช้กองหน้าเป็นแรชฟอร์ด มาร์กซิยาล สองตัว จากนั้นก็หาคนมาลงปีกด้านข้างไปโดยเฉพาะปีกขวาที่เลือกเอา (อย่าทะลึ่งใช้ลินการ์ดอีกนะ สึส) เพราะไม่มีหน้าต่ำ เราปรับมาเล่นหน้าคู่แทนก็ได้ แล้วใช้กลาง ที่เหลือคือขึ้นเกมทางปีกกับแบ็คเอา อาจจะแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าช่วงต้นซีซั่นนี้ได้ และแรชฟอร์ดกับหมาก ก็ควรได้เล่นคู่ในลักษณะนี้เช่นกัน เพราะมันยิงคมดีทั้งคู่ เวลาถ่างออกไปริมเส้นทีไรก็พังทั้งคู่เหมือนกัน  สูตรนี้น่าลองปรับใช้ดู  แต่จะใช้แบบไหนก็แล้วแต่ การที่เรามีแต่กลางรุกห่วยๆเช่นนี้ แล้วยังจะใช้แผนที่มีกลางรุกอีก น่าจะไม่ถูกต้องสักเท่าไหร่


ทั้งหมดทั้งมวลเหนือสิ่งอื่นใด การเล่นอันห่วยแตกของลินการ์ดนั้นไม่ได้เป็นปัญหาหรอกถ้ามันกากของมันอยู่แบบนั้น แต่ไม่ได้ลงไปสร้างความบรรลัยให้ทีม  ดังนั้นคนหนึ่งที่จะต้องโทษก็คือ คนที่ส่งมันลงไปเล่นนั่นแหละ  ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นั่นไง ที่ไม่รู้ว่าไปโดนน้ำมันพรายอะไรของมันมา หรือโดนลูกกรอกเป่าหูมาก็สุดแท้แต่จะรู้ได้

แต่ถ้าตราบใดที่ โซลชา ยังคงหน้ามืดตามัว ส่ง "เจสซี่ ลินการ์ด ... กลางรุกพลังสุญญากาศ" ผู้นี้ลงไปเล่นในสนามอีกเรื่อยๆแบบที่แฟนทีมทั้งโลกก่นด่ากันชิบหายวายวอดนั้น  ทีมเราก็จะต้องเจอกับเกมห่วยๆที่ปวดตับแบบเดียวกันกับที่ผ่านมา หรือล่าสุดที่เสมอวูล์ฟแบบไม่น่าเสียเช่นนั้นอีกต่อไปเรื่อยๆ ถ้าโอเล่ยังไม่หยุดการใช้งานลินการ์ดเป็นตัวจริงเช่นนี้  แย่สุดคือให้มันนั่งสำรองอ่ะพอทน แต่การส่งลงตัวจริงเนี่ยบอกตรงๆว่า โคตรไม่เข้าใจโอเล่เลยจริงๆ

เจสซี่ ลินการ์ด คือนักเตะที่ฝีเท้าไม่คู่ควรกับการเล่นให้แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดแม้แต่น้อย และไม่สมควรจะได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงอีกต่อไป

-ศาลาผี-

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา เพียงแอด line มาที่ @thsport เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด